'หมอของขวัญ' ยื่นลาออกจากแพทยสภา ค้านการใช้ดุลยพินิจไม่กี่คน-ประหารด้วยจริยธรรม ลั่น ถอดเสื้อกาวน์แล้วพราวด์ให้สุด
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่แพทยสภา พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงามชื่อดัง เดินทางมายื่นหนังสือถึงเลขาธิการแพทยสภา เรื่องแจ้งความประสงค์ต้องการลาออกจากสมาชิกแพทยสภาและคืนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ โดยมีเจ้าหน้าที่แพทยสภาเป็นผู้รับหนังสือ จากนั้นหมอของขวัญได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า มี 2 สาเหตุหลักที่ตนตัดสินใจมายื่นลาออก คือ ประเด็นที่ 1 ตั้งแต่ตนออกมายืนตรงข้ามขั้วผู้มีอำนาจ ตั้งแต่การเรียกร้องประเด็นสังคม วัคซีนโควิด-19 มักเกิดแรงกระเพื่อมที่ฟาดฟันด้วยคำว่า จริยธรรม โดยองค์กรอิสระ ไม่ต่างจากความบิดเบี้ยวของระบบประเทศนี้ เช่นเดียวกับองค์กรอิสระที่ทุกคนรู้จักอย่าง กกต. สตง. ที่มีการใช้ดุลยพินิจของคนไม่กี่คน การประหารด้วยคำว่าจริยธรรม มาชี้เป็นชี้ตาย ลงโทษ ซึ่งระบบที่บิดเบี้ยวก็จะมีทางออก 2 ทาง คือ แก้ไขมัน หรือทิ้งระบบ ซึ่งตนพยายามแก้ไขต่อสู้มานาน ไม่ใช่เจอปัญหาแล้วถอย
“เมื่อ 6 ปีที่ออกมาคอลเอาต์เรื่องวัคซีนโควิด-19 ก็เกิดความประหลาดในเรื่องเมื่อ 12 ปีก่อนที่จบไปแล้ว และยืนยันว่าหมอของขวัญไม่เคยถูกร้องเรียน หรือลงโทษ และไม่เคยทำเหตุไม่พึงประสงค์กับคนไข้ซักครั้งเดียว ครั้งแรกหมอโดนเรื่องจริยธรรม ไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลืองของผู้ป่วย ซึ่งหมอไม่เข้าใจมาตรฐาน ดุลยพินิจที่แพทยสภาพิจารณาจากอะไร ท่านได้พิจารณาโรงพยาบาลเอกชนที่คิดราคาขูดรีดขูดเนื้อ ส่งตรวจแล็บ จ่ายยาเกินกว่าจำเป็นหรือไม่ ในประเทศนี้ทุกคนเข้าใจและรู้ดี ขึ้นอยู่ว่าจะพูดหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่คุณทำอะไร แต่ขึ้นกับว่าคุณเป็นคนของใคร ระบบแบบนี้อยู่ไม่ได้ กดให้ต่ำ ให้จน แกล้งให้กลัว แต่ขอโทษหมอไม่กลัว” พญ.ของขวัญกล่าว
พญ.ของขวัญกล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 2 ความไม่เห็นด้วยกับแนวทางกำกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพของแพทยสภา การกำหนดโทษเกี่ยวกับการโฆษณาในบางกรณีมีความรุนแรงเกิน เมื่อเทียบกับความผิดทางวิชาชีพอื่น เช่น การกระทำที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย ร้ายแรงกว่าการจัดซื้อจัดจ้าง มองว่าในกรณีที่แพทย์ไม่แสดงตนในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพ แต่แสดงความเห็นในฐานะประชาชนทั่วไป ก็ควรอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกับประชาชนคนอื่น และหากมีการโฆษณาเกินจริงหรือผิดกฎหมาย หน่วยงานกำกับด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพก็ควรดำเนินการตามกระบวนการปกติ ถ้าไม่ให้หมอพูดถึงเรื่องยา อาหารเสริมสุขภาพ แล้วจะให้ใครพูด ข้อมูลทางสุขภาพที่ถูกต้อง ในยุคที่ข้อมูลในโซเชียลมีทั้งจริงและเท็จปะปนกัน นอกจากนั้น ตนมองว่ากฎเกณฑ์บางอย่างถูกกำหนดมานาน และอาจไม่สอดคล้องกับบริบทสื่อออนไลน์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันการสื่อสารสามารถทำได้ผ่านโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว จึงควรมีการทบทวนความหมายและขอบเขตของคำว่า “โฆษณา” ให้ชัดเจน ยังยกตัวอย่างปัญหาการควบคุมการจำหน่ายยาบางชนิด และการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่สอดคล้องกัน พร้อมตั้งคำถามถึงเป้าหมายการผลักดันประเทศไทยสู่ Medical Hub ว่าระบบกำกับภายในควรเอื้อต่อการพัฒนาองค์ความรู้และการแข่งขันระดับนานาชาติ
