พระปิ่นเกล้า วังหน้ารัชกาลที่ 4 สวรรคตที่ไหน?
พระปิ่นเกล้า วังหน้ารัชกาลที่ 4 สวรรคตที่ไหน?
วังหน้าที่มีความโดดเด่นพระองค์หนึ่งแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ คือ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว(เดิมคือ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจุฑามณี) วังหน้าในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ซึ่งรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระราชโสทรานุชาในพระองค์ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 2
รัชกาลที่ 4 มีพระมหากรุณาธิคุณต่อพระปิ่นเกล้าอย่างยิ่ง โปรดให้แก้ไขประเพณีฝ่ายพระราชวังบวรสถานมงคลให้สมพระเกียรติพระราชโสทรานุชาหลายประการ เช่น เปลี่ยนคำเรียกวังหน้าทางราชการจาก “พระราชวังบวรสถานมงคล” เป็น “พระบวรราชวัง” ให้เรียกพระราชพิธี “อุปราชาภิเษก” เป็น “บวรราชาภิเษก”
เปลี่ยนพระนามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏจากแบบเดิมว่า “พระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล” เป็นพระนามอย่างพระเจ้าแผ่นดินว่า “สมเด็จพระปวเรนทราเมศ มหิศเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว” เปลี่ยนคำขานรับสั่งในวังหน้าจาก “พระบัณฑูร” เป็น “พระบวรราชโองการ” กรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลนี้จึงมีพระเกียรติยศสูงกว่าสมัยใด
แม้พระปิ่นเกล้า วังหน้ารัชกาลที่ 4 จะทรงดำรงพระยศสูงยิ่ง ทั้งยังได้รับพระราชทานกองกำลังทหาร แต่พระองค์ก็ไม่ทรงข้องเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน หากมีวาระที่ข้าราชการต้องเข้าเฝ้าฯ ก็โปรดให้เข้าเฝ้าฯ ที่โรงรถ ในพระบวรราชวัง เว้นแต่หากมีการพระราชพิธี ถึงจะเสด็จฯ ออกให้เข้าเฝ้าฯ ที่ท้องพระโรง พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ในพระบวรราชวัง
บั้นปลายพระชนมชีพ พระปิ่นเกล้ามีพระอาการประชวรหนัก กระทั่งสวรรคตเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2408
รัชกาลที่ 4 กับพระราชนิพนธ์พระราชประวัติพระปิ่นเกล้า
หนึ่งในพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 4 คือ “พระบรมราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 4 ว่าด้วยพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว”ที่กล่าวถึงพระราชประวัติของพระปิ่นเกล้าตั้งแต่ประสูติถึงสวรรคต มีเนื้อหาบางส่วนดังนี้ (ย่อหน้าใหม่โดยผู้เขียนบทความออนไลน์)
“…พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อได้พระบวรราชาภิเษกแล้ว ได้ทรงปฏิสังขรณ์พระบวรราชวัง ซึ่งชำรุดทรุดโทรมอยู่แต่ก่อนแก้ไขให้งามดีเปนปรกติดังเก่าบ้าง ยิ่งกว่าเก่าบ้าง ได้จัดการทหารแลเครื่องศัสตราวุธสรรพรณยุทโธปการขึ้นสำหรับแผ่นดินเปนอันมาก ได้ทรงสร้างเรือรบกลไฟ ชื่ออาสาวดิรศลำหนึ่ง ชื่อยงยศอโยชฌิยาลำหนึ่งขึ้นสำหรับพระนคร เปนความชอบแก่แผ่นดิน
