โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้สึกแย่กับตัวเองจัง วันนั้นไม่น่าเล่า ‘เรื่องนั้น’ ให้เขาฟังเลย ‘Vulnerability Hangover’ อารมณ์ถาโถมที่ก่อตัวหลังแชร์ความรู้สึกหรือเรื่องส่วนตัวกับใครสักคน ซึ่งตามมาด้วยความรู้สึกผิดกับตัวเอง สับสนว่าเราพูด ‘มากไป’ ไหม และลึกๆ ก็กลัวอีกฝ่ายจะมองเราเปลี่ยน หรือไม่เข้าใจบาดแผล เรื่องราว ความอ่อนไหว และตัวตนของเรา

Mirror Thailand

อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 03.30 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 03.30 น.
ภาพไฮไลต์

สำหรับเรา การเปิดใจพูดเรื่องส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง หรือเล่าอารมณ์ความรู้สึกเปราะบางจากประสบการณ์ที่ผ่านมาแบบลงรายละเอียดให้ใครสักคนได้ฟัง นั้นไม่ง่ายและค่อนไปทางยากเสียด้วยซ้ำ แต่หลายครั้งเราก็เลือกที่จะ ‘แชร์’ ออกไปกับคนที่รู้สึกสบายใจ หรือเพื่อแสดงความจริงใจบางอย่างของเรา ซึ่งบางครั้งมันก็มีทั้งตอนที่ผ่านการคิดไตร่ตรองมาแล้วว่า เขาน่าจะ ‘ไม่ตัดสิน’ สิ่งที่เราพูด ทั้งตอนที่ความอัดอั้นมันวิ่งนำทุกเหตุผล อยากระบายความอึดอัดใจแทบขาด กระทั่งตอนที่มันเป็นบาดแผลที่เราจำเป็นต้องพูดเพื่อก้าวข้ามมันไปต่อให้ได้ร่วมกับคนในความสัมพันธ์ ทั้งกับคนรัก กับเพื่อน กับครอบครัว บางครั้งเราก็ต้องใช้ ‘ความกล้า’ และทำใจก่อนจะพูดออกไป

ถึงปลายทางเราจะกล้าไปแล้ว แต่สิ่งที่ยังยากและไม่ชินสักที คือความรู้สึกหลังจากนั้น ความรู้สึกที่ต้องรับมือหลังจากแชร์อะไรออกไป ความรู้สึกที่เหมือนต้องลุ้นว่าอีกฝ่ายจะคิดอย่างไร จะมองเราเปลี่ยนไหม จะเข้าใจเรา ‘จริงๆ’ หรือเปล่า อาจพูดได้ว่าเรากำลังกลัวจะผิดหวัง และกลัวจะรู้สึกคิดผิดที่เลือกพูดเรื่องนั้นๆ ออกไป โดยอาการลักษณะนี้เรียกว่า ‘Vulnerability Hangover’ คำนี้ถูกคิดค้นโดยนักวิจัยและนักวิชาการ Brené Brown ซึ่งเปรียบเสมือนคนที่ยังเมาค้างแล้วนึกถึงเรื่องที่ทำไปตอนเมา และเกิดความรู้สึกแย่กับตัวเองว่าฉันไม่น่าทำอย่างนั้น ไม่น่าพูดแบบนั้นให้เขาฟังเลย เป็นได้ตั้งแต่ความรู้สึกว่าเราแสดงออกกับอีกฝ่ายมากเกินไป หรืออาจเล่าเรื่องส่วนตัว แชร์ความรู้สึกเปราะบางเยอะเกินไป และท้ายที่สุดก็นำไปสู่ความเครียดและกังวล

