โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

แค่ซักไม่ได้ผล! แพทย์เตือน สิ่งที่สกปรกที่สุดบนเตียง ไม่ใช่ปลอกหมอน - ผ้าปูที่นอน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 11.23 น. • Nick
เตียงนอนถือเป็นพื้นที่สำคัญในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่เอาไว้พักผ่อนนอนหลับเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดที่ร่างกายและจิตใจได้ฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้าในแต่ละวัน ดังนั้น เรื่องความสะอาดของเตียงจึงไม่ควรถูกมองข้าม หล

เตียงนอนถือเป็นพื้นที่สำคัญในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่เอาไว้พักผ่อนนอนหลับเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดที่ร่างกายและจิตใจได้ฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้าในแต่ละวัน ดังนั้น เรื่องความสะอาดของเตียงจึงไม่ควรถูกมองข้าม หลายคนอาจคิดว่าเพียงแค่ซักผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม หรือปลอกหมอนก็เพียงพอแล้ว แต่ความจริงแล้ว ยังมีจุดที่สกปรกมากกว่าที่คิด จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว

เมื่อไม่นานมานี้ เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า นพ.หวง ซวน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้ป่วยวิกฤตในไต้หวัน ออกมาเตือนผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ไส้หมอน” คือส่วนที่สกปรกที่สุดบนเตียง แม้ภายนอกจะดูสะอาดจากการเปลี่ยนปลอกหมอน แต่ภายในกลับเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและไรฝุ่นที่หลายคนมองข้าม

เขาอธิบายว่า ระหว่างการนอนหลับในแต่ละคืน ร่างกายจะผลัดเซลล์ผิวหนัง เส้นผม และรังแค รวมถึงปล่อยเหงื่อและน้ำมันออกมา สิ่งเหล่านี้จะซึมเข้าสู่หมอนโดยตรง ซึ่งโครงสร้างของไส้หมอนที่มีความนุ่มและเป็นรูพรุน กลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการสะสมของไรฝุ่นและการเติบโตของจุลินทรีย์

ไรฝุ่นสามารถเจริญเติบโตได้ดี เพราะมีทั้งอาหารจากรังแค ความอบอุ่นจากร่างกาย และความชื้นจากเหงื่อ เปรียบเสมือนสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการขยายพันธุ์อย่างเต็มที่ ที่น่ากังวลคือ สิ่งที่เราสูดดมเข้าไปทุกวันอาจไม่ใช่แค่อากาศบริสุทธิ์ แต่รวมถึงมูลของไรฝุ่นด้วย

นอกจากความสกปรกแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง โดยเฉพาะผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด หรือมีผิวบอบบาง อาจเกิดอาการจาม คัดจมูก คันตา หรือผิวหนังอักเสบได้ง่ายขึ้น

เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ ควรดูแลหมอนและเครื่องนอนอย่างเหมาะสม เช่น

ซักปลอกหมอนเป็นประจำทุกสัปดาห์

ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนไส้หมอนทุก 3 เดือน และเลือกวัสดุที่สามารถซักได้

นำหมอนไปตากแดดและผึ่งลมอย่างสม่ำเสมอ โดยหลีกเลี่ยงความร้อนจัดที่อาจทำลายวัสดุ

นอกจากนี้ การดูแลความสะอาดของห้องนอนโดยรวมก็สำคัญไม่แพ้กัน เช่น ซักเครื่องนอนด้วยน้ำอุณหภูมิสูง ใช้ปลอกกันไรฝุ่น ควบคุมความชื้นในห้อง และใช้เครื่องฟอกอากาศชนิด HEPA เพื่อช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ ทำให้สภาพแวดล้อมในการนอนสะอาดและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...