โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรีซเร่งตรวจสอบโบราณสถานทั่วประเทศ รับมือผลกระทบจากผลกระทบโลกร้อน

SpringNews

อัพเดต 14 เม.ย. เวลา 09.51 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. เวลา 09.45 น.

ภัยธรรมชาติกำลังกลืนกินประวัติศาสตร์! กรีซเร่งแผนฉุกเฉิน ปกป้อง 19 แหล่งโบราณคดีสำคัญจากไฟป่า น้ำท่วม และคลื่นความร้อน ก่อนสูญหายตลอดกาล

19 มรดกโลกบนปากเหวแห่งความเสี่ยง

ไฟป่าที่โหมกระหน่ำ คลื่นความร้อนที่แผดเผา และระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตถึงรัฐบาลกรีซ สถานที่ทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่าซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวนับล้านและสร้างรายได้มหาศาลเข้าประเทศในแต่ละปี กำลังตกอยู่ในอันตรายและจำเป็นต้องมีแผนอพยพที่รัดกุมกว่าเดิม

หลังจากการวิจัยอย่างเข้มข้นถึง 3 ปีโดยสถาบันวิทยาศาสตร์ชั้นนำ กระทรวงวัฒนธรรมของกรีซได้ประกาศรายชื่อ 19 แหล่งโบราณคดีที่ต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเร่งด่วนที่สุด และตั้งเป้าจะขยายแผนการปกป้องให้ครอบคลุมถึง 40 แห่งภายในปี 2030 การประเมินความเสี่ยงระดับชาติที่ครอบคลุมที่สุดครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า แต่ละพื้นที่มีจุดเปราะบางที่แตกต่างกัน เช่น "โอลิมเปีย" เผชิญความเสี่ยงสูงสุดจากไฟป่า "โรงละครโบราณแห่งเดลฟี" เสี่ยงต่อหินถล่ม และ "วิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งดิออน" เผชิญภัยน้ำท่วม

กรีซเร่งตรวจสอบโบราณสถานทั่วประเทศ รับมือผลกระทบจากผลกระทบโลกร้อน Credit ภาพ REUTERS

บทเรียนจากไฟป่าและสัญญาณเตือนในปี 2026

ความกังวลยังคงพุ่งสูงเป็นพิเศษในพื้นที่โอลิมเปีย สถานที่ให้กำเนิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ซึ่งมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่และล้อมรอบด้วยพืชพรรณธรรมชาติที่ควบคุมได้ยาก โศกนาฏกรรมไฟป่าครั้งใหญ่ในปี 2007 ที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 40 รายในภูมิภาคเอลิส รวมถึงเหตุการณ์ไฟป่ารุนแรงที่ซ้ำรอยในปี 2021, 2022 และ 2024 ยังคงเป็นฝันร้ายที่เตือนใจ

ยิ่งไปกว่านั้น ปริมาณน้ำฝนในปี 2026 ที่ตกลงมามากกว่าค่าเฉลี่ยถึง 40% ได้ทำให้วัชพืชและพืชพรรณใหม่เติบโตอย่างรวดเร็วและหนาแน่น ซึ่งทางหน่วยงานป่าไม้ต้องเร่งกำจัดออกโดยด่วน เพราะสิ่งเหล่านี้คือเชื้อเพลิงชั้นดีเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูแล้งที่ร้อนจัด

กรีซเร่งตรวจสอบโบราณสถานทั่วประเทศ รับมือผลกระทบจากผลกระทบโลกร้อน Credit ภาพ REUTERS

ทุ่ม 754 ล้านบาท กางโล่ปกป้องประวัติศาสตร์

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้สร้างภัยคุกคามใหม่ขึ้นมาทั้งหมด แต่มันทำให้ความเสี่ยงเดิมทวีความรุนแรงและเกิดถี่ขึ้น กรีซจึงต้องปรับตัวขนานใหญ่ เริ่มตั้งแต่มาตรการระยะสั้นอย่างการลดเวลาทำการของ "อะโครโพลิสแห่งเอเธนส์" เพื่อปกป้องนักท่องเที่ยวจากคลื่นความร้อน ไปจนถึงการวางแผนระยะยาวโดยระดมทีมนักวิทยาศาสตร์ นักธรณีวิทยา วิศวกร และสถาปนิก มาศึกษาความเปราะบางของแหล่งโบราณคดีทั่วประเทศ ตั้งแต่พระราชวังคนอสซอสบนเกาะครีต ไปจนถึงวิหารอะพอลโล

โครงการระดับชาตินี้ได้รับการสนับสนุนข้อมูลจากศูนย์วิจัยชั้นนำ และได้รับงบประมาณกว่า 20 ล้านยูโร (ราว 754 ล้านบาท) จากกองทุนของสหภาพยุโรปและรัฐบาลกรีซ ภายในปีนี้จะมีการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับไฟป่าแห่งใหม่ใน 21 พื้นที่ และบังคับใช้แผนป้องกันไฟป่าที่ครอบคลุมแหล่งโบราณคดีอีกกว่า 60 แห่ง

เปลี่ยนทัศนคติเพื่อเอาชีวิตรอด

ภูมิประเทศแบบเปิดโล่งของกรีซซึ่งเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ทำให้โบราณสถานต้องเผชิญกับความผันผวนของอุณหภูมิ ฝนตกหนัก และลมกระโชกแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวอย่างเช่น เหตุหินถล่มที่เดลฟีในเดือนพฤศจิกายน 2024 ที่ตัดขาดเส้นทางสัญจร จนทางการต้องเร่งติดตั้งตาข่ายลวดและเคลียร์เส้นทางฉุกเฉินสำรอง

"ลินา เมนโดนี" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมของกรีซ ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า เมื่อ 20 ปีก่อน การสร้างแนวกันไฟในพื้นที่คุ้มครองทางประวัติศาสตร์ถือเป็นเรื่องต้องห้ามโดยเด็ดขาด แต่ในวันนี้ ทัศนคติและแนวคิดเหล่านั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะเมื่อโลกและสภาพอากาศเปลี่ยนไป วิธีการปกป้องสมบัติล้ำค่าของมวลมนุษยชาติก็ต้องยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนตามให้ทันท่วงที

ที่มา : straitstimes

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...