โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

Itaewon Class แก้แค้น เรียนรู้ และเติบโต บนเส้นทางชีวิตที่เลือกเอง

a day magazine

อัพเดต 31 พ.ค. 2565 เวลา 14.45 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 14.45 น. • ดูซีรีส์ให้ซีเรียส

Itaewon Class ธุรกิจปิดเกมแค้น (2020) เป็นซีรีส์ที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลกในช่วงที่ออกอากาศ โดยเฉพาะกระแสในประเทศไทย ที่ทำให้ทุกบ้านต้องลุกขึ้นมาทำเมนู ‘ซุปกิมจิเต้าหู้อ่อน’ จนเครื่องปรุงรสอย่าง โคชูจัง หรือซอสพริกเกาหลี ขาดตลาดในทุกห้าง

ข้อมูลจาก Korea Agro-Fisheries & Food Trade Corp องค์กรด้านอาหารและการเกษตรของเกาหลีใต้ กล่าวว่า หลังจากซีรีส์ Itaewon Class เริ่มออกอากาศ ยอดการส่งออกโคชูจังก็เพิ่มขึ้นถึง 27.3% จากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มียอดการนำเข้าโคชูจังเพิ่มขึ้นมากที่สุด จาก 3.69 แสนดอลลาร์ในปี 2019 ผ่านไปเพียงครึ่งปีแรกของ 2020 มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 9.98 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ +170%

นั่นหมายความว่าItaewon Class ไม่ใช่เพียงสร้างเพียงความบันเทิงสู่สายตาคนทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังส่งออก Soft Power ที่ทรงพลัง จนส่งผลในวงกว้างไปถึงเศรษฐกิจการค้า รวมไปถึงการท่องเที่ยวของประเทศเกาหลีใต้อีกด้วย

Itaewon Class เล่าเรื่องผ่านตัวละครหลักคือ พัคแซรอย (รับบทโดย พัคซอจุน) ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในวัยมัธยมปลาย ด้วยนิสัยตรงไปตรงมา ไม่ชอบให้ใครเอาเปรียบ ทำให้เขามีปัญหากับ ชางกึนวอน (รับบทโดย อันโบฮยอน) ขาใหญ่ประจำโรงเรียนที่ไม่มีใครกล้ายุ่ง เพราะเขาเป็นลูกชายของเครือชางกา บริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ระดับประเทศที่คอยอุดหนุนโรงเรียนอยู่ ทางโรงเรียนสั่งให้พัคแซรอยคุกเข่าขอโทษทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เขาเลือกที่จะไม่ดูหมิ่นศักดิ์ศรีของตัวเอง และยอมถูกไล่ออกจากโรงเรียนแทน

เรื่องราวมันพัวพันยิ่งกว่านั้น เพราะพ่อของพัคแซรอยดันเป็นลูกจ้างของบริษัทชางกาอยู่เช่นกัน ทำให้พ่อต้องลาออกจากบริษัทที่มั่นคงเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของลูกชาย แล้วมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการเปิดร้านอาหารเล็กๆ ของตัวเอง

โชคร้ายที่ในวันหนึ่งพ่อของเขาต้องเสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุชนแล้วหนี ซึ่งคู่กรณีก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็น ชางกึนวอน คู่อริคนเดิม นั่นทำให้สติของพัคแซรอยกระเจิดกระเจิง เขาลงมือทำร้ายชางกึนวอนปางตายด้วยความโกรธแค้น และบทสรุปของเรื่องนี้จบลงที่พัคแซรอยต้องติดคุกเป็นเวลา 2 ปีด้วยข้อหาพยายามฆ่า ซึ่งในจุดนี้เราเชื่อว่าซีรีส์พยายามแสดงให้เห็นถึงความไม่ยุติธรรมที่มีอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ผู้ที่ไม่มีอำนาจเพียงพอหรือไม่ได้อยู่ในสังคมชั้นสูงนั้นจำต้องก้มหน้ายอมรับว่า ต่อให้พยายามแค่ไหน บางครั้งเราอาจไม่มีความสามารถเพียงพอในการปกป้องและต่อสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป

ในช่วงระหว่างที่พัคแซรอยอยู่ในคุก เขาพยายามคิดวางแผนแก้แค้นอย่างรัดกุม โดยตั้งเป้าว่าต้องเอาคืนบริษัทชางกาให้ได้ภายใน 15 ปี และหลังออกจากคุกมาได้พักใหญ่ พัคแซรอยก็ทำงานเก็บเงินอย่างอุตสาหะถึง 7 ปี และมาเปิดร้านกินดื่มชื่อว่า ‘ทันบัม’ ในย่านอีแทวอน ซึ่งร้านนี้เป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจสร้างตามแผนที่วางไว้ว่าจะล้มยักษ์ใหญ่อย่างชางกาให้ได้

