โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

ทันหุ้น

อัพเดต 10 เม.ย. เวลา 02.24 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. เวลา 02.24 น.

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาด SET Index จะแกว่งตัว Sideways ต่อเนื่องในกรอบ 1,480-1,500 จุด โดยคาดตลาดชะลอการซื้อขายเนื่องจากเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ โดยปัจจุบันยังคงมีความไม่แน่นอนของสถานการณ์อยู่บ้างทั้งการโจมตีที่ยังคงมีอยู่ รวมถึงช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงไม่ได้เปิด

โดยปัจจัยหลักที่ต้องจับตาคือการเจรจาสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านในวันพรุ่งนี้ 11 เม.ย. ที่ปากีสถาน ซึ่งผลลัพธ์ของการเจรจาจะกำหนดทิศทางตลาดในสัปดาห์หน้า ส่วนอิสราเอลจะเปิดการเจรจากับเลบานอนโดยตรง

ภาพรวมทำให้ราคาน้ำมันดิบแกว่งตัวผันผวนและยังยืนบริเวณ US$97 ต่อบาร์เรลสำหรับ Brent ส่วนการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงยังทรงถึงค่อนไปในทางบวก โดยกลุ่มเทคโนโลยีคาดยังคงหนุนตลาด ส่วนปัจจัยทีต้องติดตามคืนนี้คือตัวเลข CPI เดือน มี.ค. ของสหรัฐฯ (ตลาดคาด Headline +3.3% y-y Core +2.7% y-y) ด้านปัจจัยในประเทศโฟกัสจะอยู่ในช่วงหลังสงกรานต์ทั้งมาตรการประหยัดพลังงาน รวมถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ที่คาดว่าจะเข้าครม.วันที่ 21 เม.ย. ซึ่งต้องติดตามกรอบจำนวนคนได้สิทธิ์และวงเงินที่คาดเพิ่มขึ้นจากเฟสแรก

คาดว่าจะช่วยพยุงเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคได้บางส่วนในภาวะราคาน้ำมันแพง ภาพรวมวันนี้เรามองตลาดจะลดการเก็งกำไรกลุ่มที่ได้ประโยชน์หากสงครามคลี่คลาย และพักเงินในกลุ่มเทคโนโลยี Defensive และ Consumer Staple ก่อนเข้าช่วงหยุดยาว

กลยุทธ์ : Barbell ด้วยหุ้นที่เสี่ยงต่ำจากผลกระทบจากเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน ผสานกับกลุ่มที่ได้อานิสงส์หากสงครามคลี่คลาย

หุ้นเด่นเดือน เม.ย. : CPALL, CPF, GULF, KTB, PRM

FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, MTC, OSP, WHAUP

หุ้นเด่นวันนี้ : DELTA

  • แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายปี 2027 ที่ 300 บาท
  • คาดกำไร 1Q26 ยังทำ New High ที่ 8.33 พันลบ. +16% q-q, +67% y-y หนุนจากรายได้ที่เติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง แม้กลุ่ม EV จะชะลอ แต่กลุ่ม AI ที่โตแกร่งชดเชยได้ทั้งหมด ขณะที่ Gross Margin คาดยังอยู่ในระดับสูง
  • Gartner คาดการใช้จ่าย AI ทั่วโลกโตสูง 38% CAGR ในช่วง 2 ปีข้างหน้า ทำให้เราคาดกำไรสุทธิปี 2026-28 +32% CAGR เราชอบโมเมนตัมการเติบโตของ DELTA ที่แข็งแกร่ง แต่ Valuation ค่อนข้างสูง จึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้
  • แนวรับ 292-290//280 บาท แนวต้าน 300//310 บาท