เมื่อถูกถามถึงการเข้าสู่สนามการเมือง พญ.ของขวัญตอบชัดว่า หากการเมืองยังมีลักษณะการใช้องค์กรอิสระและดุลยพินิจในลักษณะเดียวกัน ก็ไม่มีความตั้งใจจะเข้าสู่การเมือง
สำหรับแรงกระเพื่อมในกลุ่มแพทย์ พญ.ของขวัญกล่าวว่า บริบทชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกัน บางคนยังมีภาระครอบครัวและต้องประกอบวิชาชีพต่อไป การตัดสินใจลาออกจึงเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ต้องการสะท้อนให้สังคมเห็นปัญหาเชิงระบบ
พญ.ของขวัญกล่าวอีกว่า โดยหลักการสมาชิกภาพของแพทยสภาสิ้นสุดได้ 3 กรณี คือ เสียชีวิต ลาออก หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต การคืนใบอนุญาตครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นจุดเปลี่ยนในเส้นทางวิชาชีพของแพทย์คนหนึ่ง แต่ยังจุดประกายคำถามต่อระบบกำกับจริยธรรมวิชาชีพแพทย์ ว่าในยุคที่ข้อมูลสุขภาพรวดเร็วและสังคมคาดหวังความโปร่งใส กลไกกำกับควรปรับตัวอย่างไร
“การตัดสินใจลาออกจากสมาชิกภาพของแพทยสภาไม่ใช่การตัดสินใจจากอารมณ์ชั่ววูบวิชาชีพไม่มีใครใช้อารมณ์ชั่ววูบ การละทิ้งวิชาชีพหรือทำลายวิชาชีพของตัวเอง ไม่มีใครทำเพราะอารมณ์ มันต้องผ่านการคิด วิเคราะห์ แยกแยะมาอย่างดี” พญ.ของขวัญกล่าว
เมื่อถูกถามถึงข้อท้วงติงว่า หลายประเทศทั่วโลกมีกฎห้ามแพทย์โฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพราะอาจกระทบความน่าเชื่อถือของวิชาชีพ พญ.ของขวัญกล่าวว่า หลักการในต่างประเทศคือห้าม “แสดงตนในฐานะแพทย์” แล้วโฆษณา โดยใช้สถานะวิชาชีพสร้างความได้เปรียบทางการตลาด
สิ่งที่อยากตั้งคำถามคือ ขอบเขตการตีความในประเทศไทย ซึ่งหากมีการขยายความไปถึงขั้นว่า แม้ไม่แสดงตนเป็นแพทย์ ก็ยังไม่สามารถโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพได้เลย เธอเห็นว่าเป็นประเด็นที่ควรได้รับการตีความทางกฎหมายอย่างชัดเจน
“จริงๆ หมอก็อยากให้เรื่องนี้ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตีความให้ชัด ว่ากฎที่ระบุว่าแม้ไม่แสดงตัวเป็นหมอ ก็โฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ได้ แบบนี้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ที่ผ่านมาได้ต่อสู้คดีหลายเรื่องจนรู้สึกเหนื่อยล้า” พญ.ของขวัญกล่าว
เมื่อถูกถามตรงๆ ว่า ที่ผ่านมาเคยแสดงตนเป็นแพทย์ขณะรีวิวสินค้าหรือไม่ พญ.ของขวัญตอบว่า ปกติไม่ได้เรียกตัวเองว่า “หมอ” ในการทำคอนเทนต์ แต่ใช้ชื่อเล่นหรือสรรพนามทั่วไป นี่ก็น่าจะเป็นสัมภาษณ์แรกๆ ที่หมอเรียกตัวเองว่าหมอ ปกติก็ใช้ชื่อของขวัญ
เมื่อถามว่าตอนนี้ยังเรียกว่าเป็นหมอได้หรือไม่ พญ.ของขวัญตอบว่า “แพทย์หญิงใช้ได้ เพราะแพทย์หญิงคือคนที่จบจากแพทยศาสตร์ หมอของขวัญคือที่ทุกคนเรียก อย่างหมอแล็บแพนด้า หมอปลาย หมอลักษณ์ หมอช้าง หมอบี คำว่าหมอทุกคนเรียกได้อยู่แล้ว หมอรำ หมอนวด แต่สิ่งที่หมอทำไม่ได้คือ ฉีดคนไข้ ปฏิบัติใดๆ ต่อร่างกายอีกคน ผ่าไม่ได้ ดูดไม่ได้ เฉาะไม่ได้ เป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นพรีเซ็นเตอร์ได้ โฆษณาอาหารเสริมสุขภาพได้ ทุกคนอย่างได้ใต้กรอบกฎหมาย อย.”
ช่วงท้าย พญ.ของขวัญยังฝากกำลังใจถึงแพทย์ที่อาจรู้สึกได้รับผลกระทบจากบริบทความขัดแย้งในระบบ โดยระบุว่า บริบทของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนยังต้องอยู่ในระบบต่อไป อยากให้กำลังใจแพทย์ทุกคนที่วันนี้อาจอยู่คนละฝั่งกับขั้วอำนาจ หรือได้รับแรงกดดัน ขอให้สู้ต่อไป พร้อมลั่นวลีเด็ด “ถอดเสื้อกาวน์แล้วพราวด์ (Proud) ให้สุด”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘หมอของขวัญ’ ยื่นลาออกจากแพทยสภา ค้านการใช้ดุลยพินิจไม่กี่คน-ประหารด้วยจริยธรรม ลั่น ถอดเสื้อกาวน์แล้วพราวด์ให้สุด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th