โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ท่องเที่ยวไทย ถึงจุดชี้ชะตา เสี่ยงเสียแชมป์หลังเวียดนามรุกหนักชิงเค้กตลาดโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ม.ค. เวลา 13.47 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. เวลา 06.47 น.

TTF 2026 สะท้อนภาพวิกฤตความเชื่อมั่นอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวไทย หลังตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2568 หดตัวสวนทางคู่แข่งในภูมิภาค นักลงทุนจี้รัฐและเอกชนเร่งปรับยุทธศาสตร์ กระจายการพัฒนาสู่เมืองรองเพื่อสร้างจุดขายใหม่หนีการแข่งขันราคา ผู้เชี่ยวชาญเตือนไทยต้องเร่งปรับโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อรับมือกระแสการเปลี่ยนแปลงระดับโลก

23 มกราคม 2569 - อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อข้อมูลล่าสุดระบุว่าไทยอาจกำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนามที่มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและปัจจัยกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ ในงานสัมมนา Thailand Tourism Forum (TTF) 2026 ครั้งที่ 15 ภายใต้ธีม "A World of Change" ผู้นำด้านการลงทุนและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมต่างออกมาส่งสัญญาณเตือนให้ไทยเร่งปรับตัวก่อนที่จะสูญเสียสถานะผู้นำด้านการท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิก

สถิติสะท้อนวิกฤต: ไทยถอยหลัง เวียดนามรุกฆาต

จากรายงานข้อมูล Snapshot ท่องเที่ยวไทยในปี 2568 พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศมีจำนวน 32.97 ล้านคน ซึ่งลดลงถึง 7.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงมาอยู่ที่ 1.5 ล้านล้านบาท หรือหดตัวลง 4.2% ในขณะที่ประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามกลับมีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวสูงถึง 20.4%

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เวียดนามก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวคือการเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชิงรุก โดยปัจจุบันเวียดนามมีแผนสร้างสนามบินเพิ่มเป็น 12 แห่ง และเร่งโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อทั่วประเทศ นอกจากนี้ เวียดนามยังมีจำนวนห้องพักที่จดทะเบียนรวมกว่า 780,000 ห้อง ซึ่งสูงกว่าประเทศไทยที่มีประมาณ 704,000 ห้อง (เฉพาะที่จดทะเบียนเป็นโรงแรม) สะท้อนให้เห็นถึงแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวในการชิงส่วนแบ่งตลาดการท่องเที่ยวระดับโลก

ทัศนะจากผู้นำธุรกิจ: "กลยุทธ์" สำคัญกว่า "ขนาด"

นายบิล บาร์เนตต์ กรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า "อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังอยู่บนจุดตัดสินเชิงกลยุทธ์ ที่วันนี้ ‘กลยุทธ์’ สำคัญกว่าการวัดกันที่ขนาด นี่ไม่ใช่ช่วงฟื้นตัวอีกต่อไป แต่เป็นช่วงชี้ชะตา เพราะประเทศคู่แข่งกำลังทุ่มลงทุนมหาศาล และประเทศไทยไม่สามารถพึ่งความสำเร็จในอดีตได้อีกแล้ว การตัดสินใจในตอนนี้จะเป็นตัวกำหนดอีกสิบปีข้างหน้า"

สอดคล้องกับความเห็นของ นายภูมิ จิราธิวัฒน์ ผู้บริหารจาก Central Group Capital และ Central Pattana ที่มองว่าแม้ไทยจะยังมีศักยภาพในเชิงวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง แต่ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ทำให้การลงทุนต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น โดยนายภูมิเสนอแนวทางว่าไทยจำเป็นต้องสร้าง "สินค้าและประสบการณ์มูลค่าสูง" เพื่อดึงดูดตลาดโลก แทนการพึ่งพาสินค้าเดิมๆ

ทางรอด: กระจายตัวสู่เมืองรองและยกระดับมาตรฐาน

เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรง ที่ประชุม TTF 2026 ได้สรุปแนวทางการปรับตัวที่สำคัญสำหรับปี 2569 ไว้ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่:

  • การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์: เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันระดับภูมิภาค
    • การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย: เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเลือกจุดหมายปลายทาง
    • การส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง (2nd & 3rd-tier destinations): เพื่อตอบสนองเทรนด์การเดินทางแบบหาประสบการณ์ใหม่ (Experiential Travel)

นายภูมิยังได้ยกตัวอย่างพื้นที่ที่มีศักยภาพแต่ยังไม่ถูกพัฒนาอย่างเต็มที่ เช่น ภาคอีสาน ที่มีเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและอาหาร และ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีแนวชายฝั่งธรรมชาติยาวหลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งพื้นที่เหล่านี้สามารถพัฒนาเป็นจุดขายใหม่เพื่อลดความแออัดจากหัวเมืองหลักอย่าง กรุงเทพฯ ภูเก็ต และสมุย

แนวโน้มปี 2569: ความหวังจากตลาดจีน

แม้ภาพรวมจะมีความท้าทาย แต่ในมุมของตลาดนักท่องเที่ยวจีนยังคงมีสัญญาณบวก โดยคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวในปี 2569 ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากความรู้สึกด้านความปลอดภัยที่ดีขึ้น และการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ (Ecosystem readiness & Demand generators) เช่น คอนเสิร์ตระดับโลกและอีเวนต์ระดับนานาชาติที่จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินเข้าประเทศ

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...