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวตั้งแต่ทรงพระเจริญวัยมาจนถึงปีวอกโทศก จุลศักราช ๑๒๒๒ มีพระราชบุตรพระราชธิดาเปนอันมาก นับถึง ๖๓ พระองค์ แต่สิ้นพระชนม์เสียแต่ยังพระเยาว์ ๓๓ พระองค์ ยังคงอยู่ ๓๐ พระองค์ พระองค์เจ้าชาย ๑๖ พระองค์ พระองค์เจ้าหญิง ๑๔ พระองค์
ตั้งแต่ปลายปีระกาตรีศก จุลศักราช ๑๒๒๓ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวร มีพระอาการต่างๆ ไป ไม่เปนปรกติ ไม่สบายพระองค์สืบๆ มา
จนถึงเดือน ๖ ปีฉลูสัปตศก จุลศักราช ๑๒๒๗ ทรงพระประชวรมาก พระกายทรุดโทรม พระกำลังหย่อนลง แพทย์หมอหลายพวกหลายเหล่าถวายพระโอสถแก้ไข พระอาการคลายบ้างแล้ว ทรุดไปเล่า จนถึงวันอาทิตย์ เดือน ๒ แรม ๖ ค่ำ ปีฉลูสัปตศก เวลาเช้า ๓ โมง คือ ๙ นาฬิกา แต่เที่ยงคืนเสด็จสวรรคตเมื่อเวลาพระอาทิตย์สถิตราศีธนู องศา ๒๕ สิริพระชนมายุตามจันทรคติอย่างชาวสยามใช้ ได้ ๕๗ ปี กับ ๕ เดือน กับ ๕ วัน นับเปนวันได้ ๒๐,๙๘๓ กับเศษอีก ๔ ชั่วโมง
เมื่อทรงพระประชวรหนักใกล้จะเสด็จสวรรคต ไม่ได้ทรงสั่งการอันหนึ่งอันใดให้ลำบากพระราชหฤทัย ไว้วางพระราชอัธยาศัยแสดงการทรงเชื่อถือเปนหนึ่งว่า สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชซึ่งดำรงยุติธรรม จะทรงพระราชดำริแล้วดำรัสการทุกสิ่งทุกอย่าง สมควรแก่เหตุผลโดยยุติธรรมแลราชการแผ่นดินไม่ต้องทรงพระวิตก เพราะเคยเห็นการที่ชอบเปนมาแล้วแต่หลังนั้นเปนอันมาก
ท่านทั้งปวงอ่านเรื่องนี้แล้วจงปลงธรรมสังเวชเถิด ว่าสมบัติวิบัติทั้งปวงเปนความทุกข์สำหรับสงสารวัฏ ความตัดอาลัยแลความกำหนัดในของทุกอย่างเพื่อออกจากทุกข์ทั้งปวง เปนความดีแท้แล”
พระปิ่นเกล้า วังหน้ารัชกาลที่ 4 สวรรคตที่ไหน?
เมื่อครั้งเสด็จประทับยังพระบวรราชวัง พระปิ่นเกล้าประทับ ณ “พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์” ที่สะท้อนความเป็นพระองค์ได้เป็นอย่างดี
พระที่นั่งองค์นี้ เดิมมีนามว่า “พระที่นั่งวงจันทร์” ตั้งตามพระนามพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวงจันทร์ พระราชธิดาในพระปิ่นเกล้า ประสูติแต่เจ้าคุณจอมมารดาเอม มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบฝรั่ง ตามพระราชนิยมในพระปิ่นเกล้า ที่ทรงชื่นชอบการศึกษาเรียนรู้วิทยาการตะวันตกด้านต่าง ๆ
พระที่นั่งสร้างเป็นอาคาร 2 ชั้น ผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาทรงจั่วลาดต่ำ หน้าบันตกแต่งลายปูนปั้นเป็นตราประจำพระองค์พระปิ่นเกล้า คือ รูปพระปิ่นภายในช่อพันธุ์พฤกษา หมายถึงพระนามของพระองค์ คือ “เจ้าฟ้าจุฑามณี”
ด้านหน้ามีมุขทรงสี่เหลี่ยม หลังคาแบน ตกแต่งด้วยเสาอิงเซาะร่อง และช่องประตูแบบคานโค้ง มีทางเข้าเชื่อมต่อกับอาคารชั้นล่าง สองข้างมุขมีบันไดทางขึ้นสู่เฉลียงชั้น 2 ของพระที่นั่ง