ความรู้สึกที่ว่าเรากำลังอ่านเกมผิดหรือเลือกเดินทางผิด อาจสร้างความบั่นทอน หันมาโบยตีตัวเอง และส่งผลต่อสภาพจิตใจ หรือบางคนอาจเลือกที่จะปกป้องตัวเองด้วยการหนีห่างจากคนคนนั้น เพื่อเป็นกลไกสร้างเกราะป้องกันให้ตัวเองรู้สึกปลอดภัย ที่น่าสนใจคือการสำรวจของแอปฯ หาคู่ Hinge ได้สำรวจผู้ใช้ 30,000 คนทั่วโลก และพบว่ามีถึง 52% เลยที่เผชิญอยู่กับอาการ Vulnerability Hangover แต่มีเพียง 19% ที่มองว่าความเปราะบางของคนอื่นทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจ นั่นแปลว่าอีก 81% คือคนที่อาจจะรับฟังจริงๆ หรือไม่ได้รู้สึกแย่ที่ได้ฟัง และนั่นหมายถึงพอกลัวการถูกตัดสิน หรือกลัวสายตาของอีกฝ่ายเปลี่ยนไป ทำให้เราคิดลบไปต่างๆ นานาเสียเอง

  • การเปิดใจแชร์ความรู้สึกอ่อนไหวบางอย่างให้ผู้อื่นฟังอาจเป็นเรื่องน่ากลัว เพราะเรากลัวว่าความปกติสุขในความสัมพันธ์ที่มีร่วมกันกับเขาจะถูกสั่นคลอน เปลี่ยนไป หรือ หายไป

ไม่ว่าจะกลัวการเปิดใจที่จะพูดถึงความรู้สึก บาดแผล และความเป็นตัวตนแค่ไหน อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาความสัมพันธ์ทุกรูปแบบที่อาศัยทั้ง ‘ความจริงใจ’ และความ ‘สบายใจ’ ต่อกัน เพราะถ้าเราอยู่ในความสัมพันธ์ที่รู้สึกว่าพูดอะไรไม่ได้เลย หรือแชร์ความรู้สึกต่อกันไม่ได้ นั่นจะเป็นความสัมพันธ์ที่เฮลตี้จริงหรือไม่?

เราเข้าใจทุกความกลัว เพราะความกลัวเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ และหลายครั้งคนเราก็อยากจะอยู่ในจุดที่ ‘ปลอดภัยทางความรู้สึก’ เราอยากคงให้ความสัมพันธ์ต่างๆ นั้นไร้ปัญหา และเราก็อยากให้อีกฝ่ายนั้นเหมือนเดิมทุกวัน ดังนั้นเราจึงระวังมากเป็นพิเศษจนบางทีความระวังนั้นก็กลายมวลความอึดอัดและความห่างเหินได้ ซึ่งถ้าเรายอมรับว่าเราไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ให้ใครคนหนึ่งเหมือนเดิมได้ทุกวัน และตัวเราเองก็ยังไม่เหมือนเดิมเลย เราอาจจะกล้าที่จะเสี่ยงมากขึ้น และเป็นอิสระมากขึ้นที่จะเผยความรู้สึกของตัวเอง เพราะนี่เป็นเรื่องพื้นฐานสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น

Michaela Dunbar นักจิตวิทยา กล่าวไว้ว่าความอ่อนไหวนี้ “มันเหมือนกับความรู้สึกเราดิ่งลงมา หลังได้เชื่อมโยงกับใครบางคนอย่างลึกซึ้ง” ซึ่งเธอชวนให้คิดตามว่า การที่เรากล้าแชร์เรื่องราวกับอีกคนนับเป็นการก้าวออกจากเส้น comfort zone ของตัวเอง และการแชร์ความรู้สึกกับคนอื่นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย มันเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความเข้มแข็งและเป็นเครื่องมือที่มีค่าในการสร้างความสัมพันธ์ เมื่อคิดแบบนี้ อาจทำให้เรารู้สึกดีขึ้น

และถ้าเขาจะไม่โอเคที่เราพูดเรื่องส่วนตัว ไม่โอเคที่เราแชร์ความรู้สึก มองเราเปลี่ยนไป หรือถูกปฏิเสธ นั่นก็อาจถึงเวลาที่ทำให้เราได้มาทบทวนความสัมพันธ์นั้นๆ อีกครั้ง และใช่ว่าคนคนนั้นไม่เข้าใจ จะหมายถึงคนทั้งโลกไม่เข้าใจเราเสียหน่อย กระทั่งถ้าเรารู้สึกว่าสิ่งที่เราพูดมันกระทบความรู้สึกของเขา การถามไถ่และพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาต่อเรื่องนี้ อาจทำให้เกิดความเข้าใจกันและกันมากขึ้น

