โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ผลสำรวจชี้ “ค่าครองชีพสูง” ครองแชมป์ความกังวล กดดันรัฐบาลใหม่เร่งแก้ปากท้อง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 21.19 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 06.18 น.

ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลชุดใหม่ พ.ศ. 2569 โดยดำเนินการระหว่างวันที่ 22–28 มกราคม 2569 เพื่อสะท้อนมุมมองของประชาชนต่อทิศทางการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ โดยผลสำรวจชี้ให้เห็นภาพรวมความกังวลและความคาดหวังในหลายมิติ

ในด้านปัญหาเศรษฐกิจ “ค่าครองชีพสูง” ครองอันดับหนึ่ง โดยมีประชาชน 69.9% ระบุว่าเป็นความกังวลหลัก รองลงมา ได้แก่ รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย 63.8% ปัญหาหนี้สิน 43.1% ความไม่เพียงพอของสวัสดิการภาครัฐ 25.4% และราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ 25.2% ภาพดังกล่าวสะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจฐานรากที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

เมื่อพิจารณาความต้องการเร่งด่วนต่อรัฐบาลชุดใหม่ พบว่า ประชาชนกว่าครึ่ง หรือ 50.5% ต้องการให้เร่งแก้ปัญหาปากท้องและค่าครองชีพเป็นลำดับแรก ขณะที่ข้อเรียกร้องอื่น ๆ ได้แก่ การสร้างงานและเพิ่มรายได้ 10.8% การแก้ไขปัญหาหนี้สิน 9.1%การยกระดับสวัสดิการและคุณภาพชีวิต 5.8% และการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน 5.1%

ในมิติของการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ประชาชน 44.2% เห็นว่าควรลดภาระค่าครองชีพควบคู่กับการป้องกันการก่อหนี้ใหม่ ขณะที่แนวทางอื่นที่ได้รับการสนับสนุนใกล้เคียงกัน ได้แก่ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งในและนอกระบบ 44.0% การเพิ่มรายได้ควบคู่การแก้หนี้ 42.2% การจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้มีรายได้น้อย 30.8% และการปรับโครงสร้างหนี้ตามศักยภาพการชำระหนี้ 32.2%

ขณะเดียวกัน ประชาชนยังสะท้อนความคาดหวังต่อรูปแบบการบริหารประเทศ โดย 80.9% ต้องการให้รัฐบาลบริหารงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ รองลงมา ได้แก่ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน 59.7% การตัดสินใจที่รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ 46.7% การไม่เล่นเกมการเมืองและยึดประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก 31.0% รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ 29.8%

ด้านคุณสมบัติของรัฐมนตรี ประชาชนให้ความสำคัญสูงสุดกับความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ 67.7% รองลงมา ได้แก่ การไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย 46.7% การไม่มีประวัติอาชญากรรม 42.2% การมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ตรงในสายงาน 39.0% และความสามารถในการแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที 31.6% โดยประชาชนถึง 90.4% เห็นว่าคุณสมบัติของรัฐมนตรีมีความสำคัญต่อการบริหารประเทศในระดับมากถึงมากที่สุด

ดร.เอกพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลสำรวจดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Quick Survey” ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งมีเป้าหมายในการติดตามความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง

โดยจะมีการเผยแพร่ผลสำรวจเป็นรายเดือนผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติและช่องทางออนไลน์ภายใต้ชื่อ NSOOFTHAILAND เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนการกำหนดนโยบายภาครัฐ

ทั้งนี้ การสำรวจครั้งนี้เก็บรวบรวมข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 6,000 ตัวอย่าง ด้วยวิธีการสุ่มแบบ Stratified Two-Stage Sampling เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นตัวแทนของประชาชนทุกภูมิภาค โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น 95.0% สะท้อนความน่าเชื่อถือของผลสำรวจในเชิงสถิติอย่างมีนัยสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...