ชั้นล่างของพระที่นั่งยกพื้นเตี้ย ตรงกลางมีทางเข้าเชื่อมต่อกับมุข ด้านหลังมีประตูทางเข้าออก 3 ประตู ใช้เป็นที่อยู่ของพนักงาน
ชั้นบนเป็นที่ประทับของพระปิ่นเกล้า แบ่งออกเป็น 5 ห้อง ได้แก่ ห้องเสวย ห้องรับแขก ห้องพระบรรทม ห้องแต่งพระองค์พร้อมห้องสรง ห้องสมุด และห้องทรงพระอักษร แต่ละห้องมีประตูเปิดสู่เฉลียงโถงด้านหน้า และมีประตูทะลุถึงกันหมด ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีขึ้น เฉลียงมีหลังคายื่นยาวเพื่อกันแดดกันฝน ด้านหลังเป็นเฉลียงทึบ กั้นเป็นห้องสำหรับเก็บของ มีบันไดเล็กเป็นทางขึ้นลงของพนักงาน
ผนังอาคารพระที่นั่งเจาะช่องประตูหน้าต่างถี่ ยาวจรดพื้นห้อง ช่วงบนผนังกั้นระหว่างห้องทำเป็นช่องลูกกรง เพื่อรับลม และแสงสว่าง การตกแต่งเครื่องเรือน และเครื่องประดับภายใน รวมถึงลักษณะการอยู่อาศัย ล้วนเป็นแบบตะวันตกทั้งสิ้น
ห้องสำคัญของพระที่นั่งองค์นี้ คือ ห้องรับแขก อยู่ติดกับห้องเสวย ซึ่งเป็นห้องกลาง ห้องรับแขกมีขนาดกว้าง 2 ช่วงเสา พระปิ่นเกล้าทรงต้อนรับพระราชอาคันตุกะเป็นการส่วนพระองค์ที่ห้องนี้ เมื่อครั้งเซอร์ จอห์น เบาว์ริง (Sir John Bowring) ราชทูตอังกฤษเข้าเฝ้าฯ ใน พ.ศ. 2398 ได้บันทึกไว้ว่า
“ที่ประทับของพระองค์นั้นสะดวกสบาย ตกแต่งอย่างมีรสนิยม เครื่องเรือนและเครื่องประดับพระราชวังต่าง ๆ จะทำให้ท่านคิดว่ากำลังอยู่ในบ้านของคนอังกฤษ”
เมื่อพระปิ่นเกล้า วังหน้ารัชกาลที่ 4 ประชวรหนัก ได้เสด็จแปรสถานมาประทับในห้องรับแขกจนสวรรคต ต่อมารัชกาลที่ 4 โปรดให้เปลี่ยนนามพระที่นั่งเป็น “พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์” ตามพระนามครั้งทรงกรมเป็นกรมขุนอิศเรศรังสรรค์ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงพระปิ่นเกล้า
อ่านเพิ่มเติม :
- พระอุปนิสัยวังหน้ารัชกาลที่ 1-4 แต่ละพระองค์ทรงเป็นอย่างไร?
- “พี่เถรจะเอาสมบัติหรือไม่..ถ้าไม่เอาหม่อมฉันจะได้เอา” พระปิ่นเกล้า ตรัสเล่นหรือจริง?
- ฤๅพระชะตา “พระปิ่นเกล้าฯ” แรงจน “พระจอมเกล้าฯ” ตรัสให้ถวายราชสมบัติด้วยกันสองพระองค์?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
กำพล จำปาพันธ์. “พระจอมเกล้าฯ นิพนธ์ : พระราชประวัติพระปิ่นเกล้าฯ ชิ้นแรก อันเนื่องมาจากกรณีสวรรคต เมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๘”. ศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤษภาคม 2568.
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า). พิมพ์เผยแพร่ พ.ศ. 2558.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 มกราคม 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระปิ่นเกล้า วังหน้ารัชกาลที่ 4 สวรรคตที่ไหน?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com