บล.คิงส์ฟอร์ด : ประเมินแนวรับดัชนี 1,470 – 1,480 แนวต้าน 1,500 คาดดัชนี SET เช้านี้มีโอกาสทรงตัว รอผลการเจรจาระหว่างสหรัฐ – อิหร่านในวันพรุ่งนี้ แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนในกลุ่มอุปโภค CPALL,CPAXT,TNP,CPN,OSP,CBG,ICHI คาดจะได้ประโยชน์จาก ม.กระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ / ADVANC,TRUE,GULF,GPSC,STECON,CK,AMATA,WHA คาดได้ประโยชน์จาก ม.กระตุ้นการลงทุน

PRM* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 9.10 บาท) บริษัทรายงานกำไร 4Q68 ที่ 422 ล้านบาท ลดลงทั้ง QoQ, YoY เนื่องจากมีขาดทุน FX ขณะที่กำไรปกติลดลง QoQ เนื่องจากมีเรือ VLCC ที่เข้า Dry Dock แต่โต YoY ได้ตามกำลังการให้บริการที่เพิ่มขึ้นตามกองเรือที่มีมากกว่าปีก่อน โดยธุรกิจ OSV มีปัจจัยหนุนจากเรือ Crew Boat ใหม่ และเรือ AWB ที่ทำสัญญาใหม่ ส่วนปี 69 จะมีเรือเข้ามา 4 ลำ เริ่มรับมอบในช่วง 1Q69 จำนวน 2 ลำ

สำหรับแผนการลงทุนในการจัดหาเรือใหม่เพื่อทดแทนเรื่อที่มีอายุมาก 2H69 จะสั่งต่อเรือ PCT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและได้อัตราค่าเช่าที่สูงขึ้น ทั้งนี้ในปี 69-70 ตลาดคาดการณ์กำไรที่ 2.3 พันล้านบาท (+5%YoY) และ 2.47 พันล้านบาท (+9%YoY) ทั้งนี้บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H68 ที่ 0.25 บาท/หุ้น ขึ้น XD 6 พ.ค.

TMAN* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 16.73 บาท) กำไรสุทธิปี68 อยู่ที่ 523 ลบ. +16%YoY โดยหักตัดรายการพิเศษบวก(ค่าสินไหมทดแทนจากอัคคีภัย) กำไรจะ +6% หนุนด้วยรายได้ +13%YoY โตได้เด่นผ่านลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาล และลูกค้ากลุ่มค้าปลีก ส่วนการดำเนินงานในช่วง 1Q69 คาดว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดีตามสภาพอากาศที่มีฝุ่นมากและรับรู้รายได้จากธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่าย (DBU) ใหม่ ด้าน TMAN* เอง ตั้งเป้าหมายรายได้ปี69 +10-15%/เป้ารายได้ปี72 ที่ 4,000 ลบ. ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิของ TMAN* ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 515 ลบ.(-2%YoY/แต่หากตัดรายการพิเศษออกจะ +8%YoY) และ 569 ลบ.(+10%YoY)

บล.ดาโอ : คาดดัชนีฯ มีแนวโน้มแกว่งในกรอบแคบๆ อาจติดลบในบางช่วง เนื่องจากจะเข้าสู่วันหยุดยาว นักลงทุนบางส่วนขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยง และมีประเด็นในเรื่องการเจรจาหยุดยิง ที่เราจะยังไม่ทราบผลในวันนี้ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งบวกและลบ ทั้งนี้ DAOL ประเมินว่า โอกาสที่การเจรจาหยุดยิง หรือสถานการณ์จากนี้ไปจะค่อยๆเบาลง มีโอกาสค่อนข้างสูง (ประเมินว่า Trump ไม่อยากทำสงครามต่อ)

ปัจจัยในประเทศ

การอภิปรายนโยบายรัฐบาล: การแถลงนโยบายของรัฐบาลจะสิ้นสุดลงในวันนี้ (10 เม.ย.) จากนี้ไป ตลาดจะพุ่งเป้าไปที่ความชัดเจนของมาตรการหรือนโยบายเศรษฐกิจเพื่อกู้วิกฤตและกระตุ้น GDP ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหนุนตลาดหุ้นในระยะถัดไป หุ้นกลุ่มแรกที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์และมีกระแส Fund Flow ไหลเข้าเก็งกำไรก่อนที่นโยบายจะเห็นผลเป็นรูปธรรม เราเลือก ADVANC, TRUE, PTT*, AOT, DELTA*** เป็น Top Tier สำหรับธีมนี้

