โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘พีระพันธุ์’ ปล่อยคาราวาน ‘รวมไทยสร้างชาติ ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้’

ไทยโพสต์

อัพเดต 17 มกราคม 2569 เวลา 19.38 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

17 มกราคม 2569 - ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมผู้บริหารพรรค ร่วมปล่อยคาราวาน“รวมไทยสร้างชาติ ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้” โดยปล่อยรถเมล์เพ้นท์หมายเลขพรรค พร้อมรถกระบะล่องใต้หาเสียง 11 จังหวัด ที่มีนายวิทยา แก้วภราดัย เป็นหัวหน้าทีม ไปช่วยผู้สมัครของแต่ละจังหวัดหาเสียง นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรคที่จะขับเคลื่อนการทำงาน ว่า ก่อนหน้านี้พรรคได้ปล่อยขบวนรถไปที่ภาคอีสาน ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนดีเกินคาด โดยสนใจนโยบายของพรรค ทั้งเรื่องเกษตร การเพิ่มเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการ และวันนี้หากไปดูป้ายหาเสียงจะเห็นว่านโยบายของเรา เช่น เรื่องของการลดค่าไฟ ค่าพลังงาน ถูกเคลมไปใช้หาเสียงจำนวนมาก ทั้งที่ตนเป็นคนทำมาก่อน แต่เวลานี้คนอื่นกลับอยากจะลดด้วย แสดงว่านโยบายนี้ที่ตนทำไว้เดินมาถูกทาง รวมถึงได้รับเสียงตอบรับจากเยาวชน ที่สอบถามเรื่องคุกกลางทะเล ที่นำคนทุจริตคอรัปชั่นไปลงโทษ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว คะแนนพรรคและคะแนนสส.เขต ขึ้นมาเป็นลำดับที่3,4เกินจากความคาดหมาย เฉพาะภาคอีสานได้เกือบ 8 แสนคะแนน และครั้งนี้เชื่อมั่นคาราวานที่ปล่อยลงใต้จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าเรายังเดินหน้าทำงานให้กับประชาชนอย่างไม่มีถอย และคาดหวังว่าจะได้คะแนนนิยมในภาคใต้อยู่ เพราะการเลือกตั้งครั้งที่แล้วพรรคได้สส.บัญชีรายชื่อมาเยอะมาก ครั้งนี้จึงมั่นใจว่ายังมีคะแนนเสียงอยู่เหมือนเดิม เห็นได้จากเสียงตอบรับที่ส่งเข้ามาที่พรรค อีกทั้งแกนนำหลักก็ยังยืนยันทำงานอยู่กับพรรค นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ครั้งนี้เรามีนโยบายที่สำคัญเรื่องของการแก้วิกฤตของประเทศ และจากนโยบายของพรรค ที่ออกมามั่นใจว่าความร่วมมือของคนในพรรคและความมุ่งมั่นในการทำงาน ที่ประกาศจุดยืนดูแลประชาชน โดยเฉพาะเรื่องค่าพลังงาน ซึ่งตนไปพูดทุกเวทีและมีคนมาเคลมทั้งที่ตนเป็นคนทำ แต่ไม่เป็นไรเพราะอยากให้รู้ว่าเรามีผลงานจริงถูกเคลมจริง แต่เชื่อว่าประชาชนรู้ว่าเรื่องจริงคืออะไร ตนไม่ได้เสียดาย ที่ปี 2569 มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและต้องพ้นจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน แต่เสียดายโอกาสที่จะแก้ปัญหา เพราะปี 2569 ได้กำหนดเอาไว้ว่าจะลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ทั้งไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าซหุงต้ม ตอนที่ตนเป็นรัฐมนตรี ราคาไม่เคยขึ้น และตรึงราคาก๊าซอยู่ที่ 423 บาท ต้นทุน 25 บาทต่อกิโลกรัม แต่วันนี้ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ต้นทุนตกลงมาที่ราคา 20 บาท แต่ราคาพลังงานกลับขึ้นมาที่480 บาท และถ้าตนได้กลับมาทำหน้าที่อีก คำนวณไว้ว่าจะลดราคาก๊าซหุงต้ม ให้อยู่ที่ได้ 360 บาท และลดค่าไฟฟ้าต่อหน่วยลง “เชื่อว่า2 ปีที่เราดูแลกระทรวงพลังงาน สามารถดูแลและช่วยเหลือประชาชนทำให้ประหยัดไปได้ไม่ต่ำกว่า 6 แสนล้านบาท และหากได้กลับมาทำหน้าที่จะดูแลแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง เพราะเรามีความเด็ดเดี่ยว เด็ดขาด ไม่เคยมีผลประโยชน์ส่วนตัว รวมถึงจะแก้ปัญหาด้านการคอรัปชั่น สังคม และทุนสีเทาอย่างจริงจัง “ นายพีระพันธุ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...