แต่ใครมองก็รู้ว่าการแก้แค้นครั้งนี้เป็นเป้าหมายที่ยากเหมือนเอาไม้ซีกมางัดไม้ซุง แต่ถึงแม้จะล้มลุกคลุกคลานขนาดไหน สุดท้ายเขาก็กลายเป็นเจ้าของอาณาจักรอาหารที่ยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด

เมื่อต้นทุนชีวิต อาจไม่ใช่ตัวตัดสินอนาคตเสมอไป

ผมเกิดมาตัวเปล่าก็จริง แต่ก็มีสิ่งที่อยากทำมากมาย เพราะว่าจน ไม่ได้เรียนหนังสือ เคยเป็นนักโทษ เลยคิดว่าทำไม่ได้เหรอ ถ้าคิดไปก่อนว่าเป็นไปไม่ได้แล้วจะไปทำอะไรได้ล่ะ” – พัคแซรอย

สาระสำคัญที่โดดเด่นมากๆ ของซีรีส์เรื่องนี้คือความมุ่งมั่นตั้งใจในการสร้างธุรกิจตั้งแต่จุดเริ่มต้น การรวมตัวของกลุ่มหนุ่มสาวที่แต่ละคนก็ไม่ได้มีโปรไฟล์เพอร์เฟกต์ แม้จะต้องล้มลุกคลุกคลานขนาดไหน แต่ความเป็นทีม มันสมอง และจิตใจที่แข็งแกร่งของพวกเขา ก็สามารถทำให้ธุรกิจเติบโตและประสบความสำเร็จขึ้นมาได้

นอกจากเถ้าแก่พัคแซรอยแล้ว ร้านทันบัมยังมีสมาชิกที่เป็นกำลังสำคัญมาร่วมงานด้วย โดยสองคนแรกที่เข้าร่วมทีมคือ มาฮยอนอี (รับบทโดย อีจูยอง) ทรานส์เจนเดอร์ที่ต้องคอยปกปิดสถานะทางเพศของตัวเองเพราะกลัวคนจะไม่ยอมรับ จึงต้องเลือกทำงานในโรงงานแบบเงียบๆ และได้รับโอกาสจากเถ้าแก่ให้มาทำงานเป็นเชฟ แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์ในครัวมาก่อนก็ตาม

อีกคนคือ ชเวซึงควอน (รับบทโดย รยูคยองซู) อดีตลูกน้องอันธพาลที่ชีวิตมีแต่เรื่องต่อยตีไปวันๆ เดินเข้าออกคุกเป็นว่าเล่น เขามีความเชื่อลึกๆ ว่าตัวเองเป็นคนไร้ค่า เพราะพวกคนขี้คุกไม่มีวันจะมีที่ยืนดีๆ ในสังคมได้ และชีวิตของชเวซึงควอนก็เปลี่ยนไป เมื่อพัคแซรอยชักชวนให้มาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านทันบัม ทำให้เขาปลุกความกล้าหาญในตัวเองขึ้นมาได้อีกครั้ง

และสมาชิกคนสำคัญที่เรียกว่าเป็นกำลังหลักที่ทำให้ร้านทันบัมสามารถเติบโตด้วยกลยุทธ์ธุรกิจที่เฉียบแหลมคือ โชอีซอ (รับบทโดย คิมดามี) นักเรียน ม.ปลาย ที่มาพร้อม IQ 162 หน้าตาน่ารัก เก่งไปหมดทุกเรื่อง และมีผู้ติดตามมากมายโลกโซเชียล แต่กลับเป็นคนที่มีบุคลิกต่อต้านสังคม แม้จะสอบติดมหาวิทยาลัยหลายที่ แต่สุดท้ายก็เลือกปฏิเสธขนบสังคม ไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย แล้วไปทำงานเป็นผู้จัดการร้านทันบัมแทน

เหตุการณ์นี้ทำให้แม่ของเธอเสียใจมาก และยื่นคำขาดว่าถ้าจะไม่เรียนต่อก็ไม่ต้องกลับมาที่บ้านอีก แน่นอนว่าโชอีซอไม่สะทกสะท้านกับคำขู่ และบอกกับแม่ว่า “หนูไม่ได้คอยพึ่งพาความฝันของใคร และหนูจะไม่แบกรับความฝันของแม่ด้วย หนูจะเลือกใช้ชีวิตเอง”

Itaewon Class: ทำไมต้องเป็น ‘ชนชั้นอีแทวอน’