ทีมเศรษฐกิจ: รองนายกฯ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ จัดตั้งคณะตัวแทนการค้าไทย (TTR) โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ การค้า และอดีตนักการทูต มีเป้าหมายเพื่อระดมความคิดเห็นในการกำหนดนโยบายการค้าเชิงรุก เพื่อรับมือกับความท้าทายและความผันผวนทางเศรษฐกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต

หุ้นธนาคาร (Bank Sector): กลุ่มธนาคารจะประเดิมการขึ้นเครื่องหมาย “XD” ตัวแรกของฤดูกาลด้วย KTB (@2.24 บาท) ตามด้วย SCB (@9.28 บาท) ในวันที่ 20 เม.ย. หากราคาหุ้น KTB ปรับตัวลงน้อยกว่าเงินปันผลที่จ่าย จะเป็น Sentiment เชิงบวกที่ทำให้นักลงทุนกล้าเข้ามาสะสมหุ้นธนาคารอื่นๆ ก่อนขึ้น XD

นอกจากนี้ในสัปดาห์หน้าจะเริ่มเข้าสู่ช่วงการรายงานผลประกอบการ 1Q-2026 ซึ่งเราคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิรวมของกลุ่มจะอยู่ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท (ลดลง 11% YoY จาก NIM ที่อ่อนตัว แต่เพิ่มขึ้น 9% QoQ จาก OPEX ที่ลดลงตามฤดูกาล)

ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของไทย: ผู้ว่าการ ธปท. (คุณวิทัย รัตนากร) ยืนยันว่า ธปท. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับปัจจุบันที่ 1.0% ไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แม้จะมีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางก็ตาม (การประชุม กนง. นัดถัดไปคือ 29 เม.ย.) การคงดอกเบี้ยในระยะนี้ ไม่ได้เป็นลบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ และเป็นผลบวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มธนาคารในการช่วยประคองส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM)

โรงกลั่นน้ำมัน และการปรับลดค่าการกลั่นฯ: มีกระแสข่าวว่าบริษัทเอกชนเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีรัฐบาล หลังออกประกาศรีดค่าการกลั่นน้ำมันดีเซลลง 2 บาท ข่าวนี้ช่วยลดแรงกดดัน (Overhang) ที่มีต่อราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นหลักในกลุ่มอย่าง TOP, BCP, SPRC

กระแส Fund Flow : นักลงทุนต่างชาติมีสถานะเป็นผู้ขายสุทธิรวม 41 ล้านบาท ตลาดตราสารหนี้ มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ (Net Inflow) จากนักลงทุนต่างชาติจำนวน 1,565 ล้านบาท

ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 32.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากช่วงเช้า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบในระหว่างวัน: ในช่วงเช้า ค่าเงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคปรับตัวอ่อนค่าลง ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน หลังจากเหตุการณ์ที่อิหร่านเข้าโจมตีในภูมิภาคตะวันออกกลางและทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ปัจจัยต่างประเทศ:

สถานการณ์ตะวันออกกลาง: สถานการณ์ยังคงมีความเปราะบางและยังไม่คลายตัวลงมากนัก หลังยังมีการโจมตีทางทหารรายงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางประเด็นด้านข้อจำกัดทางกฎหมายของประธานาธิบดีทรัมป์ ภายใต้ War Powers Resolution of 1973 (WPR) ซึ่งจะครบกำหนดเส้นตาย 60 วันในวันที่ 29 เม.ย. 26 นี้ หากต้องการใช้กำลังทหารต่อ ทรัมป์จำเป็นต้องขออนุมัติจากสภาคองเกรส ซึ่งมีความท้าทายสูง

