โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

“พีช พชร” บุกโรงพัก! แจ้งจับมิจฉาชีพสร้างเพจปลอม แอบอ้างแบรนด์ขนม “MAW” หลอกลงทุนสูญหลายล้าน

เดลินิวส์

อัพเดต 03 เม.ย. เวลา 13.32 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. เวลา 06.06 น. • เดลินิวส์
“พีช พชร” นักแสดงหนุ่มทายาทธุรกิจเครือเซ็นทรัล เข้าแจ้งความที่ สน.ปทุมวัน หลังถูกมิจฉาชีพแอบอ้างแบรนด์ข้าวเกรียบกุ้ง “MAW” สร้างเพจปลอมหลอกประชาชนร่วมลงทุน ใช้กลลวงส่งสินค้าทดลองก่อนชักชวนเล่นเกมและโอนเงิน พบเหยื่อหลงเชื่อหลักร้อยราย มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท ตำรวจรับเรื่องและแยกดำเนินคดีทั้งส่วนแอบอ้างชื่อและฉ้อโกง เร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 เม.ย. ที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน (สน.ปทุมวัน) นายพชร จิราธิวัฒน์ หรือ “พีช” นักแสดงและทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ เจ้าของธุรกิจเครือเซ็นทรัล พร้อมผู้จัดการส่วนตัว เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ศิริชาติ จันทร์พรมมา ผกก.สน.ปทุมวัน เกี่ยวกับกรณีมีผู้แอบอ้างหลอกลวงผู้บริโภคให้ร่วมลงทุนในผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบกุ้งแบรนด์ MAW ซึ่งเป็นธุรกิจส่วนตัวของพีช พชร โดยพบว่ามีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อหลักร้อยราย มูลค่าความเสียหายรวมหลายล้านบาท

นายพชร เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากทีมงานว่า มีผู้เสียหายส่งข้อความเข้ามาทางอินบ็อกซ์ของเพจผลิตภัณฑ์ทางการ โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพสร้างเพจปลอมลอกเลียนแบบเพจจริงที่ชื่อ “mawsnackth” โดยใช้ชื่อว่า “MAW MAW” เพื่อหลอกลวงเหยื่อให้มาร่วมลงทุน มีการใช้กลอุบายว่าจะส่งตัวอย่างสินค้าไปให้ชิม จากนั้นจะดึงเข้ากลุ่มไลน์ และใช้ตัวผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งล่อใจ ชักชวนให้เล่นเกม ก่อนจะโน้มน้าวให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อการลงทุน จนมีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก

ตนจึงขอประชาสัมพันธ์ย้ำว่า ทางเพจไม่มีนโยบายชักชวนลงทุนหรือจัดกิจกรรมเล่นเกมแจกรางวัลใด ๆ นอกจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

เมื่อถามถึงสาเหตุที่มิจฉาชีพเลือกแบรนด์นี้ นายพชร ระบุว่า อาจเป็นเพราะผลิตภัณฑ์แบรนด์อื่นในเครือมีหน้าร้านวางจำหน่ายชัดเจน แต่แบรนด์ MAW จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการเพียงอย่างเดียว มิจฉาชีพจึงสบโอกาสสร้างช่องทางปลอมขึ้นมาเพื่อสร้างความสับสนและหลอกลวงประชาชน

ด้าน พ.ต.อ.ศิริชาติ ผกก.สน.ปทุมวัน ระบุว่า คดีนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ถูกแอบอ้างชื่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่รับแจ้งความไว้เพื่อพิจารณาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และการละเมิดสิทธิในส่วนของคดีแพ่ง ส่วนที่สองคือ กลุ่มผู้เสียหายที่ถูกหลอกโอนเงินลงทุน ซึ่งบางส่วนได้แจ้งความไว้แล้วที่ สน.ลุมพินี, สน.บางรัก, สน.ประเวศ และ สภ.บางเสาธง ในฐานความผิดฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

โดยพนักงานสอบสวน ร.ต.ท.เดชาพล อ่างคำ ได้ลงบันทึกประจำวันและสอบปากคำผู้เสียหาย 4-5 รายที่เดินทางมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในวันนี้ เพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...