โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างชาติลงทุนไทย 2 เดือนแรกพุ่ง 6.4 หมื่นล้าน โต 83%

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผย 2 เดือนแรกปี 2569 ต่างชาติลงทุนในไทยกว่า 64,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83% จากปีก่อน สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น ครองอันดับนักลงทุนหลัก ขณะพื้นที่ EEC ดึงเม็ดเงินเกือบครึ่งของทั้งประเทศ

การลงทุนจากต่างชาติในประเทศไทยช่วงต้นปี 2569 ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ มีการอนุญาตให้ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจในไทยรวม 243 ราย คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 64,429 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนดังกล่าวดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยแบ่งเป็นการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 47 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจ 196 ราย ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงสิทธิภายใต้สนธิสัญญาระหว่างประเทศ

หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 จำนวนธุรกิจต่างชาติที่ได้รับอนุญาตเพิ่มขึ้น 62 ราย หรือราว 34% ขณะที่มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 29,152 ล้านบาท หรือขยายตัว 83% นอกจากนี้ การลงทุนจากต่างชาติยังส่งผลต่อการจ้างงาน โดยมีการจ้างแรงงานไทยรวม 2,638 คน เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปีก่อน

5 ประเทศลงทุนไทยสูงสุด

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า นักลงทุนจาก 5 ประเทศยังคงเป็นกำลังหลักของการลงทุนในไทย ได้แก่

  • สหรัฐอเมริกา 48 ราย คิดเป็น 20% ของธุรกิจต่างชาติ ลงทุน 1,265 ล้านบาท
  • จีน 42 ราย คิดเป็น 17% ลงทุน 11,796 ล้านบาท
  • ญี่ปุ่น 41 ราย คิดเป็น 17% ลงทุน 18,886 ล้านบาท
  • สิงคโปร์ 27 ราย คิดเป็น 11% ลงทุน 17,218 ล้านบาท
  • ฮ่องกง 20 ราย คิดเป็น 8% ลงทุน 5,338 ล้านบาท

BOI ช่องทางหลักของเงินลงทุน

การลงทุนจำนวนมากเข้ามาผ่านการส่งเสริมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งมีถึง 110 ราย คิดเป็น 45% ของจำนวนธุรกิจทั้งหมด และมีมูลค่าเงินลงทุน 36,313 ล้านบาท หรือประมาณ 56% ของเงินลงทุนรวมทั้งหมด

ประเภทกิจการที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น

  • ธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมโลหะ พลาสติก เครื่องจักร และชิ้นส่วนยานยนต์
  • ธุรกิจบริการระดับภูมิภาค เช่น ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศและสำนักงานสนับสนุนการลงทุน
  • รวมถึงธุรกิจด้านเทคโนโลยี เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มดิจิทัล

การลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมอาหาร

EEC ยังคงเป็นพื้นที่ดึงดูดการลงทุน

พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ยังคงเป็นจุดหมายสำคัญของนักลงทุนต่างชาติ ในช่วงสองเดือนแรกของปีมีนักลงทุนต่างชาติ 81 รายเลือกลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว คิดเป็น 33% ของนักลงทุนทั้งหมด เพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อน

มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC อยู่ที่ 29,826 ล้านบาท คิดเป็นเกือบครึ่งของเงินลงทุนต่างชาติทั้งหมดในช่วงเวลาเดียวกัน โดยนักลงทุนหลักมาจากจีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์

ธุรกิจที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่นี้ครอบคลุมหลายสาขา เช่น การทดสอบและวิเคราะห์คุณภาพยางล้อรถยนต์ ธุรกิจรับจ้างผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีมัลติมีเดีย

การลงทุนเดือนกุมภาพันธ์ยังขยายตัวต่อเนื่อง

เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีการอนุญาตให้ต่างชาติประกอบธุรกิจในไทย 130 ราย มูลค่าการลงทุนรวม 30,650 ล้านบาท โดยนักลงทุนหลักยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น

นอกจากเม็ดเงินลงทุนแล้ว การเข้ามาของนักลงทุนต่างชาติยังนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่เข้ามาในประเทศ เช่น เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยงานนอกชายฝั่ง การทดสอบระบบอาณัติสัญญาณ และเทคนิคการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการยกระดับทักษะแรงงานไทยและพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...