โรม ลุกโยงเครือข่ายกักตุนน้ำมัน-สแกมเมอร์-นายทุนภท. ถามกล้าไหม เอาผิดคนในรบ. ด้าน เอกนัฏ ลั่นจัดการแน่
‘โรม’ จี้ ปมกักตุนน้ำมันเครือข่าย ‘เสี่ยตือ’ โยงเครือข่ายสแกมเมอร์-ฟอกเงิน แฉโยงใย ‘พิพัฒน์’ ทั้งลูกหนี้-ผู้บริจาคภูมิใจไทย ท้ากล้ากระชากหน้ากากรองนายกฯ หรือไม่ ด้าน ‘เอกนัฏ’ ย้ำเดินหน้าเอาผิดสุดซอยไม่สนหน้าไหน ลั่นจะเอาตามคืนกำไรทุกบาท น้ำมันทุกหยด ใครผิดไม่ละเว้น แม้แต่คนในครอบครัว ลั่น คนผิดไม่ว่าพรรคไหนพร้อมจัดการ พร้อมชวน ‘รังสิมันต์’ ร่วมทีมตรวจสอบ
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 23 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ของนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เรื่องราคาน้ำมัน ถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แต่ นายอนุทิน มอบหมายนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาตอบกระทู้แทน
นายรังสิมันต์กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมา ต่อกรณีมีไอโม่งไปกักตุนน้ำมัน ซึ่งไอ้โม่งคนนี้นอกจากจะเคยมีธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นกาสิโนตามแนวชายแดนแล้วและเป็นที่ตั้งของ แก๊งสแกมเมอร์ ทั้งในของไทยและกัมพูชา ไอโม่งชื่อว่า เสี่ยตือคนนี้ยังมีบุตรชายที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีติดสินบนของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ที่ถึงวันนี้ยังไม่สามารถจับกุมใครได้ นอกจากนี้ เครือข่ายของเสี่ยตือยังมีสถานะเป็นลูกหนี้ของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กว่าร้อยล้านบาท และเครือข่ายนี้ยังมีสถานะเป็นผู้บริจาคให้กับพรรคภูมิใจไทย 1 ล้านบาท เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 รวมถึงเครือข่ายนี้ยังเคยมีตำรวจสืบสวนกลางไปดำเนินคดี เนื่องจากพบว่า มีการกักตุนน้ำมันที่จังหวัดอ่างทองมากกว่า 3 แสนลิตร และในวันที่มีการแถลงนโยบายตนได้ส่งข้อมูลของตำรวจให้กับนายเอกนัฏ แต่ผ่านมาหลายวันปรากฏว่า ยังไม่เห็นความคืบหน้าใดๆ ในการขยายผลเพื่อนำตัวอาชญากรมาดำเนินคดีให้สาสมกับความทุกข์เข็ญที่ได้สร้างขึ้นให้กับพี่น้องประชาชน
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า จึงขอถามรัฐมนตรีว่า นโยบายของรัฐบาลที่ต้องการจัดการกับไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมันนั้น ไม่ทราบว่ากรณีของเสี่ยตือ และเครือข่ายได้มีการดำเนินคดีไปแล้วหรือไม่ เพราะกรณีที่ตนหยิบยกมานั้นเป็นกรณีที่มีข้อมูลมากไม่ทราบว่า รัฐบาลได้มีการดำเนินคดีในข้อหาใด มีความคืบหน้าอย่างไร มีการออกหมายจับแล้วหรือไม่ แนวทางการทำคดีจะเป็นอย่างไร แล้วท่านทราบหรือไม่ว่า คดีนี้หากมีการตั้งประเด็น ตั้งคดีดีๆ อาจตั้งอาจเข้าข่ายมูลฐานที่สามารถยึดทรัพย์ได้เพื่อป้องกันการยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งทรัพย์สินเหล่านี้ หากเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหากเรายึดอายัดทรัพย์จะตกเป็นของแผ่นดินต่อไป
