โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Alibaba ปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ด้าน AI สูงสุด 34% รับดีมานด์พุ่ง-ชดเชยลงทุนมหาศาล

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 14.46 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 07.46 น.

Alibaba ปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ด้าน AI สูงสุด 34% หลังทุ่มลงทุนมหาศาล ขณะที่ Tencent, Baidu และ Google ต่างเดินหน้าขึ้นราคาตาม รับกระแสความต้องการ AI ที่พุ่งต่อเนื่อง

วันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 14.27 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Alibaba Group Holding Ltd. ประกาศปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ด้าน AI ทั้งระบบคอมพิวติ้งและคลาวด์สูงสุดถึง 34% สะท้อนความพยายามของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในการเร่งสร้างรายได้จาก AI ท่ามกลางความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และแรงกดดันจากต้นทุนการลงทุนที่สูง

บริษัทระบุว่า ได้ปรับขึ้นราคาชิป AI ภายใต้แบรนด์ T-Head ระหว่าง 5–34% รวมถึงเพิ่มค่าบริการ Cloud Parallel File Storage อีก 30% โดยราคาหุ้นของ Alibaba ปรับตัวขึ้นสูงสุด 4.2% ในตลาดฮ่องกง หลังการประกาศดังกล่าว

การปรับราคาครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง Alibaba เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เพื่อเน้นการทำเงินจาก AI มากขึ้น โดยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น บริการ AI สำหรับธุรกิจในชื่อ Wukong เพื่อเจาะตลาดองค์กรที่กำลังเติบโต

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก ตั้งแต่ Alphabet Inc. (Google) ไปจนถึง Tencent Holdings Ltd. ต่างเร่งหาทางสร้างรายได้จาก AI หลังเริ่มมีความกังวลว่าเม็ดเงินลงทุนมหาศาลอาจยังไม่สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า

ตัวอย่างเช่น Tencent เพิ่งปรับขึ้นราคาบริการ AI มากกว่า 4 เท่า ขณะที่ Baidu เตรียมขึ้นราคาคลาวด์ AI สูงสุด 30% และ Google ก็มีแผนปรับราคาบริการเช่นกัน

ทั้งนี้ Alibaba กำลังเร่งเครื่องในตลาด AI อย่างหนัก โดย CEO Eddie Wu ประกาศลงทุนกว่า 53,000 ล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐานและ AI และอาจเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตามแม้ Alibaba จะเป็นผู้นำด้านโมเดล AI แบบโอเพนซอร์สในจีน แต่ยังไม่สามารถแปลงความได้เปรียบนี้เป็นรายได้เชิงพาณิชย์ได้เต็มที่ อีกทั้งยังเผชิญความท้าทายจากการสูญเสียบุคลากรสำคัญ และการแข่งขันที่รุนแรงจาก Tencent ซึ่งกำลังมาแรงในตลาด AI agents

Tencent ได้เปิดตัวบริการ AI ใหม่ เช่น OpenClaw และเตรียมผนวก AI เข้ากับแอป WeChat ที่มีผู้ใช้งานกว่า 1.4 พันล้านราย เพื่อสร้าง ecosystem ที่แข็งแกร่ง

ในอีกด้านหนึ่ง Nvidia Corp. ก็ประกาศเร่งผลิตชิป AI รุ่น H200 สำหรับตลาดจีน สะท้อนความต้องการพลังประมวลผลที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ มองว่า บริษัทจีนอาจหันไปใช้ชิปที่ผลิตในประเทศมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากนโยบายควบคุมการส่งออกของสหรัฐ และสนับสนุนการพึ่งพาตนเองด้านเซมิคอนดักเตอร์

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...