เป็นความสงสัยที่ตั้งต้นขึ้นมาจากชื่อซีรีส์ว่าเพราะเหตุใดจึงเปรียบเปรยย่านนี้เป็นเหมือน ‘ชนชั้น’ (Class) อย่างหนึ่งในสังคม

อีแทวอน ได้เปลี่ยนตัวตนจากย่านธรรมดาๆ กลายมาเป็นแหล่งรวมความบันเทิงตั้งแต่ช่วงยุค 1950 ที่สงครามเกาหลีสิ้นสุดลง ทหารสหรัฐฯ ได้มาตั้งฐานทัพอยู่ที่นี่ ทำให้ความศิวิไลซ์ในแบบอเมริกันชนค่อยๆ ก่อตัวขึ้น โรงแรม บาร์ ร้านอาหาร และสถานบันเทิงต่างๆ ก็เริ่มผุดขึ้นมาเพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ และวิวัฒนาการตัวเองเรื่อยมาจนเป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน ซึ่งหากใครได้มาเยือนที่นี่ก็จะพบว่าอีแทวอนเป็นเหมือนอีกโลกหนึ่งที่แตกต่างไปจากขนบโดยทั่วไปของเกาหลีใต้แทบจะสิ้นเชิง

และความแตกต่างที่ว่านี้เองคือชิ้นส่วนสำคัญที่ถูกนำมาประกอบร่างเป็นซีรีส์เรื่องนี้ เพราะItaewon Class เป็นการหยิบตัวละครที่เป็นเหมือนพลเมืองชั้นสองที่ไม่ได้รับการยอมรับในสังคมขึ้นมาเป็นซับเจกต์หลัก ทั้งเกย์ ผู้หญิงข้ามเพศ คนผิวสี อดีตนักโทษ คนเรียนไม่จบ หรือคนที่มีบุคลิกต่อต้านสังคม ซึ่งต้องขอยกย่องว่าเป็นความกล้าหาญที่ซีรีส์เรื่องนี้กล้าแตะประเด็นที่อาจเซนซิทีฟสำหรับบางคน และสื่อสารผ่านเนื้อเรื่องเพื่อสร้างความเข้าใจว่าความแตกต่างหลากหลายไม่ใช่เรื่องผิดแปลกในสังคมอีกต่อไป

โดยเฉพาะในประเด็น LGBT ที่ยังเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยากในสังคมเกาหลีทุกวันนี้ ซึ่งใครที่เคยไปเที่ยวย่านอีแทวอนจะรู้ดีว่าที่นี่เป็นแหล่งรวมตัวของกลุ่มคนเหล่านี้ และมันเป็นที่ที่พวกเขาจะสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องแคร์สายตาใคร

ความหวังในการทลายกำแพงอคติที่มีต่อกลุ่ม LGBT ที่ฝังรากลึกในสังคมเกาหลี

มาฮยอนอี เชฟของร้านทันบัม คือตัวละครผู้หญิงข้ามเพศ (Transgender) หนึ่งในผู้ตกอยู่ในสถานะของคนที่ไม่ถูกยอมรับในสังคมอนุรักษ์นิยมที่เป็นอยู่ของเกาหลีใต้ แม้เธอตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่เพื่อเก็บเงินไปแปลงเพศตามที่ตั้งใจ แต่นอกจากการเติมเต็มทางด้านร่างกาย บางทีสิ่งที่มาฮยอนอีต้องการมากกว่าอาจเป็นการยอมรับจากสังคมและคนรอบข้าง

เรารู้สึกชื่นชมที่ซีรีส์เขียนบทให้ตัวละครสามารถก้าวผ่านความกลัว และกล้าที่จะยอมรับสถานะทางเพศของตัวเองผ่านสื่อสาธารณะ เพราะนั่นเป็นการแสดงให้เห็นว่าเธอได้ข้ามกำแพงที่สูงที่สุดในจิตใจของตัวเองได้แล้ว ซึ่งฉากดังกล่าวมีบทพูดทัชใจที่โชอีซอส่งมาให้มาฮยอนอี และอาจเป็นความตั้งใจของซีรีส์ในการที่จะส่งต่อข้อความนี้ให้กับผู้ชมทุกคนที่กำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างด้วย โดยมีใจความว่า…
ฉันคือก้อนหิน ลองทำให้ร้อนสิ ฉันคือก้อนหินที่ไม่ขยับเขยื้อน

ลองทุบฉันให้สุดแรงสิ ฉันเป็นหินที่แข็งแกร่ง

ลองเอาฉันไปวางไว้ที่มืดสนิทสิ ฉันเป็นหินที่ส่องประกายเองได้

ฉันไม่สนกฎธรรมชาติ ไม่แตกสลาย มอดไหม้ หรือผุพัง

ฉันรอดชีวิตมาได้ เพราะฉันคือ…เพชร”