ดังนั้น เครือข่ายนี้จึงเป็นเครือข่ายที่มีความสำคัญและหนำซ้ำเครือข่ายนี้ ยังถูกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งน้ำมันไปยังประเทศกัมพูชา จึงอยากถามว่า ท่านจะดำเนินการอย่างไร และได้มีการหารือไปยังคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ด้วยหรือไม่ว่า จะมีการยึดอายัดทรัพย์เพื่อป้องกันข้อกังวลที่ตนได้พูดไป เพราะหากจะแค่ออกหมายจับสุดท้ายก็อาจจะกลายเป็นเหมือนอาชญากรอีกหลายคนก่อนหน้านี้ที่หลบหนีไปแล้วหอบหิ้วทรัพย์สินออกไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในต่างประเทศ
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือการจัดการกับโครงสร้างของอาชญากร ซึ่งเสี่ยตืออยู่ในโครงสร้างนั้น ขอให้รัฐมนตรีตรวจสอบว่า ใครอยู่ในกรรมการ ใครถือหุ้น วันนี้ท่านต้องดำเนินการ นอกจากการแจ้งความ ต้องทำให้เป็นคดีมูลฐานเพื่อนำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์ และท่านต้องนำกระบวนการเรื่องของการฟอกเงินมาจัดการ และคิดแบบง่ายง่าย ซึ่งตนคิดว่าน้ำมันที่หายออกไปจากระบบตามคำแถลงของนายกรัฐมนตรีคือวันละ 20 ล้านลิตร ซึ่งตอนประมาณการในช่วงวิกฤตว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 300-600 ล้านลิตร แต่วันนี้ข้อมูลของกรมสืบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่มีการดำเนินการอยู่นั้น เราหาเจอแค่ 57 ล้านลิตร และข้อมูลของเครือข่ายเสี่ยตือที่เป็นข้อมูลทางการอยู่ที่ประมาณ 3 แสนลิตร ถือเป็นตัวเลขที่น้อยมาก ในเมื่อวันนี้มีวิกฤตอยู่ ฉะนั้นจึงต้องมีคนรับผิดชอบ จึงอยากถามว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐท่านจะดำเนินการอย่างไร เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องท่านได้ดำเนินการไปบ้างแล้วหรือไม่ เพราะบางส่วนเป็นเจ้าหน้าที่ความมั่นคงด้วย แต่ผ่านมาประมาณ 1 เดือนท่านดำเนินการไปถึงไหนแล้ว และจะมีการตั้งข้อกฎหมายอย่างไร
นายรังสิมันต์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลพบว่า กลุ่มธุรกิจในเครือของบางจากได้มีการไปซื้อครั้งน้ำมันและท่าเรือของบริษัทเครือข่ายเสี่ยตือที่จังหวัดเพชรบุรี โดยการซื้อขายตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 9 พันล้านบาท ทำกันมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 ซึ่งการซื้อขายอาจจะเป็นไปอย่างสุจริตก็ได้ แต่ในฐานะที่ตนติดตามเรื่องอาชญากรมาตลอดตนมีความกังวลใจ เพราะทราบมาว่า เครือข่ายของเบน