จับสัญญาณ “เรือรบสหรัฐ” ใกล้สิงคโปร์ คาดขนกำลังเสริมสู่ตะวันออกกลาง
"เรือรบสหรัฐ" ถูกติดตามใกล้สิงคโปร์ คาดบรรทุกนาวิกโยธินจากโอกินาวามุ่งหน้าตะวันออกกลาง เสริมกำลังท่ามกลางสงครามอิหร่าน
วันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 10.29 น. สำนักข่าว CNN รายงานว่า เรือรบของกองทัพเรือสหรัฐ ซึ่งเชื่อว่าบรรทุกนาวิกโยธินและกำลังพล กำลังเคลื่อนผ่านช่องแคบมะละกาใกล้สิงคโปร์ เพื่อมุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลาง ท่ามกลางสถานการณ์สงครามกับอิหร่านที่ทวีความตึงเครียด
ข้อมูลการติดตามการเดินเรือ (AIS) ระบุว่า เรือ USS Tripoli ซึ่งเป็นเรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบกของสหรัฐ กำลังเข้าใกล้พื้นที่สิงคโปร์บริเวณตอนใต้ของทะเลจีนใต้ โดยปกติเรือรบมักปิดระบบติดตามตำแหน่ง แต่จะเปิดใช้งานเมื่อผ่านพื้นที่ที่มีการจราจรทางทะเลหนาแน่น เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ
รายงานระบุว่า นาวิกโยธินที่จะถูกส่งไปยังตะวันออกกลางมาจากหน่วย 31st Marine Expeditionary Unit (MEU) ซึ่งประจำการอยู่ที่โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นหน่วยตอบสนองเร็วที่มีกำลังพลราว 2,200 นาย หลังจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐมีคำสั่งให้เคลื่อนกำลังเข้าสู่ภูมิภาค
ปัจจุบัน กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่ามีกำลังทหารสหรัฐประจำการในตะวันออกกลางแล้วประมาณ 50,000 นาย จากปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับสงครามอิหร่าน
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สหรัฐยังไม่เปิดเผยว่า กำลังพลชุดใหม่จะถูกส่งไปประจำการในพื้นที่ใด หรือจะมีบทบาทภารกิจใดโดยเฉพาะ
หน่วย MEU ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การบังคับบัญชา กำลังรบภาคพื้นดิน กำลังรบทางอากาศ และการสนับสนุนด้านลอจิสติกส์ โดยมักถูกใช้ในภารกิจสำคัญ เช่น การอพยพ การโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก และปฏิบัติการพิเศษ
เรือ USS Tripoli ซึ่งประจำการที่เมืองซาเซโบ ประเทศญี่ปุ่น มีขนาดยาวเกือบ 850 ฟุต ระวางขับน้ำประมาณ 45,000 ตัน และมีขีดความสามารถใกล้เคียงเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดเล็ก โดยสามารถบรรทุกเครื่องบินรบ F-35 เฮลิคอปเตอร์ และอากาศยาน MV-22 Osprey รวมถึงยานยกพลขึ้นบกสำหรับส่งกำลังพลสู่ชายฝั่ง
โดยปกติ USS Tripoli จะปฏิบัติการร่วมกับกลุ่มเรือสะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibious Ready Group) ซึ่งรวมถึงเรือ USS New Orleans และ USS San Diego อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเรือเหล่านี้ร่วมเดินทางมาด้วยในครั้งนี้
การเคลื่อนกำลังดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเสริมกำลังทางทหารของสหรัฐในตะวันออกกลาง ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย
อ้างอิง : edition.cnn.com