  • ทุกการเปิดใจแชร์เรื่องราวให้ใครฟัง คือความกล้าหาญอย่างหนึ่ง และทำให้เราได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น

เมื่อพูดออกไปแล้ว เราไม่สามารถย้อนคำพูดเหล่านั้นกลับคืนมาได้ หากอยากหลุดจากวังวนความรู้สึกผิดกับตัวเองที่เลือกพูดเรื่องลึกซึ้งให้ใครฟัง ถ้าสิ่งที่เราพูดไม่ใช่เรื่องที่ผิดใดๆ แทนที่จะกล่าวโทษตัวเอง ลองชื่นชมตัวเองว่านั่นคือความเก่งและความกล้าที่จะพูดถึงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาอย่างหนึ่ง

Mark Travers นักจิตวิทยา เขียนไว้บนเว็บไซต์ Forbes ว่า “เมื่อเราแบ่งปันเรื่องส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง มันอาจกระตุ้นความกลัวที่จะถูกตัดสินหรือแม้แต่การสูญเสียการควบคุม และสมองของเราโดยธรรมชาติแล้วจะแสวงหาความปลอดภัย นั่นทำให้ความเปราะบางมาพร้อมความรู้สึกเสี่ยงทั้งทางอารมณ์และทางสังคม ความขัดแย้งภายในนี้ได้สร้างความตึงเครียดระหว่างความปรารถนาที่จะเชื่อมต่อกับผู้คนและความกลัวที่จะถูกตัดสินหรือเข้าใจผิด”

เพื่อที่จะให้ไปต่อได้ เขาแนะนำว่า ให้ลองเปลี่ยนมุมมองต่อความเปราะบางเป็นความกล้าหาญแทน “ยกตัวอย่างเช่น การบอกใครสักคนเกี่ยวกับความกลัวส่วนตัวของคุณ หรือการแสดงความต้องการเพื่อขอความช่วยเหลือ การพูดเรื่องเหล่านี้อาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงพลังของความตระหนักรู้ในตัวเองและแง่หนึ่งก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรับความเสี่ยงทางอารมณ์ของเราได้เช่นกัน”

ในแง่กระบวนการบำบัดก็มีกรณีที่ผู้รับการบำบัดรู้สึกแย่หลังจากเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวให้นักบำบัดฟัง ซึ่ง Gin Lalli นักจิตบำบัด ก็มองเห็นสถานการณ์นั้นจนเป็นเรื่องปกติ และเผยว่า “Vulnerability Hangover สามารถเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเผชิญหน้ากับอารมณ์ที่ยากลำบากแทนที่จะหลีกเลี่ยงมัน สิ่งนี้จะหนุนให้เกิดการสำรวจจิตใจตัวเอง ที่คุณจะได้รับข้อมูลอันลึกซึ้งเกี่ยวกับวิธีการที่จะเดินไปข้างหน้าต่อไป” ดังนั้น จงชื่นชมตัวเองไว้บ้าง เพราะคุณกำลังกล้าหาญที่เผชิญหน้ากับความยากลำบากในจิตใจอยู่นะ!

“การค่อยๆ เปิดเผยความเปราะบางของตัวเองและยอมรับถึงอารมณ์ที่ยากลำบาก จะทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ในวันที่คุณเริ่มตระหนักว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้ตอนแรก…บางครั้งคุณก็ต้องรู้สึกไม่สบายใจบ้าง เพื่อที่จะผ่านพ้นปัญหาที่คุณกำลังเผชิญอยู่” เธอกล่าว

  • แม้บางเรื่องที่พูดออกไปอีกฝ่ายจะไม่เข้าใจ แต่ถ้าเรายังเห็นคุณค่าของตัวเอง ความคาดหวังที่มีต่อคนอื่นอาจไม่ทำร้ายเรามากจนเจ็บปวด