สมิธพยายามที่จะเข้ามาเทกโอเวอร์บางจาก เข้าไปมีอิทธิพลครอบครองบางจากมาโดยตลอด แล้ววันนี้เราก็มาเห็นข้อมูลหลักฐานว่าบางจากก็มีการดำเนินการเพื่อมาซื้อธุรกิจของเครือข่ายเสี่ยตือ ทั้งเครือข่ายของเสี่ยตือและเครือข่ายของเบน สมิธ ล้วนมีฐานสแกมเมอร์และเครือข่ายกาสิโนอยู่ที่กัมพูชาทั้งสิ้น ฉะนั้น จึงควรที่จะมีการตรวจสอบว่าการซื้อขายในลักษณะเช่นนี้มีการไซฟ่อนเงิน หรือฟอกเงินหรือไม่ ส่วนตัวพยายามภาวนาให้เป็นแค่ความบังเอิญ แต่ก็อยากให้ท่านเข้าไปตรวจสอบ และแถลงรายละเอียดให้สภาได้ทราบ บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของเราได้มีการดำเนินการที่ผิดกฎหมายหรือไม่
“ในบรรดารัฐมนตรีชุดที่แล้ว ผมชอบท่านมากที่สุด แต่ตอนนั้นท่านยังอยู่อีกพรรคหนึ่ง สิ่งที่ห่วงไม่ใช่ว่าท่านไม่มีความสามารถหรือไม่ แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือในสภาวะแวดล้อมที่ท่านอยู่ จะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ผมเอาใจช่วยท่านให้สำเร็จ และถ้าเชิญผมไปลงพื้นที่เหมือนที่ท่านได้ประกาศในสภาแห่งนี้ ผมพร้อมไป วันนี้เราต้องคุยกันเรื่องความเชื่อมั่น วิกฤตน้ำมันเราปฏิเสธไม่ได้ว่าเครือข่ายอาชญากรรมเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่นอน สิ่งที่เราอยากจะเห็นคือการเอาจริง ที่สำคัญมันเพิ่งผ่านการเลือกตั้งมาไม่นาน เสือหิวเต็มไปหมด แล้วผมถามว่าเรื่องการกักตุนน้ำมันในประเทศนี้ จะมีใครเชี่ยวชาญไปกว่าท่านพิพัฒน์ ผมไม่ได้บอกว่าท่านพิพัฒน์เป็นคนกักตุนนะ แต่ผมเชื่อว่าท่านพิพัฒน์เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถและเข้าใจเรื่องนี้ดี
“แต่ที่ผ่านมามีการดำเนินการอะไรในการแก้หรือป้องกันเรื่องนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ เครือข่ายเสี่ยตือเคยเป็นลูกน้องเจ้าพ่อปากน้ำ แล้วท่านพิพัฒน์มีความสัมพันธ์อย่างไรกับเจ้าพ่อปากน้ำ เขารู้กันทั้งบ้านทั้งเมือง ดังนั้น การที่เขาไปมีสัญญาเงินกู้ 100 กว่าล้าน โดยที่ท่านพิพัฒน์เป็นคนให้กู้ แล้วเครือข่ายนี้ก็มาบริจาคเงินให้กับพรรคภูมิใจไทย ผมถึงอยากรู้ไงว่าตกลงแล้วที่บอกว่าจะจัดการไอ้โม่ง วันนี้ไอ้โม่งมันอยู่ในรัฐบาลท่าน ท่านจะดำเนินการอย่างไร ท่านเป็นรัฐมนตรี ท่านพิพัฒน์เป็นรองนายกรัฐมนตรี ท่านจะกล้าตรวจสอบท่านพิพัฒน์จริงหรือไม่ กล้าตรวจสอบรองนายกฯของท่านจริงหรือไม่ ประชาชนอยากรู้ว่า ท่านจะกล้าจัดการไอ้โม่งที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีหรือไม่” นายรังสิมันต์กล่าว
