โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรารู้อะไรในปฏิบัติการสหรัฐฯ-อิสราเอล สังหารผู้นำอิหร่าน

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เรารู้อะไรในปฏิบัติการสหรัฐฯ-อิสราเอล สังหารผู้นำอิหร่าน

สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางก้าวเข้าสู่ความตึงเครียดถึงขีดสุด หลังวานนี้ (28 กุมภาพันธ์) อิสราเอลและสหรัฐอเมริกา เปิดฉากปฏิบัติการร่วมโจมตีครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน ขณะที่อิหร่านโต้ตอบกลับอย่างไม่ลดละ ด้วยการยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลและชาติพันธมิตรที่มีฐานทัพสหรัฐฯ ตั้งอยู่ ทั้งบาห์เรน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) คูเวต และจอร์แดน

การสู้รบเดินทางมาสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (1 มีนาคม) มีการยืนยันว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านวัย 86 ปี เสียชีวิตแล้วจากการโจมตีทางอากาศ ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ออกมาขู่ว่า จะตอบโต้ด้วย ‘ปฏิบัติการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์’

จนถึงตอนนี้เรารู้อะไรบ้างจากเหตุการณ์นี้ ทีมข่าวต่างประเทศ THE STANDARD สรุปมาให้เข้าใจม้วนเดียวจบ

จุดเริ่มต้นมาจากอะไร

ขอเท้าความกลับไปที่เหตุการณ์ก่อนหน้ากันสักนิด

วานนี้ สหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมมือกันเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่อิหร่านแบบ ‘ชิงลงมือก่อน’ (Pre-emptive Strike) เหตุการณ์เริ่มต้นในช่วงเวลาประมาณ 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นอิหร่าน (13.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) โดยมีรายงานเสียงระเบิดดังสนั่นจากหลายพื้นที่ในกรุงเตหะรานและเมืองสำคัญทั่วประเทศ แรงระเบิดหลายระลอกพุ่งเป้าไปที่จุดยุทธศาสตร์สำคัญ รวมถึงพื้นที่ใกล้กับสำนักงานของผู้นำสูงสุด

ไม่นานหลังจากนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านโซเชียลมีเดีย ยืนยันการเริ่มปฏิบัติการสู้รบครั้งใหญ่ในอิหร่าน โดยทรัมป์ระบุว่านี่คือภารกิจ “ขจัดภัยคุกคามและปกป้องประชาชนอเมริกัน” พร้อมอ้างว่าอิหร่านปฏิเสธเงื่อนไขการเจรจาด้านนิวเคลียร์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้สหรัฐฯ ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากนี้เขายังส่งสารไปถึงชาวอิหร่านให้ลุกขึ้นปลดแอกตนเองจากระบอบเผด็จการที่ปกครองประเทศมาอย่างยาวนาน

สถานการณ์ดังกล่าวบีบให้อิหร่านต้องตอบโต้ทันที นอกจากยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลซึ่งเป็นคู่กรณีหลักแล้ว IRGC ยังเปิดฉากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ที่กระจายตัวอยู่ทั่วตะวันออกกลาง โดยกาตาร์ คูเวต UAE และจอร์แดน รายงานว่าสามารถสกัดขีปนาวุธไว้ได้ ทำให้ทรัพย์สินทางทหารไม่ได้รับความเสียหาย แต่ที่บาห์เรนมีรายงานว่า กองบัญชาการกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ ในเขตจัฟแฟร์ เกิดระเบิดขนาดใหญ่และได้รับความเสียหายบางส่วน

การสู้รบที่ขยายวงกว้างยังทำให้หลายประเทศต้องประกาศปิดน่านฟ้า ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินพาณิชย์หลายพันเที่ยวบินที่ต้องระงับให้บริการเพื่อความปลอดภัย

นาทีสังหารคาเมเนอี

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดหนัก ที่สุดช่วงเช้าวันนี้รัฐบาลอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า การโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล ได้สังหารคาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของประเทศแล้ว โดย The New York Times รายงานอ้างแหล่งข่าวความมั่นคงว่า CIA คือผู้ระบุตำแหน่งของเป้าหมาย ส่วนอิสราเอลคือฝ่ายลงมือสังหาร

รายงานระบุว่า CIA ติดตามตัวคาเมเนอีมานานหลายเดือนจนมั่นใจพิกัดและรูปแบบการเคลื่อนไหว กระทั่งทราบว่าในช่วงเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จะมีการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ศูนย์บัญชาการกลางกรุงเตหะราน และยืนยันได้ว่าคาเมเนอีจะอยู่ในสถานที่ดังกล่าว

