โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

คนไทยยังปลอดภัย! ‘กต.’ เตรียมอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง ยอดผู้สมัครใจขอเดินทางกลับ 29 คน

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 มีนาคม 2569 เวลา 3.49 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กต.เตรียมแผนอพยพคนไทยในพื้นที่สงคราม ตั้งศูนย์ประสานงาน 24 ชม. แนะคนไทยรีบเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยง เผยกรุงเตหะรานยังคงถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง แจ้งความประสงค์เดินทางกลับแล้ว 29 คน นายกฯเตรียมนั่งหัวโต๊ะประชุม 2 มี.ค.นี้

1 มี.ค.2569-ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงการณ์ช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่สงครามภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่มี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานร่วมกับผู้บริหารกระทรวงฯ และสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า หลังเกิดเหตุกระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ท่าทีไปแล้ววานนี้ (28 ก.พ.) โดยเน้นย้ำ 3 ประการ ประการที่ 1 ไทยได้ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางด้วยความห่วงกังวลเป็นอย่างยิ่ง ประการที่ 2 ไทยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการขัดแย้งหลีกเลี่ยงการดำเนินการใดๆที่จะส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายลงอันจะส่งผลกระทบต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศรวมถึงชีวิตของพลเมืองเลือนในภูมิภาคและประการที่ 3 เรียกร้องให้มีการเร่งรัดแก้ไขสถานการณ์ด้วยการเจรจา

นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินสถานการณ์ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานต่างๆของไทยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ประสาน 24 ชั่วโมงของกรมการกงสุลเพื่อให้การช่วยเหลือเร่งด่วนแก่คนไทย อีกทั้งยังได้มีการประกาศแจ้งเตือนให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นพิจารณาหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วงนี้

ปัจจุบันมีคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยรวมทั้งสิ้น 110,000 คน เยอะที่สุดที่ประเทศอิสราเอลประมาณ 65,000 คน ในภาพรวมยังไม่มีรายงานว่าคนไทยในตะวันออกกลางได้รับผลกระทบรุนแรง สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในภูมิภาคได้มีประกาศแจ้งเตือนคนไทยให้ติดตามข่าวสารและติดตามข่าวสารจากประเทศนั้นๆแนวปฏิบัติของเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ตลอดจนคำแนะนำให้คนไทยที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงเร่งเดินทางออกจากพื้นที่หรือพิจารณาออกไปพักอาศัยสถานที่หลบภัยในพื้นที่ปลอดภัย อีกทั้งยังเตรียมแผนอพยพคนไทย

นายปาณิดล กล่าวว่า จากการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศได้มีการประชุมกับเจ้าหน้าที่ผู้บริหารกระทรวง เอกอัคราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในภูมิภาคเพื่อรับทราบถึงสถานการณ์ ความคืบหน้าในการดูแลช่วยเหลือคนไทยในแต่ละประเทศ ที่อิหร่านสถานทูตที่กรุงเตหะรานแจ้งว่าขณะนี้ยังมีการโจมตีในพื้นที่ความมั่นคงอยู่ตลอด ซึ่งทางสถานทูตที่ตั้งอยู่ใกล้บริเวณพื้นที่เป้าหมาย ขณะเดียวกันแนวโน้มมีความทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในการนี้สถานทูตได้เปิดศูนย์อำนวยการให้คนไทยได้ติดต่อได้ตลอดเวลาถ้าต้องการความช่วยเหลือหรือหากมีข้อซักถามในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็สามารถติดต่อสถานทูตของเราได้เสมอ

นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างวางแผนอพยพคนไทยออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุดโดยเปิดให้คนไทยแจ้งความประสงค์ที่จะเดินทางกลับไทยด้วยแล้ว ซึ่งในส่วนของอิหร่านตอนนี้มีคนไทย 29 คนได้แสดงความประสงค์มาแล้วมีทั้งนักศึกษาและแรงงานด้วย ส่วนประเทศอิสราเอลสถานทูตของเราที่เทลอาวีฟแจ้งว่าสถานทูตได้สื่อสารกับชุมชนไทยอย่างใกล้ชิด โดยได้เปิดหมายเลขโทรศัพท์ให้ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง อย่างที่เรียนไปในอิสราเอลมีคนไทยประมาณ 65,000 คนส่วนใหญ่เป็นแรงงานในภาคเกษตร ขณะนี้มีคนแจ้งความประสงค์กลับไทยไม่เกิน 20 คน ซึ่งสายการบินอิสราเอลยังเปิดให้บริการตามปกติ มีเส้นทางอพยพทางบกไปได้หลายประเทศ กระทรวงการต่างประเทศจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ซึ่งในวันที่ 2 มีนาคม จะมีการประชุมร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยทางนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้จะเป็นการจะเป็นประธานประชุมด้วยตัวเอง เพื่อหารือที่มีผลกระทบเกี่ยวกับประเทศไทยทั้งในด้านเศรษฐกิจพลังงานความมั่นคงในภูมิภาค รวมถึงแผนการในการช่วยเหลือและคนไทยในพื้นที่โดยเร็วที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...