ด้าน นายเอกนัฏชี้แจงว่า ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และที่เคยแถลงข่าวในฐานะประธานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ในวันที่ประเทศประสบกับวิกฤต น้ำมันที่ถูกผลิตเพิ่มและนำน้ำมันในสต๊อกออกมากว่า 7 ร้อยล้านลิตรนั้น น้ำมันเหล่านั้น ประชาชนล้วนเห็นภาพในการไปต่อคิวเติมน้ำมันบางปั๊มบอกว่าถูกลดโควต้าน้ำมันลง ก่อนบอกว่าไม่มีน้ำมันใช้ เพราะจ๊อบเบอร์ไม่ขายมันดูสวนทางกันโดยน้ำมันที่หายไปหรือที่ถูกส่งต่อไปช้า ตนยืนยันว่า ตนจะตามจับไอโม่งที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านั้นมาให้ได้ เราต้องกระชากหน้ากากไอ้โม่งออกมาให้เป็นผู้ต้องหาให้ได้
นายเอกนัฏกล่าวต่อว่า กรณีที่จังหวัดอ่างทองเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมาดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้ว โดยปัญหาแรกคือการปลอมปนน้ำมันที่ไม่ได้คุณภาพหรือต่ำกว่ามาตรฐาน ผิดมาตรา 49 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งตนได้ให้คณะกรรมการสุดซอยไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าว สิ่งเหล่านี้ตนจะทำหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีและในฐานะผู้เสียหายในกองทุนน้ำมันโดยจะแก้ข้อกล่าวหาและส่งข้อมูลให้ดีเอสไอเพิ่มเติม ทั้งนี้ เราพบว่ามีการเชื่อมโยงจากข้อมูลของนายรังสิมันต์เริ่มตั้งแต่จังหวัดอ่างทองขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ ขอให้รอดูปฏิบัติการสุดซอยตั้งแต่วันที่ 24 เมษายนเป็นต้นไป ไม่ใช่แค่จังหวัดอ่างทองเท่านั้นแต่ที่ไหนที่มีความเชื่อมโยงกับจังหวัดอ่างทองนั้น เราจะลุยให้หมดและทุกความเสียหาย ตนได้ตั้งคดีเพื่อส่งให้ดีเอสไอและจะติดตามจากดีเอสไอ ทั้งนี้ ในการตรวจสอบ ตนอยากเชิญนายรังสิมันต์ไปลงพื้นที่ด้วย เพื่อให้ไปตรวจสอบและทำงานให้โปร่งใส
อย่างไรก็ตาม ตอนที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตนก็ได้ติดตามตรวจสอบที่เรียกว่าตามจนตายในคุกก็มี ดังนั้น กำไรที่ได้มาจะไม่ฟรี ต้องไปตามในคุก นอกจากนี้ เรายังได้ตรวจสอบการลักลอบนำน้ำมันออกไปขายต่างประเทศด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้ารายใหญ่บริษัทไหนเราเอาผิดหมด โดยที่ผ่านมามีการตรวจสอบการขนส่งน้ำมันจาก จ.ชลบุรี จ.ระยองไปในภาคใต้ ได้ตรวจใบขนทุกใบหากระบุข้อมูลไม่ตรงกับที่ให้ไว้กับกรมธุรกิจพลังงาน ถือว่าผิด และที่ผ่านมาพบกว่า 100 รายการ โดยไม่ว่าผู้ค้ารายใหญ่เท่าไรต้องได้รับโทษตามกฎหมาย จำคุก 2 ปี ตนพร้อมเอาผิดผู้ค้ารายใหญ่ หากทำผิดจะต้องโดนทุกเจ้า
“และจะขยายผลไปถึงที่ไม่ใช่เฉพาะคลัง หากดูแล้วมีความเชื่อมโยง จะเสี่ยตง เสี่ยตือก็แล้วแต่ ผมไม่สน ผมไม่รู้จัก ดีแล้วที่ผมไม่รู้จัก ถึงผมจะรู้จักผมก็ไม่แคร์ ผมจะจัดการด้วยหากเขากระทำความผิด ดูหมดทั้ง 92 ครั้งทั่วประเทศว่า ปริมาณน้ำมันเท่าไหร่ รับน้ำมันมาเท่าไหร่ ขายเท่าไหร่ ขายไปให้ใคร หากใครมีพฤติกรรมกักตุนก็จะเอาผิดทางกฎหมาย เอาผิดทุกคนเลย ย้อนหลังด้วย ไม่ใช่เฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในเดือนมีนาคม และมีการออกกฎหมายให้ตรวจสอบย้อนหลังไปถึงเดือนมกราคมด้วยเพื่อนำพฤติกรรมในเดือนกุมภาพันธ์มาเปรียบเทียบกับพฤติกรรมในเดือนมีนาคม หากรับเข้ามามากกว่าปกติ ไม่ยอมปล่อยของไปขาย มีการกักตุนเกร็งกำไร ทำให้เสียหาย ก็จะมีการเรียกคืนทุกหยด ทุกบาทแน่นอน“ นายเอกนัฏกล่าว
