โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ สนทนา ปธน.ฟิลิปปินส์ ถูกเชิญร่วมประชุมอาเซียน ชมไทยปราบสแกมเมอร์

THE STANDARD

อัพเดต 21 เม.ย. เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. เวลา 08.31 น. • thestandard.co
นายกฯ สนทนา ปธน.ฟิลิปปินส์ ถูกเชิญร่วมประชุมอาเซียน ชมไทยปราบสแกมเมอร์

วันนี้ (21 เมษายน) เวลา 13.30 น. ณ ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือทางโทรศัพท์กับ แฟร์ดีนันด์ โรมูอัลเดซ มาร์โคส จูเนียร์ (Mr. Ferdinand Romualdez Marcos Jr.) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยภายหลังเสร็จสิ้น รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาชนไทยต่อการบริหารประเทศ พร้อมทั้งย้ำคำเชิญให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ซึ่งฟิลิปปินส์จะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤษภาคมนี้

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณ พร้อมยืนยันความพร้อมเข้าร่วมและสนับสนุนการประชุมฯ ภายใต้การนำของฟิลิปปินส์อย่างเต็มที่ โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์จะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในมิติด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน ทั้งนี้ ยังคาดว่าในการประชุมอาเซียนครั้งนี้ น่าจะมีการหยิบยกสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางมาหารือ เพื่อเสริมสร้างความสามารถของอาเซียนในการรับมือกับผลกระทบ ทั้งด้านพลังงานและความมั่นคงทางอาหาร

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เสนอให้การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเป็นภารกิจของภูมิภาค โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงทางออนไลน์ ทั้งในระดับทวิภาคีและภายใต้กรอบอาเซียน พร้อมเร่งจัดทำความตกลงที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ได้ขอบคุณรัฐบาลไทยที่อำนวยความสะดวกในการส่งตัวชาวฟิลิปปินส์เกือบ 1,000 คน ซึ่งได้รับผลกระทบจากขบวนการหลอกลวงในเมียนมา กลับประเทศผ่านไทย

นายกรัฐมนตรียังได้ย้ำว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ในฐานะประเทศสมาชิกอาเซียนมีความแน่นแฟ้น และมีศักยภาพในการพัฒนาไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในอนาคต โดยจะร่วมกันขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของภูมิภาคอาเซียนโดยรวม”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...