Technical : BCH, KAMART

#ทันหุ้น #2026 #SET เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาด SET Index จะแกว่งตัว Sideways ต่อเนื่องในกรอบ 1,480-1,500 จุด โดยคาดตลาดชะลอการซื้อขายเนื่องจากเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ โดยปัจจุบันยังคงมีความไม่แน่นอนของสถานการณ์อยู่บ้างทั้งการโจมตีที่ยังคงมีอยู่ รวมถึงช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงไม่ได้เปิด

โดยปัจจัยหลักที่ต้องจับตาคือการเจรจาสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านในวันพรุ่งนี้ 11 เม.ย. ที่ปากีสถาน ซึ่งผลลัพธ์ของการเจรจาจะกำหนดทิศทางตลาดในสัปดาห์หน้า ส่วนอิสราเอลจะเปิดการเจรจากับเลบานอนโดยตรง

ภาพรวมทำให้ราคาน้ำมันดิบแกว่งตัวผันผวนและยังยืนบริเวณ US$97 ต่อบาร์เรลสำหรับ Brent ส่วนการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงยังทรงถึงค่อนไปในทางบวก โดยกลุ่มเทคโนโลยีคาดยังคงหนุนตลาด ส่วนปัจจัยทีต้องติดตามคืนนี้คือตัวเลข CPI เดือน มี.ค. ของสหรัฐฯ (ตลาดคาด Headline +3.3% y-y Core +2.7% y-y) ด้านปัจจัยในประเทศโฟกัสจะอยู่ในช่วงหลังสงกรานต์ทั้งมาตรการประหยัดพลังงาน รวมถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ที่คาดว่าจะเข้าครม.วันที่ 21 เม.ย. ซึ่งต้องติดตามกรอบจำนวนคนได้สิทธิ์และวงเงินที่คาดเพิ่มขึ้นจากเฟสแรก

คาดว่าจะช่วยพยุงเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคได้บางส่วนในภาวะราคาน้ำมันแพง ภาพรวมวันนี้เรามองตลาดจะลดการเก็งกำไรกลุ่มที่ได้ประโยชน์หากสงครามคลี่คลาย และพักเงินในกลุ่มเทคโนโลยี Defensive และ Consumer Staple ก่อนเข้าช่วงหยุดยาว

กลยุทธ์ : Barbell ด้วยหุ้นที่เสี่ยงต่ำจากผลกระทบจากเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน ผสานกับกลุ่มที่ได้อานิสงส์หากสงครามคลี่คลาย

หุ้นเด่นเดือน เม.ย. : CPALL, CPF, GULF, KTB, PRM

FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, MTC, OSP, WHAUP

หุ้นเด่นวันนี้ : DELTA

  • แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายปี 2027 ที่ 300 บาท
  • คาดกำไร 1Q26 ยังทำ New High ที่ 8.33 พันลบ. +16% q-q, +67% y-y หนุนจากรายได้ที่เติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง แม้กลุ่ม EV จะชะลอ แต่กลุ่ม AI ที่โตแกร่งชดเชยได้ทั้งหมด ขณะที่ Gross Margin คาดยังอยู่ในระดับสูง
  • Gartner คาดการใช้จ่าย AI ทั่วโลกโตสูง 38% CAGR ในช่วง 2 ปีข้างหน้า ทำให้เราคาดกำไรสุทธิปี 2026-28 +32% CAGR เราชอบโมเมนตัมการเติบโตของ DELTA ที่แข็งแกร่ง แต่ Valuation ค่อนข้างสูง จึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้
  • แนวรับ 292-290//280 บาท แนวต้าน 300//310 บาท

