โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ชัยวุฒิ' เตือน รัฐบาล รับมือ 'วิกฤตซ้อนวิกฤต' พลังงานพุ่ง-รายได้หด

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 21.01 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 01.59 น.

เมื่อวันที่ 14 มี.ค.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าวถึงวิกฤตพลังงาน จากสภาวะสงครามโลก ว่า สถานการณ์ขณะนี้ไม่ใช่แค่เรื่องพลังงานขาดแคลน แต่กำลังลุกลามบานปลายกลายเป็นมะเร็งร้าย ที่กัดกินค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนอย่างแสนสาหัส

แม้จะเห็นด้วยกับมาตรการระยะสั้นของรัฐบาล ที่พยายามพยุงและกดราคาพลังงานเอาไว้เพื่อลดความเดือดร้อนชั่วคราว แต่ยังไม่พอและไม่ใช่ทางรอดที่แท้จริง รัฐบาลต้องเลิกมองแค่ปลายเหตุ แต่ต้องมีแผนการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ก่อนที่ประเทศจะเดินหน้าไปสู่ทางตัน

"ขอฝากเตือนรัฐบาลในเรื่องการแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานที่จะเกิดขึ้นจากภาวะสงคราม ตอนนี้ พลังงานนอกจากขาดแคลนแล้ว จะมีเรื่องของราคาที่สูงมาก เป็นภาระและเป็นความเดือดร้อนของประชาชน และเห็นด้วยที่รัฐบาลอาจจะช่วยเหลือระยะสั้น คือการพยุงราคา กดราคาไว้ ไม่ให้สูงเกินไป แล้วก็ชดเชยส่วนต่าง เพื่อให้ประชาชนไม่เดือดร้อนเกินไป“นายชัยวุฒิ กล่าว

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ขอเสนอมาตรการระดับโครงสร้างที่ยั่งยืน ซึ่งต้องเร่งทำทันที 2 ข้อ ประกอบด้วย

1. ส่งเสริมการใช้โซล่าเซลล์ ซึ่งพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้ทุกบ้าน ทุกชุมชน ติดโซล่ารูฟท็อป เพื่อลดค่าใช้จ่ายเรื่องพลังงาน

2. การส่งเสริมเรื่องการปลูกพืชพลังงาน ซึ่งต้องนำกลับมา ทั้งเอทานอล ไบโอดีเซล รวมถึงไฟฟ้าจากชีวมวล การปลูกพืชพลังงานนี่เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องส่งเสริมอย่างจริงจัง เพื่อลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้วิกฤตซ้อนวิกฤต กำลังก่อตัวเป็นพายุลูกใหญ่พัดถล่มประเทศไทย เรากำลังจะเจอกับสภาวะรายได้หดหาย แต่รายจ่ายพุ่งปรี๊ด โดยภาคการท่องเที่ยวที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำอาจสูญหาย การส่งออกจะชะงักงันจากการพังทลายของเศรษฐกิจโลก ประชาชนและประเทศชาติจะอยู่ในสภาวะ กระเป๋าแห้ง และรายจ่ายสูบเลือดสูบเนื้อ ในขณะที่ไม่มีเงินเข้า แต่ค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานกลับพุ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัวจากราคาน้ำมันโลก อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งดูแลแก้ปัญหา ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนจนเกินไปจนอยู่ไม่ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...