โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Workout = Hangout เทรนด์ใหม่ Gen Z ยอมจ่ายให้ ‘สุขภาพ’ มากกว่า ‘ปาร์ตี้’

THE STANDARD

อัพเดต 18 เม.ย. เวลา 04.51 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. เวลา 04.51 น. • thestandard.co
Workout = Hangout เทรนด์ใหม่ Gen Z ยอมจ่ายให้ ‘สุขภาพ’ มากกว่า ‘ปาร์ตี้’

ภาพความสนุกสนานของเหล่าคนรุ่นใหม่ที่พร้อมใจกัน ‘ออกมาเต้น’ แอโรบิกที่สวนลุมพินี จนกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับประเทศ เป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดที่น่าสนใจ

สำหรับพวกเขา – เหล่าผู้คนแห่งอนาคตที่เข็มนาฬิกาชีวิตยังคงก้าวเดินไปข้างหน้า – สิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องของการใช้จ่ายวันเวลาและเงินทองมากมายไปกับการอยู่ในผับบาร์มืดๆ เสียงดังสนั่น จะคุยกันต้องตะโกนพอประมาณ และการยกแก้วชนกันกับหนุ่มสาวโต๊ะข้างๆ อย่างเดียวอีกแล้ว

แต่มันคือการได้ออกกำลังกาย ได้ดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งตามสวนสาธารณะ วิ่งตามถนนหนทาง การเข้าฟิตเนส เข้าคลาสพิลาทิส ฟิตร่างสำหรับแข่ง Hyrox ไปจนถึงการออกมาเต้น (เอ้า. ออกมาเต้น) แอโรบิกไปพร้อมกัน

เหงื่อที่รินไหล แสงแดดที่สาดส่อง และรอยยิ้มของน้องคนนั้นที่เพิ่งเข้ารันคลับมาใหม่

ว่าแต่มันใช่ใช่ไหมแบบนี้?

กลุ่มคนรุ่นใหม่กำลังออกกำลังกายหรือวิ่งร่วมกันอย่างสนุกสนานกลางแจ้ง สะท้อนเทรนด์ Workout = Hangout 1

ความจริงเทรนด์การออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง ไม่ได้ถึงกับเป็นเรื่องใหม่อะไรขนาดนั้น

ถ้อยคำ ‘Healthy is wealthy’ เป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงกันมายาวนานประมาณหนึ่งแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจของคนกลุ่มหนึ่งที่ใส่ใจกับการดูแลร่างกายรักษาสุขภาพของตัวเอง เพราะสำหรับชีวิตใดก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เราเหมือนกันคือการไม่มีลาบ เอ้ย ‘การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ’

ในช่วงเวลาหนึ่งผู้คนต่างแห่กันไปสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนสต่างๆ อย่างมากมาย มีฟิตเนสแบรนด์ทั้งใหญ่และเล็กเปิดกันเต็มไปหมด และหลายเจ้าเปิดขยายบริการอย่างรวดเร็วอย่างผิดสังเกต (ซึ่งมันก็มีกรณีที่ผิดจริงดังสังเกต)

จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่อายุหย่อนจากการครบครึ่งศตวรรษไม่เท่าไร ก็เคยเห็นและเคยคิดที่จะสมัครมาก่อนเหมือนกันเมื่อสัก 20 กว่าปีที่แล้ว

เช่นกันกับการวิ่งตามสวนสาธารณะก็เคยผ่านการวิ่งมาแล้วหลายสวน และพอจะรู้หัวใจตัวเองว่าชอบบรรยากาศในการวิ่งสวนที่ไหนมากที่สุด (ซึ่งในกรุงเทพฯมันก็มีสวนที่ดีขนาดนั้นไม่กี่แห่ง)

อย่างไรก็ดีต้องบอกว่ามีความแตกต่างกันอยู่พอสมควรเหมือนกันสำหรับเทรนด์ของคนที่เคยอายุ 20 กว่า (20 Something) เมื่อ 20 ปีที่แล้วกับชาว 20 Something หรือคน Gen Z ในปัจจุบัน

เพราะจากที่ได้เห็นน้องๆ คนรุ่นใหม่ที่ดูสดใสในตอนนี้ มีคนจำนวนมากที่เลือกออกกำลังกายกันอย่างจริงจัง ซึ่งไม่ได้เป็นแค่เฉพาะในประเทศไทย แต่คนรุ่นใหม่ของโลกทั้งใบสนใจในเรื่องของการใส่ใจดูแลสุขภาพอย่างมาก

มากเสียจนพวกเขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายวันเวลาไปจากคนรุ่นก่อน

กลุ่มคนรุ่นใหม่กำลังออกกำลังกายหรือวิ่งร่วมกันอย่างสนุกสนานกลางแจ้ง สะท้อนเทรนด์ Workout = Hangout 2

