โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศาลแพ่งสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์ฯ 4 คดีฉ้อโกง/สแกมเมอร์รวม 13,074 ล้านบาท “แตงไทย-เฉิน จื้อ-ก๊ก อาน-เอื้ออังกูร”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 ก.พ. เวลา 16.53 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. เวลา 06.42 น.

ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณา 4 คดีสำคัญเกี่ยวกับขบวนการสแกมเมอร์ ฉ้อโกงประชาชน หลอกลงทุนออนไลน์ ฟอกเงินผ่านเครือข่ายต่างประเทศ รวมมูลค่า 13,074 ล้านบาท

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. แถลงว่า ตามที่ คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ให้เลขาธิการ ปปง. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และต่อมาในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569

นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ได้มอบหมายให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ในคดีสำคัญ 4 รายคดี รวมมูลค่า ประมาณ 13,074 ล้านบาท นั้น

ปัจจุบัน พนักงานอัยการได้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ในคดีสำคัญ 4 รายคดีดังกล่าวแล้ว โดยศาลแพ่งพิเคราะห์พยานหลักฐานของพนักงานอัยการในชั้นไต่สวนแล้ว มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจมีการโอน จำหน่าย หรือยักย้ายไปเสียซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ศาลแพ่งจึงมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยให้เลขาธิการ ปปง. เป็นผู้ดำเนินการยึดหรืออายัด เก็บรักษาทรัพย์สิน ตลอดจนมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ รายละเอียด ดังนี้

  • รายคดี นางสาวแตงไทยฯ กรณี MR.LEAK YIM นางวิรินยาฯ MR.SMITH BEN และนางสาวแคทรียาฯ กับพวก ศาลแพ่งรับเป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ 31/2569 โดยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีหมายแจ้งคำสั่ง ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตามบัญชีทรัพย์สินที่สำนักงาน ปปง. ส่งให้พนักงานอัยการฯ รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท
  • รายคดี นายเฉิน จื้อ กับพวก ศาลแพ่งรับเป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ 25/2569 โดยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีหมายแจ้งคำสั่ง ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตามบัญชีทรัพย์สินที่สำนักงาน ปปง. ส่งให้พนักงานอัยการฯ รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท
  • รายคดี นายก๊ก อาน กับพวก ศาลแพ่งรับเป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ 29/2569 โดยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีหมายแจ้งคำสั่ง ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตามบัญชีทรัพย์สิน ที่สำนักงาน ปปง. ส่งให้พนักงานอัยการฯ รวมมูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท
  • รายคดี นายเอื้ออังกูรฯ กับพวก ศาลแพ่งรับเป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ 20/2569 โดยเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 มีหมายแจ้งคำสั่ง ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตามบัญชีทรัพย์สิน ที่สำนักงาน ปปง. ส่งให้พนักงานอัยการฯ รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากทรัพย์สินที่ศาลได้มีคำสั่งยึดหรืออายัดไว้ชั่วคราวใน 4 รายคดีดังกล่าวไม่เหมาะสมที่จะเก็บรักษาไว้ หรือหากเก็บรักษาไว้จะเป็นภาระแก่ทางราชการ เช่น รถยนต์ หรือเรือยอร์ช เลขาธิการ ปปง. อาจสั่งให้นำทรัพย์สินประเภทดังกล่าวออกขายทอดตลาดและเก็บรักษาไว้เป็นเงินแทนได้ ตามมาตรา 57 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

อนึ่ง ในรายคดีดังกล่าวข้างต้น หากมีผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมาย และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลนำเงินหรือทรัพย์สินในรายคดีดังกล่าว มาคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

อ้างอิง : www.amlo.go.th

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...