เวลาเราเล่าอะไรให้ใครฟัง มันอาจจะยากมากที่จะบอกว่า เราไม่คาดหวังอะไรทั้งนั้น เพราะลึกๆ หลายคนก็ต้องการให้คนเข้าใจและรับฟังในสิ่งที่พูดออกไป แต่ในโลกความเป็นจริง มันอาจไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจเราได้ทุกเรื่อง และว่ากันตามตรงเราก็ยังไม่เข้าใจตัวเองทุกเรื่อง หรือเข้าใจทุกคน ดังนั้น แม้แต่คนที่เรามั่นใจว่าเขาจะเข้าใจเรา บางเรื่องเขาอาจจะไม่ได้เข้าใจเราก็ได้ เพราะทุกคนก็เติบโตกันมาคนละแบบ และมีความคิดที่แตกต่างกัน ถ้าจะบอกว่า จงอย่าคาดหวัง พูดแบบไม่โลกสวย เราและอีกหลายคนก็อาจจะยังทำไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำได้แล้วจะดีอย่างมาก คือการฝึกปลอบประโลมตัวเอง ว่าเรายังมีคุณค่าเสมอ ไม่ว่าเรื่องเจ็บปวดเหล่านั้น หรือความรู้สึกต่างๆ ที่พูดออกไป จะได้รับการรับฟังหรือไม่ ขอแค่มองเห็นคุณค่าในตัวเอง และฝึกที่จะไม่เอาความคิดของคนอื่นมาผูกโยงกับคุณค่าของเรา นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ลดระดับความเจ็บปวดจากความคาดหวังต่อคนอื่นก็ได้

อารมณ์อ่อนไหวของผู้คน สุดแสนจะเป็นเรื่องปกติธรรมดา นี่ไม่ใช่เรื่องผิดที่คุณจะอ่อนไหวหลังจากไว้ใจอีกฝ่ายจนพูดบางอย่างออกไปให้เขาฟัง เพียงแต่หากมันเริ่มทำให้รู้สึกท็อกซิกกับตัวเอง เราอาจต้องหันมามองตามหลักความเป็นจริง ว่าอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้นบ้าง โดยไม่ประเมินสถานการณ์ในทางที่แย่ล่วงหน้าในทุกครั้ง เพราะบางคนเขาอาจจะรับฟังเราจริงๆ อย่างเข้าใจ และสถานการณ์อาจไม่ได้แย่อย่างที่เราคิด ซึ่งถ้าเราชิงคิดลบกับเขาก่อน นั่นก็อาจกระทบกับความเชื่อใจในความสัมพันธ์ไปในตัว กลับกันหากปฏิกิริยาตอบกลับของบางคนเป็นในทางลบ ขอให้คิดไว้ว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่จะเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ว่า ใครคือพื้นที่ปลอดภัยของเรา และตรงไหนคือที่ที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ และเมื่อเรารู้แล้วว่า “คนไหน” ที่ฟังเราได้อย่างแท้จริง และพร้อมจะโอบรับความเปราะบาง ความรู้สึก และตัวตนซึ่งกันและกัน ให้รักษาคนคนนั้นที่มีค่ากับคุณไว้

อ้างอิง:

https://www.choosingtherapy.com/vulnerability-hangover/

https://www.wondermind.com/article/vulnerability-hangover/

https://www.forbes.com/sites/traversmark/2025/01/17/3-ways-to-recover-from-a-vulnerability-hangover-by-a-psychologist/

https://happiful.com/how-to-handle-a-vulnerability-hangover-after-therapy

https://metro.co.uk/2025/12/08/not-alcohol-making-singles-feel-sick-vulnerability-hangover-25037411/

บทความต้นฉบับได้ที่ : รู้สึกแย่กับตัวเองจัง วันนั้นไม่น่าเล่า ‘เรื่องนั้น’ ให้เขาฟังเลย ‘Vulnerability Hangover’ อารมณ์ถาโถมที่ก่อตัวหลังแชร์ความรู้สึกหรือเรื่องส่วนตัวกับใครสักคน ซึ่งตามมาด้วยความรู้สึกผิดกับตัวเอง สับสนว่าเราพูด ‘มากไป’ ไหม และลึกๆ ก็กลัวอีกฝ่ายจะมองเราเปลี่ยน หรือไม่เข้าใจบาดแผล เรื่องราว ความอ่อนไหว และตัวตนของเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...