ด้วยเหตุนี้ สหรัฐฯ และอิสราเอลจึงตัดสินใจปรับแผนกระทันหัน จากเดิมที่ตั้งใจจะโจมตีในเวลากลางคืนเพื่ออาศัยความมืดอำพราง เปลี่ยนมาเป็นปฏิบัติการในช่วงเช้าตามข้อมูลข่าวกรองใหม่ที่ได้รับมา

ด้วยเหตุนี้ สหรัฐฯ และอิสราเอลจึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนช่วงเวลาในการโจมตี จากเดิมที่ตั้งใจจะเปิดฉากโจมตีอิหร่านในเวลากลางคืน เพื่ออาศัยความมืดอำพรางการปฏิบัติการ มาสู่ปฏิบัติการในช่วงเช้าวันเสาร์ ตามที่ได้รับข้อมูลใหม่มา

ปฏิบัติการเริ่มต้นขึ้นประมาณ 6 โมงเช้าในอิสราเอล ฝูงบินรบทะยานจากฐานทัพพร้อมติดตั้งอาวุธนำวิถีพิสัยไกลความแม่นยำสูง จนกระทั่งเวลา 09.40 น. ตามเวลาอิหร่าน ขีปนาวุธได้พุ่งเป้าถล่มอาคารที่พักของคาเมเนอีอย่างแม่นยำ ปิดฉากผู้นำสูงสุดของอิหร่านในห้องทำงานทันที

จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

เช้าวันนี้ สื่อทางการอิหร่านรายงานการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด พร้อมประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 40 วัน และสั่งหยุดราชการ 7 วัน ภาพประชาชนที่หลั่งน้ำตาด้วยความเสียใจถูกเผยแพร่ผ่านสื่อ ขณะที่ IRGC ออกแถลงการณ์ว่า “ได้สูญเสียผู้นำผู้ยิ่งใหญ่” และ “กำลังอยู่ระหว่างการไว้อาลัย” ต่อการเสียชีวิตของคาเมเนอี

“การพลีชีพของคาเมเนอีด้วยน้ำมือของผู้ก่อการร้ายและเพชฌฆาตที่โหดเหี้ยมที่สุดของมนุษยชาติ เป็นสัญญาณของความชอบธรรมของผู้นำที่ยิ่งใหญ่คนนี้ และการยอมรับการรับใช้ที่จริงใจของเขา”

แถลงการณ์ระบุทิ้งท้ายว่า “มือแห่งการแก้แค้นของชาติอิหร่านจะไม่ปล่อยพวกเขาไป” โดยล่าสุด IRGC ขู่ว่าจะเริ่มปฏิบัติการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ 27 แห่งในตะวันออกกลางด้วยขีปนาวุธและโดรน พร้อมลั่นวาจาจะ “ดำเนินการแก้แค้นที่แตกต่างและรุนแรงยิ่งขึ้น”

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ก็ได้โต้กลับทันควันว่า สหรัฐฯ พร้อมโจมตีอิหร่าน “ด้วยกำลังที่ไม่เคยมีมาก่อน” หากมีการตอบโต้กลับมา

“พวกเขาไม่ควรทำเช่นนั้น เพราะถ้าทำ เราจะโจมตีด้วยกำลังที่โลกไม่เคยเห็น!”

ความเสียหายที่ตามมา

ผลกระทบจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลในอิหร่านวานนี้ สภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านระบุว่า มีผู้เสียชีวิตทั่วประเทศอย่างน้อย 201 คน และบาดเจ็บ 747 คน โดยการโจมตีโรงเรียนหญิงล้วน ทางตอนใต้ของอิหร่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 108 คน

ขณะที่ความเสียหายจากการที่อิหร่านโจมตีอิสราเอลและชาติอื่นๆ นั้นอยู่ในวงจำกัด และไม่ค่อยมีการรายงานตัวเลขที่แน่ชัด โดยที่ UAE มีรายงานผู้เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิดจากการยิงสกัดขีปนาวุธดังกล่าวอย่างน้อย 1 ราย

ในเชิงเศรษฐกิจนั้น ปฏิบัติการครั้งนี้สร้างความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดิบในตะวันออกกลาง เนื่องจากอิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 4 ของโอเปก และกุมจุดยุทธศาสตร์ ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ เส้นทางเดินเรือน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่า หากสถานการณ์บานปลาย อาจเป็นชนวนเหตุให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกได้ทันที

แฟ้มภาพ: REUTERS/Raheb Homavandi/File Photo

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...