บล.คิงส์ฟอร์ด : ประเมินแนวรับดัชนี 1,470 – 1,480 แนวต้าน 1,500 คาดดัชนี SET เช้านี้มีโอกาสทรงตัว รอผลการเจรจาระหว่างสหรัฐ – อิหร่านในวันพรุ่งนี้ แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนในกลุ่มอุปโภค CPALL,CPAXT,TNP,CPN,OSP,CBG,ICHI คาดจะได้ประโยชน์จาก ม.กระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ / ADVANC,TRUE,GULF,GPSC,STECON,CK,AMATA,WHA คาดได้ประโยชน์จาก ม.กระตุ้นการลงทุน

PRM* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 9.10 บาท) บริษัทรายงานกำไร 4Q68 ที่ 422 ล้านบาท ลดลงทั้ง QoQ, YoY เนื่องจากมีขาดทุน FX ขณะที่กำไรปกติลดลง QoQ เนื่องจากมีเรือ VLCC ที่เข้า Dry Dock แต่โต YoY ได้ตามกำลังการให้บริการที่เพิ่มขึ้นตามกองเรือที่มีมากกว่าปีก่อน โดยธุรกิจ OSV มีปัจจัยหนุนจากเรือ Crew Boat ใหม่ และเรือ AWB ที่ทำสัญญาใหม่ ส่วนปี 69 จะมีเรือเข้ามา 4 ลำ เริ่มรับมอบในช่วง 1Q69 จำนวน 2 ลำ

สำหรับแผนการลงทุนในการจัดหาเรือใหม่เพื่อทดแทนเรื่อที่มีอายุมาก 2H69 จะสั่งต่อเรือ PCT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและได้อัตราค่าเช่าที่สูงขึ้น ทั้งนี้ในปี 69-70 ตลาดคาดการณ์กำไรที่ 2.3 พันล้านบาท (+5%YoY) และ 2.47 พันล้านบาท (+9%YoY) ทั้งนี้บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H68 ที่ 0.25 บาท/หุ้น ขึ้น XD 6 พ.ค.

TMAN* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 16.73 บาท) กำไรสุทธิปี68 อยู่ที่ 523 ลบ. +16%YoY โดยหักตัดรายการพิเศษบวก(ค่าสินไหมทดแทนจากอัคคีภัย) กำไรจะ +6% หนุนด้วยรายได้ +13%YoY โตได้เด่นผ่านลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาล และลูกค้ากลุ่มค้าปลีก ส่วนการดำเนินงานในช่วง 1Q69 คาดว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดีตามสภาพอากาศที่มีฝุ่นมากและรับรู้รายได้จากธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่าย (DBU) ใหม่ ด้าน TMAN* เอง ตั้งเป้าหมายรายได้ปี69 +10-15%/เป้ารายได้ปี72 ที่ 4,000 ลบ. ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิของ TMAN* ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 515 ลบ.(-2%YoY/แต่หากตัดรายการพิเศษออกจะ +8%YoY) และ 569 ลบ.(+10%YoY)

บล.ดาโอ : คาดดัชนีฯ มีแนวโน้มแกว่งในกรอบแคบๆ อาจติดลบในบางช่วง เนื่องจากจะเข้าสู่วันหยุดยาว นักลงทุนบางส่วนขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยง และมีประเด็นในเรื่องการเจรจาหยุดยิง ที่เราจะยังไม่ทราบผลในวันนี้ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งบวกและลบ ทั้งนี้ DAOL ประเมินว่า โอกาสที่การเจรจาหยุดยิง หรือสถานการณ์จากนี้ไปจะค่อยๆเบาลง มีโอกาสค่อนข้างสูง (ประเมินว่า Trump ไม่อยากทำสงครามต่อ)

ปัจจัยในประเทศ

การอภิปรายนโยบายรัฐบาล: การแถลงนโยบายของรัฐบาลจะสิ้นสุดลงในวันนี้ (10 เม.ย.) จากนี้ไป ตลาดจะพุ่งเป้าไปที่ความชัดเจนของมาตรการหรือนโยบายเศรษฐกิจเพื่อกู้วิกฤตและกระตุ้น GDP ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหนุนตลาดหุ้นในระยะถัดไป หุ้นกลุ่มแรกที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์และมีกระแส Fund Flow ไหลเข้าเก็งกำไรก่อนที่นโยบายจะเห็นผลเป็นรูปธรรม เราเลือก ADVANC, TRUE, PTT*, AOT, DELTA*** เป็น Top Tier สำหรับธีมนี้

