‘ศุภจี’ แจงดราม่าเที่ยว 365 วัน ยันคนละเรื่อง PM 2.5 รัฐบาลไม่ละเลยแก้ฝุ่น
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีกระแสดราม่าที่เกิดขึ้นจากการอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งมีการเชื่อมโยงไปถึงประเด็นที่ว่าการท่องเที่ยวในบางพื้นที่อาจไม่สามารถเที่ยวได้ตลอด 365 วัน ว่า ประเด็นฝุ่น PM 2.5 เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข และขณะนี้มีคณะทำงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอยู่แล้ว แต่การอภิปรายเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาได้มีการพูดถึงอีกมิติหนึ่ง คือเรื่องการท่องเที่ยว โดยเฉพาะแนวคิดการจัด “ปฏิทินท่องเที่ยว 365 วัน” ที่หมายถึงประเทศไทยมีความสวยงามในทุกฤดูกาล สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีในหลายพื้นที่
นางศุภจีกล่าวว่า ในบางช่วงเวลาที่มีปัญหาฝุ่นพิษ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ในขณะนี้ อาจทำให้บางพื้นที่ไม่เหมาะสมต่อการท่องเที่ยว ซึ่งตนเข้าใจในข้อกังวลดังกล่าว แต่ย้ำว่าเรื่องนี้เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องแยกออกจากกัน เพราะขณะเดียวกันรัฐบาลก็ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการแก้ไขปัญหาฝุ่น ซึ่งถือเป็นวิกฤตที่กระทบทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่และสุขภาพของคนในหลายจังหวัด ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ แต่รวมถึงกรุงเทพมหานครและพื้นที่อื่น ๆ ด้วย
เธอระบุเพิ่มเติมว่า การแก้ไขปัญหาฝุ่นต้องดำเนินการเชิงโครงสร้างและแก้ที่ต้นเหตุ โดยมีหน่วยงานและกระทรวงที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบในแต่ละส่วน ขณะเดียวกันในมิติของการท่องเที่ยว รัฐบาลก็ยังต้องเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบปฏิทินตลอดทั้งปี เพื่อสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นทั้งสองเรื่องคือการแก้ปัญหาฝุ่นและการส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นคนละมิติที่ต้องดำเนินการควบคู่และประสานกันไป
นางศุภจีกล่าวย้ำว่า “ไม่ได้พูดเลยว่าฝุ่นไม่เกี่ยว หรือไม่สำคัญ ไม่ใช่แบบนั้นเลย ฝุ่นไม่ได้มีแค่ที่เชียงใหม่ แต่มีทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด ก็ต้องแก้ปัญหาต้นทาง ซึ่งมีหน่วยงานและกระทรวงที่รับผิดชอบอยู่แล้ว เรากำลังพูดกันคนละเรื่อง มิติเรื่องท่องเที่ยวก็เป็นอีกมิติหนึ่ง เราก็ต้องพยายามทำ เพราะการท่องเที่ยวเป็นแหล่งสร้างรายได้สำคัญ ดังนั้นอยากให้ช่วยกันอธิบายให้เข้าใจว่าไม่ได้บอกว่าฝุ่นไม่สำคัญ แต่ฝุ่นสำคัญมาก และต้องเร่งแก้ไข เพียงแต่ตอนที่ตนพูดเป็นเรื่องการท่องเที่ยว”
เมื่อถูกถามว่ารู้สึกเสียกำลังใจหรือไม่จากความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น นางศุภจีกล่าวว่า “ไม่เลย” พร้อมอธิบายว่า ในความเป็นจริง การรับฟังข้อมูลของผู้คน หากฟังเพียงบางช่วงหรือฟังสั้น ๆ อาจทำให้เข้าใจไปอีกแบบหนึ่ง แต่หากรับฟังตั้งแต่ต้นจนจบก็จะเข้าใจบริบททั้งหมดได้ครบถ้วน โดยมองว่าคนในยุคปัจจุบันอาจมีพฤติกรรมรับข้อมูลแบบรวดเร็วหรือฟังไม่ครบถ้วนมากนัก อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้มีหน้าที่ชี้แจงและทำงาน ก็ต้องทำหน้าที่อธิบายให้ชัดเจนต่อไปและเดินหน้าปฏิบัติงานตามหน้าที่ต่อไป