นายเอกนัฏกล่าวต่อว่า ตัวเลขที่ท่านคำนวณมา จริงๆ ไม่ใช่หรอก แต่ตัวเลขท่านกับตนอาจจะใกล้เคียงกัน แต่ตนคูณวันทั้งเดือนมีนาคมที่หายไป ตนดูจากยอดที่โรงงานผลิตออกมาเกินเทียบกับที่ออกจากคลัง ส่วนการตรวจสอบนั้นในวันจันทร์และอังคาร ตนจะลงพื้นที่เพชรบุรีและสมุทรปราการว่ามีความเชื่อมโยงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนได้รับสัญญาณจากนายกรัฐมนตรีว่าไม่ยอมคนผิด และตนในฐานะผู้กำกับกระทรวงพลังงานเป็นผู้เสียหาย หากจะเอาเงินกองทุนไปอุดหนุนกลุ่มเถื่อนๆ ต้องตรวจสอบ รวมถึงกรณีที่เกี่ยวกับการฟอกเงิน กรณีที่เชื่อมโยงบริษัทบางจาก หากสืบหาและพบว่าเป็นกระบวนการเดียวกัน ตนจะตามไปจับเพื่อจัดการทุนเทาของเถื่อนที่อยู่ในกระบวนการอื่นๆ ซึ่งกรณีที่ตนจะจัดการถือเป็นอานิสงส์ของประเทศไทย
“ทั้งนี้ ผมปฏิบัติตามนนโยบายของพรรคที่ประกาศตอนเลือกตั้ง ไม่เอาทุนเทา สแกมเมอร์ ใครที่เกี่ยวข้องในกระบวนการ จะปิดชื่อดูพฤติกรรม ไม่ว่าเป็นคนในครอบครัวผม หรือใครในพรรค หากเกี่ยวข้องกับการทำความผิดไม่เฉพาะเรื่องนี้ จะเอาผิดหมด คนที่สั่งผมคือ นายกฯ นายผมคือประชาชน ผมไม่ต้องกลัวใคร เห็นอยู่แล้วกับการทำงานของผมที่ผ่านมาซึ่งยึดกฎหมาย และประโยน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ผมไม่ชอบพูดมาก แต่พูดแล้วทำ มีสิ่งเดียวพิสูจน์จริงใจคือทำจริง การปฏิบัติหน้าที่ยึดความโปร่งใสเป็นสำคัญ ข้อมูลทุกอย่างเปิดเท่าที่เปิดได้ ที่นายกฯเลือกผมเป็นรัฐมนตรีพลังงาน อยากได้คนสู้จริง ดังนั้นไม่ต้องห่วงผมสู้จริงแน่นอน ความผิดที่เกิดอย่าคิดว่าหนีไปได้ ผมเรียกข้อมูลตรวจสอบย้อนหลัง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ หากไม่ให้ก็ผิด และหากพบว่าผิดตรงไหนไม่สนใจจะตรวจสอบต่อ หากลามไปพรรคเราหรือพรรคท่าน จับหมด บอกไว้ก่อน” นายเอกนัฏชี้แจง และว่า ขอฝากว่าที่บอกว่าจะเชิญตน ตนรอและพร้อมทำ ทั้งนี้ตัววัดสุดซอยหรือไม่ คือตกลงแล้วจะสุดตรงไหน ถ้าสุดถึงรัฐมนตรี สังคมจะเชื่อ หากสุดท้ายไม่มีดอกผลชัดเจน การกระทำจะพิสูจน์ ขอให้เอาจิง จะรอดูว่าทลายเครือข่ายเสี่ยตือได้หรือไม่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โรม ลุกโยงเครือข่ายกักตุนน้ำมัน-สแกมเมอร์-นายทุนภท. ถามกล้าไหม เอาผิดคนในรบ. ด้าน เอกนัฏ ลั่นจัดการแน่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th