สำหรับคนรุ่นที่เคยอายุ 20 เมื่อ 20 ปีที่แล้ว วันเวลาของเรามักจะถูกใช้จ่ายไปกับไม่กี่อย่าง

มีบ้างที่ออกกำลังกาย (เช่น เล่นฟุตบอล), ไปดูหนัง, โยนโบว์ลิง, เล่นเกมตามร้านเช่าเกมหรืออินเตอร์เน็ตคาเฟ่

และเมื่อตะวันลับฟ้าจะนัดรวมตัวกันสังสรรค์ตามร้านเหล้า ผับ บาร์ แล้วแต่ว่าเพื่อนคนไหนอยากจะชวนไปนั่งดื่มและพูดคุยกันที่ไหน

บทสนทนาในร้านเหล้าโดยส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเรื่องของคนหนุ่มสาว เช่น มึงกูชอบน้องคนนั้น, มึงกูอกหักเพราะน้องคนนี้ และสำหรับบางคนที่ช่ำชองก็อาจจะมีเรื่องเล่ามาฝากเพื่อนๆ ในมุมสนุกสนาน

ไม่ได้มีอะไรมากหรือน้อยไปกว่านั้นหรอก

แต่สำหรับคนหนุ่มสาวของยุคสมัยนี้ ดูเหมือนพวกเขาจะได้รับอิทธิพล ‘ในทางที่ดี’ จากโลกกว้างที่มาพร้อมกับโซเชียลมีเดีย (ที่ไม่ได้มีแต่ข้อเสีย) หรืออาจจะบอกว่าโซเชียลมีเดียนี่แหละที่มีส่วนในการกำหนดเทรนด์สำหรับคนรุ่นใหม่

เพราะภาพของคนที่ออกกำลังกาย ได้ถูกเปลี่ยน Perception ไปใหม่ให้ดูเท่ คูล สดใส ตามการนำเสนอของเหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่มีมากมาย ไม่เหมือนในสมัยก่อนที่การไปออกกำลังกายก็ใส่กันตามมีตามเกิด ไม่ได้มีตัวเลือกให้มากนัก

ตอนนี้หากเข้าฟิตเนสหรือไปตามสวน ก็จะพบเจอกับคนหนุ่มสาวที่แต่งตัวมาแบบ ‘คิดมาแล้ว’ เสื้อสีนี้ กางเกงสีนี้ และรองเท้ารุ่นนี้สีนี้

บางคนมาพร้อมกับหมวกสีสวยและหูฟังเฮดโฟนแบบไร้สายที่ยิ่งดูเท่ดูคูลขึ้นไปอีก

ภาพเหล่านี้ถูกฉายย้ำและซ้ำทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะบน Instagram ซึ่งทำให้เกิดการรับรู้และความสนใจ มารวมกับเรื่องของข้อมูล ความรู้ ที่มีให้ศึกษากันมากขึ้นกว่าสมัยก่อนมากมายนัก ทำให้น้องกลายเป็นคนที่ Well-educated ในเรื่องของการดูแลร่างกาย

ยกตัวอย่างง่ายๆแค่เรื่องของรองเท้าในการออกกำลังกาย สำหรับคนสมัยก่อน (ไม่อยากใช้คำนี้เลย) เวลาไปเลือกซื้อรองเท้ามากที่สุดเราก็แค่ลองสวมและใส่มันดูว่าเข้ากับเท้าไหม แต่ไม่ได้รู้หรอกว่ามันดีหรือเหมาะกับเท้าเราอย่างไร (เพราะคนขายก็ไม่รู้เหมือนกัน)

ผู้เขียนเคยซื้อรองเท้าวิ่ง Nike Free มาใส่เพราะชอบในความเท่ แต่หารู้ไม่ว่ามันไม่ได้เหมาะนักกับร่างกายและสภาพหนทางที่จะไปวิ่ง จนทำให้ครั้งหนึ่งหลังวิ่งจบมินิมาราธอน ตะคริวขึ้นเท้าถึงกับเดินไม่ได้อยู่พักใหญ่

ส่วนในปัจจุบันน้องๆ รู้และเข้าใจว่ารองเท้าแต่ละแบบมีความหลากหลาย แบบนี้ Daily run แบบนี้ Trainer แบบนี้ใช้ซ้อม แบบนี้ใช้แข่ง เช่นกันกับเสื้อผ้าอาภรณ์ที่มีการเลือกอย่างดีทรงนี้เข้ากับตัวหรือไม่เข้ากับตัว

ที่เหลือคือการลงสนามจริง และสิ่งที่ดีสำหรับยุคนี้คือการที่มี Community หรือชุมชนที่รองรับคนที่สนใจและใส่ใจในสิ่งที่คล้ายกัน