ทีมเศรษฐกิจ: รองนายกฯ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ จัดตั้งคณะตัวแทนการค้าไทย (TTR) โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ การค้า และอดีตนักการทูต มีเป้าหมายเพื่อระดมความคิดเห็นในการกำหนดนโยบายการค้าเชิงรุก เพื่อรับมือกับความท้าทายและความผันผวนทางเศรษฐกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต

หุ้นธนาคาร (Bank Sector): กลุ่มธนาคารจะประเดิมการขึ้นเครื่องหมาย “XD” ตัวแรกของฤดูกาลด้วย KTB (@2.24 บาท) ตามด้วย SCB (@9.28 บาท) ในวันที่ 20 เม.ย. หากราคาหุ้น KTB ปรับตัวลงน้อยกว่าเงินปันผลที่จ่าย จะเป็น Sentiment เชิงบวกที่ทำให้นักลงทุนกล้าเข้ามาสะสมหุ้นธนาคารอื่นๆ ก่อนขึ้น XD

นอกจากนี้ในสัปดาห์หน้าจะเริ่มเข้าสู่ช่วงการรายงานผลประกอบการ 1Q-2026 ซึ่งเราคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิรวมของกลุ่มจะอยู่ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท (ลดลง 11% YoY จาก NIM ที่อ่อนตัว แต่เพิ่มขึ้น 9% QoQ จาก OPEX ที่ลดลงตามฤดูกาล)

ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของไทย: ผู้ว่าการ ธปท. (คุณวิทัย รัตนากร) ยืนยันว่า ธปท. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับปัจจุบันที่ 1.0% ไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แม้จะมีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางก็ตาม (การประชุม กนง. นัดถัดไปคือ 29 เม.ย.) การคงดอกเบี้ยในระยะนี้ ไม่ได้เป็นลบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ และเป็นผลบวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มธนาคารในการช่วยประคองส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM)

โรงกลั่นน้ำมัน และการปรับลดค่าการกลั่นฯ: มีกระแสข่าวว่าบริษัทเอกชนเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีรัฐบาล หลังออกประกาศรีดค่าการกลั่นน้ำมันดีเซลลง 2 บาท ข่าวนี้ช่วยลดแรงกดดัน (Overhang) ที่มีต่อราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นหลักในกลุ่มอย่าง TOP, BCP, SPRC

กระแส Fund Flow : นักลงทุนต่างชาติมีสถานะเป็นผู้ขายสุทธิรวม 41 ล้านบาท ตลาดตราสารหนี้ มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ (Net Inflow) จากนักลงทุนต่างชาติจำนวน 1,565 ล้านบาท

ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 32.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากช่วงเช้า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบในระหว่างวัน: ในช่วงเช้า ค่าเงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคปรับตัวอ่อนค่าลง ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน หลังจากเหตุการณ์ที่อิหร่านเข้าโจมตีในภูมิภาคตะวันออกกลางและทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ปัจจัยต่างประเทศ:

สถานการณ์ตะวันออกกลาง: สถานการณ์ยังคงมีความเปราะบางและยังไม่คลายตัวลงมากนัก หลังยังมีการโจมตีทางทหารรายงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางประเด็นด้านข้อจำกัดทางกฎหมายของประธานาธิบดีทรัมป์ ภายใต้ War Powers Resolution of 1973 (WPR) ซึ่งจะครบกำหนดเส้นตาย 60 วันในวันที่ 29 เม.ย. 26 นี้ หากต้องการใช้กำลังทหารต่อ ทรัมป์จำเป็นต้องขออนุมัติจากสภาคองเกรส ซึ่งมีความท้าทายสูง

Technical : BCH, KAMART

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...