โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

LGT ชี้ปี 69 สินทรัพย์เสี่ยงยังไปต่อ แต่ผันผวนสูง จับตาภูมิรัฐศาสตร์-แนะถือทองคำเป้า 5,000 ดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ม.ค. เวลา 14.15 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. เวลา 07.15 น.

LGT Private Banking มองปี 2569 ยังเป็นปีแห่งโอกาสของสินทรัพย์เสี่ยง แม้ต้องเผชิญความผันผวนเพิ่มขึ้นจากนโยบาย เศรษฐกิจโลก และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ย้ำสหรัฐ ญี่ปุ่น และจีนยังน่าสนใจ ขณะที่หุ้นไทยยัง Underperform แนะกระจายพอร์ต ถือทองคำ–โครงสร้างพื้นฐาน ลดเสี่ยงหุ้น AI บางส่วน

วันที่ 23 มกราคม 2569 นายสเตฟาน โฮเฟอร์ กรรมการผู้จัดการและหัวหน้านักยุทธศาสตร์การลงทุน ทีมบริการด้านการลงทุน LGT Private Banking ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยมุมมองการลงทุนปี 2569 ว่า สินทรัพย์เสี่ยงยังคงได้รับแรงสนับสนุนและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ต่อเนื่อง แต่สภาพแวดล้อมการลงทุนจะมีความผันผวนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากความผันผวนของตลาดที่เพิ่มขึ้น ความไม่ชัดเจนของทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ และภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่คาดการณ์ได้ยาก ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น สะท้อนจากเหตุการณ์ในเวเนซุเอลา อิหร่าน และกรีนแลนด์ ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์แรกของปี

ในเชิงภูมิภาค LGT ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) โดยให้ความสำคัญกับประเทศจีนเป็นพิเศษ แม้มูลค่าการประเมินราคาหุ้น โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ จะอยู่ในระดับสูงและมีความเสี่ยงต่อแรงขายทำกำไรเป็นระยะ แต่ยังเชื่อว่าปัจจัยสนับสนุนหลายด้านจะช่วยหนุนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงตลอดปี 2569

โดยหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ คือ การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้อัตราการขยายตัวของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI จะเริ่มชะลอลง แต่ความต้องการด้านการประมวลผลสมรรถนะสูงและพลังงานยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะจีนที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านการผลิตพลังงานไฟฟ้าต้นทุนต่ำ เพื่อรองรับการเติบโตของระบบนิเวศ AI

อย่างไรก็ดี ภายใต้ระดับมูลค่าที่ตึงตัวในบางส่วนของอุตสาหกรรม AI การบริหารความเสี่ยงเชิงรุกจึงมีความสำคัญ นักลงทุนควรผสมผสานการลงทุนในสินทรัพย์อื่น เช่น โครงสร้างพื้นฐาน หรือกลยุทธ์หุ้นแบบ Long Short เพื่อสร้างสมดุลและรองรับความผันผวนในอนาคต

นายสเตฟาน กล่าวว่า สภาพแวดล้อมด้านนโยบายของสหรัฐฯ ยังคงเอื้อต่อการเติบโต จากการผสานระหว่างนโยบายการคลังและการเงิน ทั้งมาตรการลดภาษีสำหรับกลุ่มรายได้สูงภายใต้กฎหมาย “One Big Beautiful Bill” ที่ประกาศใช้ในเดือนกรกฎาคม 2568 และท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังยุคของนายเจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน 2569

อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวเร็วกว่าคาด อาจสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และทำให้นโยบายการเงินมีความซับซ้อนมากขึ้น ในระยะยาว LGT คาดว่าอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่มีลักษณะเชิงลงโทษจะทยอยปรับลดลงตามข้อตกลงทางการค้าใหม่ แม้ทิศทางโลกาภิวัตน์จะเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ LGT ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นในปี 2569 จากการปฏิรูปธรรมาภิบาลองค์กร ผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และการสิ้นสุดภาวะเงินฝืด

สำหรับจีน แนะนำให้ใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกแบบคัดเลือกเฉพาะตัว แทนการลงทุนผ่านดัชนีหรือ ETF โดยเน้นกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ เช่น เทคโนโลยีและธุรกิจนวัตกรรม

ขณะที่ยุโรปยังไม่น่าจะสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าสหรัฐฯ จากการเติบโตของกำไรภาคธุรกิจที่ล่าช้ากว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา คือ ความเป็นไปได้ของข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งอาจเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจผ่านการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยสะท้อนการฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง แม้จะมีแรงหนุนจากโครงสร้างอุตสาหกรรมที่หลากหลายขึ้น แต่ยังถูกจำกัดจากการเติบโตของ GDP ที่ซบเซา และการเติบโตของกำไรบริษัทในระดับปานกลาง โดยคาดว่า EPS ของดัชนี MSCI Thailand จะเติบโตเพียง 4% ต่ำสุดในกลุ่มอาเซียน

ปัจจัยกดดันมาจากความไม่แน่นอนทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และข้อจำกัดด้านนโยบายการคลัง อย่างไรก็ดี ตลาดอาจได้รับแรงหนุนจากการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ระดับเงินปันผลที่สูงเป็นประวัติการณ์ และการซื้อหุ้นคืนที่เพิ่มขึ้น

นายสเตฟาน กล่าวว่า ทองคำยังคงสร้างผลตอบแทนโดดเด่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และยังคงเป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงที่น่าสนใจในปี 2569 จากแรงซื้อของธนาคารกลาง นักลงทุนสถาบัน และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยคาดการณ์ราคาทองคำในอีก 12 เดือนข้างหน้าที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

ทั้งนี้ LGT แนะนำคงกลยุทธ์การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง แต่กระจายพอร์ตด้วยกลยุทธ์ที่มีความสัมพันธ์ต่ำ เช่น Long Short และกลยุทธ์ตลาดสมดุล คาดว่าความผันผวนตลาดหุ้นจะสูงขึ้นจากระดับราคาที่ปรับตัวขึ้นมาแล้ว คาดว่า DXY จะอ่อนค่าลงราว 4% ในปี 2569 ทองคำยังน่าสนใจเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง ขณะที่เงินเยนมีโอกาสฟื้นตัวเมื่อธนาคารกลางญี่ปุ่นเริ่มขึ้นดอกเบี้ย

ในตลาดตราสารหนี้ แนะนำพันธบัตร Investment Grade อายุ 3–7 ปี และพันธบัตรระดับ BB เพื่อเพิ่มผลตอบแทน ภายใต้การคัดเลือกบริษัทที่มีงบดุลแข็งแกร่ง

ทั้งนี้ LGT ยังคงมุมมองลบต่อตลาดหุ้นไทย และได้คัดหุ้นไทยออกจากพอร์ตตั้งแต่กลางปี 2568 โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตเพียง 1.5–1.7% และกำไรบริษัทเติบโตประมาณ 4% แม้ระยะสั้นอาจมีโอกาสรีบาวด์ แต่คาดว่าจะอยู่ในกรอบจำกัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...