โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค มี.ค.ปรับลงมากสุดในรอบ 6 เดือน จากความกังวลสงครามตะวันออกกลางกระทบราคาน้ำมัน-ค่าครองชีพ

JS100

อัพเดต 09 เม.ย. เวลา 12.55 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. เวลา 12.12 น. • JS100:จส.100
ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค มี.ค.ปรับลงมากสุดในรอบ 6 เดือน จากความกังวลสงครามตะวันออกกลางกระทบราคาน้ำมัน-ค่าครองชีพ

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของผู้บริโภค เดือนมี.ค. 69 ปรับตัวลดลงจากระดับ 53.7 เป็น 51.8 โดยเป็นการปรับตัวลดลงอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนต.ค. 68 เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและค่าครองชีพของประชาชน

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 45.5 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางาน อยู่ที่ 49.8 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 60.2

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค มี.ค.ปรับลงมากสุดในรอบ 6 เดือน กังวลภาวะสงคราม ดันราคาน้ำมันพุ่งกระทบค่าครองชีพ ทั้งนี้ ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เนื่องจากรอดูความชัดเจนของสถานการณ์สงครามว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไร รุนแรงมากน้อยเพียงใด และจะยุติเร็วแค่ไหน ตลอดจนมาตรการของรัฐบาลในการบรรเทาผลกระทบจากภาวะสงครามและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลว่าจะเป็นอย่างไร

รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ และอธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนมี.ค. นี้ ยังไม่ครอบคลุมสถานการณ์ราคาน้ำมันมากนัก เนื่องจากการปรับขึ้นราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกิดขึ้นในเดือนมี.ค. 69 ซึ่งในการสำรวจรับรู้ราคาที่เพิ่มขึ้นไปเพียง 11 บาท/ลิตร แต่ตอนนี้เฉลี่ยราคาน้ำมันขึ้นไปแล้วประมาณ 18 บาท/ลิตร

อย่างไรก็ตาม เห็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า ทุกครั้งที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะดีเซล จะทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยจากสถิติจากที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเก็บข้อมูล พบว่า มี 3 ปัจจัยที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงได้ต่อเนื่อง คือ 1. น้ำมัน ซึ่งมีผลต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง 2. ภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไป เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลก หรือภาวะโรคภัย และ 3. เสถียรภาพทางการเมือง เรื่องการประท้วงนอกสภาฯ

สะท้อนว่าการที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น เป็นตัวบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่สถานการณ์ทางการเมืองของไทยมีความเข้มแข็ง สะท้อนจากดัชนีทางการเมืองเป็นเพียงตัวเดียวที่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่าน ๆ มา ถือว่าเป็นมิติบวกที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีภาพที่ประชาชนมองว่าการเมืองไทยมีเสถียรภาพ และรัฐบาลยังทำงานแม้ว่าจะมีกระแสวิจารณ์ในหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน ทั้งนี้ การที่รัฐบาลยังทำงาน และภาพของมุมมองของผู้บริโภคที่มองว่าการเมืองนิ่ง จะเป็นปัจจัยที่ทำให้การดำเนินมาตรการของรัฐ การกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำได้ชัดเจนและสามารถทำได้อย่างเต็มที่

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังไม่ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 69 เนื่องจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังไม่นิ่ง โดยประเมิน 3 ฉากทัศน์ โดยมองค่ากลาง GDP ไว้ที่ 2% โดยแบ่งเป็น

1. สงครามยืดเยื้อ 1 เดือน ประเมิน GDP อยู่ที่ 1.6%

2. สงครามยืดเยื้อ 1-3 เดือน ประเมิน GDP อยู่ที่ 1-1.5%

3. สงครามยืดเยื้อบานปลาย 6 เดือนขึ้นไป ประเมิน GDP อยู่ที่ 0% ถึงติดลบ

รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าวว่า หากสถานการณ์สงครามไม่ยืดเยื้อเกิน 3 เดือนมากนัก และเศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มคลายตัวในช่วงกลางไตรมาส 3/69 ประกอบกับเงื่อนไขว่ารัฐบาลจะใช้นโยบายคนละครึ่งพลัส ซึ่งถ้าใช้งบประมาณใกล้เคียงครั้งที่แล้ว 40,000 ล้านบาท และใช้สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 20,000 ล้านบาท ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 69 น่าจะเติบโตอยู่ที่ 1-1.5% แต่หากสถานการณ์พลิกผันไปจากเดิม สงครามยืดเยื้อบานปลายมากขึ้น และราคาน้ำมันแพงขึ้น ก็จะมีการวิเคราะห์สถานการณ์ใหม่อีกครั้ง โดยจะขอรอดูสถานการณ์และตัวเลขก่อน ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับประมาณการในเดือนมิ.ย. 69

บรรยากาศของการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคยังอยู่ในช่วงระมัดระวัง การค้าขายไม่ค่อยคึกคัก แต่สัญญาณของการท่องเที่ยวและการส่งออก ยังไม่เห็นภาพในเชิงลบ ดังนั้น เศรษฐกิจไทยยังมีพื้นฐานในการเติบโตมากกว่า 1% ได้ โดยการส่งออกมองว่า 1-3% ยังมีความเป็นไปได้ แต่สถานการณ์ยังไม่ชัด จากการสอบถามภาคการขนส่งทางเรือระบุว่าตอนนี้เรือว่างพอสมควร ดังนั้น การส่งออกชะลอลงแน่นอน แต่ข้อดีคือภาษีสหรัฐฯ เราเหลือ 15% ดังนั้น บรรยากาศของโลกไม่ถูกกดดันจากสงครามการค้า แต่สงครามจริงกดดันเรื่องราคาน้ำมัน ถ้าการเจรจาต่อรองหยุดยิงทำได้เร็ว ก็จะเห็นแนวโน้มเห็นภาพของส่งออกที่ชัดขึ้น

#ดัชนีผู้บริโภค

Cr:ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...