โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

จับหมอนวดสาวสองกระทืบหนุ่มญี่ปุ่น ฉุนคนเจ็บยกเลิกใช้บริการเพราะนึกว่าเป็นผู้หญิง

เดลินิวส์

อัพเดต 14 มี.ค. เวลา 21.15 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 17.01 น. • เดลินิวส์
จับหมอนวด LGBTQ+ ทำร้ายนักท่องเที่ยวหนุ่มชาวญี่ปุ่น ก่อนฉกเงินหนีไป 9 พันบาท ยอมรับโมโหคนเจ็บยกเลิกใช้บริการ เพราะคิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิง ตำรวจแนะให้เปิดเผยความจริงตั้งแต่ต้นลดความขัดแย้ง

จากกรณีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น อายุ 33 ปี ถูกหมอนวดสาวประเภทสอง ทำร้ายร่างกาย ทําลายทรัพย์สิน และถูกฉกเงินจํานวน 9,000 บาท ไปจากภายในห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่ง พื้นที่เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนผู้ก่อเหตุจะหลบหนีหายลอยนวล เหตุเกิดวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

คืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มี.ค. นายเอ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง LGBTQ+ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองพัทยา พร้อมนำเงินสดจำนวน 9,000 บาท ที่หยิบไปจากห้องพักผู้เสียหาย มามอบคืนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมี ร.ต.ท.ธรรพ์ณธร กตัญญู รองสารวัตร (สอบสวน) เป็นผู้รับเรื่อง เพื่อนำเงินส่งคืนให้ผู้เสียหาย

นายเอ ให้การว่า หลังเห็นภาพข่าวของตนเองถูกเผยแพร่ในสื่อโซเชียล จึงเกิดความไม่สบายใจและตัดสินใจเข้ามอบตัว พร้อมนำเงินมาคืนทั้งหมด โดยอ้างว่าสาเหตุดังกล่าว เกิดจากการมีปากเสียงกับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น หลังอีกฝ่ายทราบว่า ตนเป็นสาวประเภทสอง จึงแสดงอาการตกใจและไม่ยอมจ่ายค่าเสียเวลาที่ตกลงกันไว้จำนวน 1,000 บาท จากนั้นเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ด้วยความโมโห ตนเองจึงทำลายทรัพย์สินภายในห้องพัก โดยหยิบแก้วน้ำ และไดร์เป่าผมไปทิ้งลงในชักโครก จนกลายเป็นเหตุทะเลาะวิวาทกัน

ผู้ก่อเหตุยังยืนยันว่า เงินจำนวน 2,000 บาท ที่ผู้เสียหายระบุว่า หายไปก่อนหน้านั้น ตนไม่ได้เป็นผู้หยิบไป แต่ยอมรับว่า ในช่วงท้ายของเหตุการณ์ หลังถีบประตูกระจกเข้าไปในห้องด้วยความโกรธ เนื่องจากผู้เสียหายไม่ยอมเปิดประตูให้เข้าไปเอาของ ตนจึงหยิบเงินสดจำนวน 9,000 บาท ออกจากห้องไปด้วย ก่อนจะหลบหนีออกจากโรงแรม

ด้าน ร.ต.ท.ธรรพ์ณธร เปิดเผยว่า แม้ผู้ก่อเหตุจะนำเงินมาคืนแล้ว แต่เนื่องจากผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีไว้ก่อนหน้าแล้ว และพฤติการณ์เข้าข่าย “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” ซึ่งถือเป็นคดีอาญาแผ่นดิน ไม่สามารถยอมความกันได้ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และเตรียมนำตัวส่งศาลเพื่อพิจารณาฝากขังต่อไป

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ตักเตือนผู้ก่อเหตุเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยา พร้อมแนะนำว่า หากมีการติดต่อกับนักท่องเที่ยว ควรเปิดเผยข้อมูลที่เป็นจริงตั้งแต่ต้น เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่เหตุรุนแรง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...