โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ผลการศึกษาเผย สัมผัสมลพิษทางอากาศ-ฝุ่น PM 2.5 เพิ่มความเสี่ยง ‘สมองเสื่อม’

BT Beartai

อัพเดต 24 พ.ค. 2565 เวลา 22.40 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2565 เวลา 11.05 น.
ผลการศึกษาเผย สัมผัสมลพิษทางอากาศ-ฝุ่น PM 2.5 เพิ่มความเสี่ยง ‘สมองเสื่อม’

การศึกษาฉบับใหม่ที่เผยแพร่ในวารสารชีวจิตเวชศาสตร์ (Biological Psychiatry) ระบุว่าการสัมผัสมลพิษจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในอากาศเป็นเวลานาน เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม (Cognitive Decline) และอาจส่งผลให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ก่อนเวลาอันควร

ผลการศึกษาดังกล่าวเผยว่ามลพิษทางอากาศ อาทิ PM 2.5, โอโซนภาคพื้นดิน และไนโตรเจนไดออกไซด์ สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาที่เป็นพิษต่อระบบประสาท และอาจส่งผลเสียต่อสภาวะด้านความคิดความเข้าใจของมนุษย์

ทีมวิจัยนานาชาติที่นำโดยคณะนักวิจัยจากโรงพยาบาลหัวซานแห่งมหาวิทยาลัยฟูตันในนครเซี่ยงไฮ้ดำเนินการศึกษาข้างต้น โดยใช้ข้อมูลของผู้เข้าร่วม 31,573 คนในแบบสำรวจ Chinese Longitudinal Healthy Longevity Survey ซึ่งเป็นแบบสำรวจด้านสุขภาพและความชรา และข้อมูลของผู้เข้าร่วม 1,131 คนจากกลุ่มการศึกษาเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์

บรรดาผู้เชี่ยวชาญพบว่าการสัมผัสฝุ่น PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้น 20 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ขณะการสัมผัสโอโซนภาคพื้นดินและไนโตรเจนไดออกไซด์ทำให้เกิดความเสี่ยงสูง ทว่าไม่มีนัยสำคัญด้านการประมาณการ

ทั้งนี้ ผลการศึกษาระบุว่าการสัมผัสฝุ่น PM 2.5 เป็นเวลานานส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้น โดยอาจอธิบายได้บางส่วนว่าการสะสมของสารแอมีลอยด์ (Amyloid) ในสมองบ่งชี้ถึงความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ที่เพิ่มขึ้น

ที่มา : Xinhua

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...