โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TISCO เปิดกำไรไตรมาส 1/69 กว่า 1,700 ล้าน ค่าธรรมเนียมโตแรง 27%

The Bangkok Insight

อัพเดต 18 เม.ย. เวลา 01.26 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. เวลา 01.21 น. • The Bangkok Insight

TISCO เปิดกำไรไตรมาส 1/69 กว่า 1,700 ล้าน ค่าธรรมเนียมโตแรง 27% แต่โบรกฯ หั่นเป้าแนะนำ “ขาย”

ประเดิมเป็นบริษัทแรกของกลุ่มธนาคารสำหรับหุ้น TISCO หรือ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,733.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.25 ล้านบาท หรือ 5.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา

ไฮไลท์สำคัญของงบไตรมาสนี้ของ TISCO อยู่ที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เติบโตสูงถึง 27.2% จากทุกกลุ่มธุรกิจ ไมว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้น ธุรกิจนายหน้าประกันภัยซึ่งเติบโตตามปริมาณการปล่อยสินเชื่อใหม่ ที่เพิ่มขึ้นในภาวะที่ตลาดรถยนต์ในประเทศกลับมาเติบโต ประกอบกับมีค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับสินเชื่อเพิ่มสูงขึ้น

TISCO

รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น ตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ฟื้นตัว และรายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐานของธุรกิจจัดการกองทุนเติบโตจากการออกกองทุนรวมใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

อย่างไรก็ตาม รายได้ดอกเบี้ยสุทธินั้นเพิ่มขึ้นเพียง 3% เนื่องจากการบริหารต้นทุนเงินฝากที่ลดลง ในภาวะดอกเบี้ยขาลง ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 0.7% ตามการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.3% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับความเสี่ยงจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง และราคาพลังงานที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า ปัจจัยบวกดังกล่าวสะท้อนภาพของช่วงต้นปีเป็นสำคัญ ขณะที่ในภาพรวมธุรกิจสินเชื่อยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยง ส่งผลให้กลุ่มทิสโก้ยังคงดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง ให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพของการเติบโตเป็นหลัก

ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์

ทั้งการปล่อยสินเชื่ออย่างรอบคอบ การลดสัดส่วนสินเชื่อในกลุ่มเสี่ยง และการพัฒนาระบบติดตามดูแลลูกหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยยึดมั่นในการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Focus) ที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรัดกุม การตั้งสำรองในระดับที่เหมาะสม การควบคุมคุณภาพสินเชื่อ และการดูแลช่วยเหลือลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อประคองการดำเนินธุรกิจและรักษาเสถียรภาพขององค์กรในระยะยาว

ทั้งนี้ TISCO ยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 20.5% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 11.0% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 18.3% และ 2.1% ตามลำดับ

ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.17 บาทต่อหุ้น พร้อมทำอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) อยู่ในระดับสูงที่ 15% สะท้อนภาพรวมฐานะการเงินที่มั่นคงของกลุ่มธุรกิจทั้งธนาคารพาณิชย์และตลาดทุน

นักวิเคราะห์ปรับเป้าหมายหุ้น TISCO

แม้ผลประกอบการไตรมาสแรก สามารถสร้างการเติบโต แต่มุมมองของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่กลับมีการปรับลดเป้าหมายการลงทุนในหุ้น TISCO โดยคำแนะนำของบทวิเคราะห์ บล. บัวหลวง เปิดเผยว่า TISCO รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 เท่ากับ 1,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY และ 6% QoQ ถือเป็นระดับเดียวกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เพราะฉะนั้น จึงมองไปข้างหน้าว่าแนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/2569 จะทรงตัว และประเมินว่ากำไรสุทธิปี 2569 ของTISCO จะปรับลดลง 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน กดดันจากแนวโน้มกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่ลดลง

ขณะที่ Valuation Metrics ของหุ้น TISCO ในปัจจุบันนั้นแพงกว่ากลุ่มธนาคารมาก จึงแนะนำ “ขาย”

ด้านบทวิเคราะห์ บล. กรุงศรี ให้คำแนะนำ Neutral และคงราคาเป้าหมายปี 2569 ของ TISCO ที่ 105 บาทต่อหุ้น คงมองเป็นหุ้นปันผล โดยมี Dividend Yield ต่อปีที่ 7% ขณะที่กำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 คิดเป็น 25% ของกำไรสุทธิทั้งปีนี้ที่ประมาณ 6,827 ล้านบาท

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...