โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

คุมประพฤติ "เมาแล้วขับ" พุ่ง 3,076 คดี! สงกรานต์ 2569 สมุทรปราการทะยานขึ้นอันดับ 1

สวพ.FM91

อัพเดต 14 เม.ย. เวลา 02.37 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. เวลา 02.34 น.

วันนี้ (14 เมษายน 2569) ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยผลการติดตามสถานการณ์คดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 ว่า ในวันที่ 13 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของ การดำเนินมาตรการควบคุมเข้มข้น พบว่ามีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ รวมทั้งสิ้น 1,544 คดี แบ่งออกเป็น

คดีขับรถในขณะเมาสุรา จำนวน 1,463 คดี คิดเป็นร้อยละ 94.7 คดีขับรถประมาท จำนวน1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.1 คดีขับเสพ จำนวน 79 คดี คิดเป็นร้อยละ 5.1 และคดีขับซิ่ง จำนวน 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.1

ขณะที่ยอดคดีสะสมตลอด 4 วัน (10 – 13 เมษายน 2569) จำนวนรวมทั้งสิ้น 3,294 คดี แบ่งเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 3,076 คดี คิดเป็นร้อยละ 93.4 คดีขับรถประมาท จำนวน 4 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.1 คดีขับเสพ จำนวน 213 คดี คิดเป็นร้อยละ 6.47 และคดีขับซิ่ง จำนวน 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.03

สำหรับจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 317 คดี 2. จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 276 คดี และ จังหวัดนนทบุรี จำนวน 266 คดี
อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าวว่า กรมคุมประพฤติให้ความสำคัญกับการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดและการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน จึงมีมาตรการเชิงรุก โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน

จัดกิจกรรมรณรงค์ภายใต้แนวคิด “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” และ“คุมประพฤติร่วมสร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติภัยทางถนน” อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งนำผู้ถูกคุมความประพฤติเข้าร่วมทำงานบริการสังคมในจุดบริการประชาชน จำนวน 9 จุด มีผู้เข้าร่วม 345 ราย รวมถึงกิจกรรมปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุ จำนวน 1 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม 13 ราย และการอบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายจราจรและโทษภัยของแอลกอฮอล์ เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้กระทำผิดให้ตระหนักถึงผลกระทบต่อสังคม จำนวน 1 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม 23 ราย

“กรมคุมประพฤติไม่เพียงแค่ดูแลผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการคืนคนดีสู่สังคม โดยสร้างโอกาสให้บุคคลเหล่านี้ได้มีส่วนร่วมในการทำประโยชน์แก่สังคม เปลี่ยนบทบาทจากผู้กระทำผิดเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนน และร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน” อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...