โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

พลังงานงัดแผนลดค่าครองชีพ ปรับค่าไฟใหม่-คุมราคาน้ำมัน-เช็กกำไรโรงกลั่น

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 11 เม.ย. เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. เวลา 02.09 น.

นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงฯกำลังพิจารณาการปรับโครงสร้างการเก็บค่าไฟฟ้าเป็นแบบขั้นบันไดคือ ใช้น้อยจ่ายน้อย ใช้มากจ่ายมาก

รวมถึงจะส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยจะลดอุปสรรคในการติดตั้งทั้งหมด เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการติดตั้ง เช่น การกู้ดอกเบี้ยต่ำ และให้สามารถขายไฟฟ้ากลับเข้าระบบได้

นอกจากนี้ จะมีการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมใหม่ได้ใช้ไฟฟ้าสะอาดผ่านระบบ direct ppa อีกด้วย

“ในส่วนของไฟฟ้า แม้จะผลิตได้เองมากกว่า 50% แต่การต้องนำเข้า LNG ทำให้ประเทศต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งส่งผลต่อราคาค่าไฟฟ้า”

ทั้งนี้ ได้เตรียมวางแผนปรับปรุงโครงสร้างพลังงานเพื่อเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศก่อนจะรับตำแหน่ง และทันทีที่ได้รับตำแหน่ง ได้เร่งแก้ไขปัญหาด้านราคาให้กับประชาชนเป็นอันดับแรก

งัดแผนลดค่าครองชีพ ปรับค่าไฟใหม่-คุมราคาน้ำมัน-เช็กกำไรโรงกลั่น

โดยได้นำข้อมูลจากคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) มาดำเนินการทันที รวมถึงมีการเรียกโรงกลั่นมาหารือ

หลังพบว่ากลไกการทำงานในการคำนวณราคาผิดปกติ ทำให้โรงกลั่นมีกำไรมาก ในสถานการณ์แบบนี้โรงกลั่นจะต้องเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขไปพร้อมกับประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาได้ลดราคาหน้าโรงกลั่นไปแล้วซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศ และจะตรวจสอบค่าการกลั่นของเดือนเมษายนเพื่อนำมาลดราคาน้ำมันให้กับประชาชน

อีกทั้งจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงร่วมกับการปรับราคาหน้าโรงกลั่นมาแก้ไขวิกฤตด้านราคา แทนการลดภาษีสรรพสามิตซึ่งถือเป็นทางออกสุดท้าย เพราะภาษีสรรพสามิตคือเงินของประชาชนที่จะต้องเก็บไว้เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ

อย่างไรก็ดี จะใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยตั้งใจจะปรับเกณฑ์การทำงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักคือการชะลอความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เตรียมปรับเกณฑ์การชดเชยให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม รวมทั้งการทำงานต้องมีความโปร่งใส และไม่ให้กองทุนฯ มีอำนาจมากเกินไป

อย่างไรก็ดี ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปได้สั่งการให้กรมธุรกิจพลังงานเก็บข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่โรงกลั่นไปยังคลังน้ำมัน จ๊อบเบอร์ และสถานีบริการทั้งรายเล็กรายใหญ่ ไว้สำหรับตรวจสอบป้องกันไม่ให้มีใครมาเอาเปรียบประชาชน สำหรับการแก้ไขปัญหาระยะยาว เนื่องจากประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 90%

แม้วิกฤตนี้จบลง ประเทศไทยจะต้องเตรียมความพร้อม โดยถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องมีคลังสำรองของประเทศ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น ไบโอดีเซล และเอทานอล ซึ่งแม้ต้นทุนอาจสูง แต่จะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร

"ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้เอกชนมาเป็นผู้กำกับราคา แต่รัฐบาลเองจะต้องเป็นผู้กำกับเอกชน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และจะทำงานแบบไม่เกรงใจนายทุนอย่างเด็ดขาด“

ส่วนสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ยังคงมีความไม่แน่นอน จะมีการจัดหาน้ำมันดิบนำเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...