มากไปกว่านั้น Itaewon Class ยังมีนักแสดงรับเชิญอย่าง ฮงซอกชอน ที่มาแสดงเป็นตัวเอง ซึ่งในชีวิตจริงเขาเป็นเจ้าของร้านอาหารชื่อดังหลายแห่งในย่านอีแทวอน โดยฮงซอกชอนคือคนบันเทิงชื่อดังของเกาหลีที่เคยประกาศรสนิยมทางเพศของตัวเองว่าเป็นเกย์ (Gay) ผ่านสื่อในปี 2000 และผลที่ตามมาคือการถูกถอดฟ้าผ่าออกจากรายการที่เขาทำหน้าที่พิธีกรทั้งหมด จนเรียกว่าหมดอนาคตในวงการบันเทิงไปเลยก็ว่าได้

จากเหตุการณ์นี้ทำให้ฮงซอกชอนต้องประสบกับภาวะซึมเศร้าจนเกือบฆ่าตัวตาย โดยเขาเคยเปิดเผยผ่านรายการทอล์กโชว์ว่า “ฉันต้องออกจากวงการบันเทิงตอนอายุ 30 สูญเสียทั้งผู้คนและทุกอย่างที่เคยมี แม้กระทั่งคนในครอบครัวก็ยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ ตอนนั้นมันคือช่วงเวลาที่ยากลำบากจริงๆ… แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฉันสามารถเอาชนะความเกลียดชังได้เพราะทัศนคติเชิงบวกของตัวเอง แม้จะมีครั้งหนึ่งที่ฉันเกือบตัดสินใจกระโดดสะพานมาโปเพื่อฆ่าตัวตายก็ตาม”

แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดี เพราะในเวลาต่อมาฮงซอกชอนก็สามารถกลับมามีพื้นที่สื่อและได้รับการยอมรับอย่างช้าๆ อีกครั้ง จนกลายเป็นตัวแทนของกลุ่ม LGBT ที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงเกาหลีใต้ หลังจากถูกแบนมาเป็นเวลากว่า 10 ปี

ขึ้นชื่อว่าการใช้ชีวิต มันยากเสมอ เช่นเดียวกับบทเรียนที่ผู้ชมจะได้รับจาก Itaewon Class นอกจากความทะเยอทะยานที่เป็นแรงผลักดันให้เราไปสู่เป้าหมายเร็วขึ้นแล้ว กุญแจสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้คือการทำงานเป็นทีม เพราะไม่มีใครที่เก่งไปทุกเรื่อง การมีใครสักคนที่ไว้ใจ จริงใจ และพร้อมจะรับฟังอยู่ข้างๆ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
นอกจากนี้ซีรีส์ยังแฝงข้อคิดให้กับคนหนุ่มสาวยุคปัจจุบัน เพราะในเมื่อคนทุกคนมีความฝัน แต่ในโลกความเป็นจริงยุคนี้ การจะทำตามความฝันด้วยพละกำลังที่มีคงไม่ใช่เรื่องง่าย Itaewon Class จึงเป็นเหมือนเรื่องราวที่ปลอบประโลมและให้กำลังใจคนรุ่นใหม่ที่กำลังก่อร่างสร้างตัวให้ยังสามารถใฝ่ฝันถึงอนาคตที่ดียิ่งกว่าเดิม แม้จะต้องเจออุปสรรคบ้างก็เป็นธรรมดาของชีวิต เพราะมันคือเส้นทางชีวิตที่เราเลือกเอง
“นี่หรือคือชีวิต ถ้าอย่างนั้น..ขออีกสักครั้ง”

To Know:

  • Itaewon Class เป็นซีรีส์ที่สร้างจากเว็บตูนชื่อเดียวกัน โดยนักเขียน โจกวางจิน ที่มารับหน้าที่เขียนบทซีรีส์เองด้วย (อ่านเวอร์ชั่นเว็บตูนได้ที่ https://th.kakaowebtoon.com/content/Itaewon_class/52)
  • เร็วๆ นี้ ซีรีส์กำลังจะถูกนำไปรีเมกเป็นเวอร์ชันญี่ปุ่น ในชื่อว่า ‘Roppongi Class’ โดยจะเริ่มออกอากาศในเดือนกรกฎาคมนี้
  • ดูตัวอย่างซีรีส์ Itaewon Class ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=BoU8OOWOb5s โดยรับชมพร้อมซับไทยได้ทาง Netflix
  • ติดตามชมรายการ ดูซีรีส์ให้ซีเรียส ซีซัน 2 ตอน Itaewon Class เกมแค้นของคนชายขอบ ที่ส่งออก Soft Power ไปทั่วโลก ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=WbyXU4R0biY&t=26s

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...