โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การทำ IF อาจไม่เจ๋งอย่างที่คิด !? ไม่ต่างจากการคุมอาหารทั่วไป

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 08.09 น.
งานวิจัยล่าสุดที่รวบรวมข้อมูลจากการทดลองทางคลินิกจำนวนมาก พบว่าการทำ IF อาจไม่ได้ช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่าการควบคุมอาหารแบบทั่วไป อย่างที่หลายคนคาดหวัง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การทำ Intermittent Fasting (IF) หรือ “การอดอาหารเป็นช่วงเวลา” กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์การลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก หลายคนเชื่อว่าวิธีนี้สามารถช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยล่าสุดที่รวบรวมข้อมูลจากการทดลองทางคลินิกจำนวนมาก กลับพบว่าการทำ IF อาจไม่ได้ช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่าการควบคุมอาหารแบบทั่วไป อย่างที่หลายคนคาดหวัง

IF คืออะไร ?

IF เป็นรูปแบบการกินอาหารที่เน้นการกำหนดช่วงเวลาการกินและการอดอาหาร แทนที่จะเน้นเฉพาะประเภทของอาหารที่กิน แนวคิดนี้เริ่มได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในช่วงต้นทศวรรษ 2010 หลังสารคดีของ BBC เรื่อง Eat, Fast and Live Longer ซึ่งดำเนินรายการโดย ไมเคิล มอสลีย์ (Michael Mosley) นำเสนอวิธีนี้ และถูกเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียและกลุ่มฟิตเนสอินฟลูเอนเซอร์ จนกลายเป็นวิธีลดน้ำหนักยอดนิยมของคนทั่วโลก

รูปแบบของ IF ที่ได้รับความนิยม มี 3 แบบ

  • 5:2 Diet – กินอาหารตามปกติ 5 วัน และจำกัดแคลอรี 2 วัน

  • 16:8 Method – กินอาหารภายในช่วงเวลา 8 ชั่วโมง และอดอาหาร 16 ชั่วโมง

  • Alternate-Day Fasting – อดอาหารวันเว้นวัน

งานวิจัยใหม่ IF ไม่ได้ดีกว่าการควบคุมอาหารทั่วไป

นักวิจัยจากเครือข่ายวิจัยทางการแพทย์ค็อกเครน (Cochrane) องค์กรการกุศลระหว่างประเทศที่ไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งขึ้นเพื่อสังเคราะห์และทบทวนหลักฐานทางการแพทย์อย่างเป็นระบบ ในสหราชอาณาจักร ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการทดลองแบบสุ่ม (Randomized Clinical Trials) จำนวน 22 งานวิจัย ครอบคลุมผู้เข้าร่วมทดสอบทั้งหมด 1,995 คน จากหลายภูมิภาค อเมริกาเหนือ, ออสเตรเลีย, อเมริกาใต้, จีน และยุโรป

ผลการวิเคราะห์พบว่า IF ไม่ได้ช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่าการควบคุมแคลอรีตามปกติ ผู้ที่ทำ IF ลดน้ำหนักได้เฉลี่ยประมาณ 2–5% ภายใน 6–12 เดือน เท่านั้น แม้จะดีกว่าการไม่ควบคุมอาหารเลย แต่ระดับการลดน้ำหนักนี้ยังไม่ถือว่ามีความสำคัญต่อทางการแพทย์ IF จึงอาจเหมาะกับบางคน แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ยังไม่สนับสนุนกระแสความนิยมที่แพร่หลายในโซเชียลมีเดีย

ประโยชน์ของ IF ที่ไม่ได้เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า IF อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่น ๆ มากกว่าการลดน้ำหนัก

  • สุขภาพสมองและการนอน - งานวิจัยในปี 2023 พบว่าการจำกัดช่วงเวลากินเหลือเพียง 6 ชั่วโมงต่อวัน ช่วยให้หนูทดลองมีรูปแบบการนอนที่ดีขึ้น และทำแบบทดสอบความจำได้ดีขึ้น

  • การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด - การศึกษาในมนุษย์พบว่า การกินแบบ 16:8 สามารถช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีระดับน้ำตาลในเลือดระยะยาวดีขึ้น

IF ก็มีประโยชน์ !!

อดัม คอลลินส์ (Adam Collins) นักโภชนาการจากมหาวิทยาลัยเซอร์รีย์ (University of Surrey) ระบุว่า ผลการศึกษาใหม่นี้ไม่ควรทำให้ผู้คนเข้าใจว่า IF ไม่มีประโยชน์ เพราะมีงานวิจัยจำนวนมากที่ยังคงสนับสนุนว่า IF เป็น เครื่องมือหนึ่งที่ช่วยควบคุมน้ำหนักได้ และยังมีข้อดีในเชิงปฏิบัติ เพราะหลายคนสามารถทำตามได้ง่ายกว่าการนับแคลอรีทุกมื้อ

นอกจากนี้ IF ยังอาจมีประโยชน์ต่อระบบเผาผลาญ (Metabolism) ซึ่งไม่เกี่ยวกับการลดน้ำหนักโดยตรง เช่น การจัดการโรคเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ หรือการรักษาน้ำหนักหลังจากลดได้แล้ว

แหล่งที่มา: Cochrane

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...