เช่น รันคลับ (Run club)

กลุ่มคนรุ่นใหม่กำลังออกกำลังกายหรือวิ่งร่วมกันอย่างสนุกสนานกลางแจ้ง สะท้อนเทรนด์ Workout = Hangout 3

15 ปีก่อนหน้านี้คำว่า ‘รันคลับ’ เป็นของใหม่สำหรับคนไทย ที่แบรนด์จากต่างประเทศพยายามจุดกระแสขึ้นมาแต่ยังไม่ได้รับการตอบรับสักเท่าไร

จำได้ว่าครั้งหนึ่งที่เคยร่วมงานกับ Nike เคยตั้ง ‘มิชชัน’ สำหรับน้องๆ ในโรงเรียนมัธยมว่าหากทุกคนช่วยกันวิ่งได้ระยะทางที่กำหนด (โดยวัดจากอุปกรณ์เฉพาะในช่วงเวลานั้น) จะพาวงร็อคเบอร์หนึ่งอย่าง Bodyslam มาแสดงถึงโรงเรียน – คือต้องหาวิธีเชิญชวนกันขนาดนั้น (แต่ก็สำเร็จด้วยดีนะ)

10 ปีก่อนการวิ่งเริ่มบูมหนักเป็นกระแสในบ้านเรา รันคลับในแนวทางแบบไทยๆ คือทีมหรือชมรมวิ่งต่างๆ ซึ่งมีส่วนทำให้วงการวิ่งคึกคักมาตั้งแต่นั้น แต่รันคลับมาเปรี้ยงจริงๆ เอาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่เกิดการนัดกันไปวิ่งตามสวนสาธารณะในเมือง

ไลฟ์สไตล์ของคนจึงเริ่มเปลี่ยนไปจากการนัดไปแฮงก์เอาต์กันที่ร้านมืดๆ เปลี่ยนมาเป็นการนัดเจอและวิ่งไปด้วยกันในสวน

ก่อนจะตบท้ายด้วยกาแฟดีๆ สักแก้ว และบทสนทนามากมายที่พรั่งพรูพร้อมกับอะดรีนาลีนที่หลั่งไหล

รันคลับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะมันกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมที่ทำหน้าที่ทดแทนการไปนั่งดื่มตามผับหรือบาร์ได้อย่างดี นั่นคือการพาเราไปพบเจอและทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ ได้

เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง หรืออาจจะเปลี่ยนสถานะได้ในอนาคต

แน่นอนว่าอาจจะมีการตั้งคำถามว่าไปวิ่งหาแฟนกันหรือเปล่า แต่มันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรสักหน่อย คนสมัยโบราณเขาก็ต้องไปหาคู่กันในวัด คนรุ่นพ่อรุ่นพี่หลายคนก็พบรัก (ที่ดี) กันผ่านการชนแก้ว เราก็ทำกันผ่านวิธีแบบนี้ทั้งนั้น

และอย่างน้อยที่สุดสิ่งที่เป็นหัวใจของเรื่องราวคือการออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง คนที่ได้ก็คือตัวเราเอง (แต่หัวใจให้คนอื่นดูแลไป)

มีข้อมูลที่น่าสนใจจาก Strava ระบุว่าคน Gen Zers ใช้การออกกำลังกาย (วิ่ง ฟิตเนส จักรยาน ฯลฯ) เพื่อพบกับคนอื่นเพื่อแชร์เรื่องราวสิ่งที่สนใจมากกว่าคน Gen Xers มากถึง 39 เปอร์เซ็นต์

ในรายงานข่าวจาก Wall Street Journal ยังมีถ้อยคำที่ยกมาและน่าสนใจว่า “ฉันคิดว่าการวิ่งเป็นสิ่งที่จะสามารถนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่จริงจังและยั่งยืนได้ในอนาคต”

เหตุผล?

“เพราะเราต่างผ่านช่วงเวลาความเจ็บปวดมาด้วยกัน” ฟังแล้วง่อววว ทันที

แน่นอนว่ามันไม่ใช่แค่การวิ่ง แต่ยังสามารถเป็นการออกกำลังกายอะไรก็ได้อีกมากมาย จะเข้าฟิตเนส เข้าคลาสพีลาทีส ไปเล่น Hyrox ไปเต้นแอโรบิก

หรือปัจจุบันที่มาแรงที่สุดคือการไปตีเทนนิส กีฬาที่ดู ‘แกรม’ ถูกใจวัยใส

อะไรก็ได้ ทำไปเถอะ เพราะใช้จ่ายวันเวลา (และเงินทอง) ไปกับการดูแลตัวเองแบบนี้มันดีเสมอ 🙂

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...