โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ออสเตรเลีย ส่งสัญญาณเสริมกำลังคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ หลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 เม.ย. เวลา 12.22 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. เวลา 05.22 น.

ออสเตรเลีย อาจส่งกำลังทหารสนับสนุนความปลอดภัยการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หากมีคำร้องขอจากพันธมิตร หลังอิหร่านเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง ท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงที่ยังเปราะบาง ขณะรัฐบาลเร่งเสริมคลังพลังงานรับมือความเสี่ยงด้านอุปทานโลก

18 เมษายน 2569 แอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เปิดเผยว่า รัฐบาลออสเตรเลียอาจพิจารณาส่งกำลังทหารหรือยุทโธปกรณ์ทางทหาร เพื่อสนับสนุนความปลอดภัยด้านการเดินเรือในภูมิภาคช่องแคบฮอร์มุซ หากมีคำร้องขอจากประเทศที่เกี่ยวข้อง

อัลบาเนซี กล่าวที่นครซิดนีย์ โดยแสดงความยินดีต่อการประกาศของอิหร่าน ที่ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซได้กลับมาเปิดให้เรือพาณิชย์ทุกลำใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบในช่วงที่มีการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ซึ่งเขามองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวก

อย่างไรก็ตาม เขายังต้องการเห็นการยืนยันความชัดเจนของข้อตกลงที่ยังอยู่ในภาวะเปราะบาง

อัลบาเนซี ยังระบุว่า ออสเตรเลียตั้งอยู่ห่างจากช่องแคบฮอร์มุซมากเมื่อเทียบกับประเทศในยุโรป แต่รัฐบาลจะพิจารณาคำร้องขอใด ๆ ที่มีการเสนอเข้ามา ภายหลังจากประเทศต่าง ๆ ได้หารือร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางการรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือ

อัลบาเนซีให้สัมภาษณ์ร่วมกับ คริส โบเวน รัฐมนตรีพลังงานซึ่งเปิดเผยว่า ออสเตรเลียได้เพิ่มปริมาณสำรองเชื้อเพลิงเชิงยุทธศาสตร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อรองรับความไม่แน่นอนด้านพลังงาน

ทั้งนี้ โบเวนระบุว่า ณ วันเสาร์ (18 เม.ย.) ออสเตรเลียมีน้ำมันเบนซินสำรองในคลังแห่งชาติคิดเป็นระยะเวลาประมาณ 46 วัน ขณะที่มีน้ำมันดีเซลสำรอง 31 วัน และเชื้อเพลิงเครื่องบินสำรอง 30 วัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...