โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สิริพงศ์”เผยไม่ตรึงค่าโดยสารรถสาธารณะ ปล่อยขึ้น-ลงตามกลไกต้นทุนน้ำมัน เน้นเป็นธรรมทุกฝ่าย

Manager Online

เผยแพร่ 23 เม.ย. เวลา 09.27 น. • MGR Online

“สิริพงศ์”เผยหลัง 19 เม.ย.69 เลิกตรึงค่าโดยสารรถสาธารณะ ปล่อยขึ้นลงตามกลไกราคาน้ำมัน เน้นเป็นธรรมและคล่องตัว ขณะที่ช่วงน้ำมันผัวผวน กก.ขนส่งทางบกกลางเคาะปรับขึ้นค่าโดยสารไปแล้วรวม 9 สตางค์ต่อกม. ขณะที่แนวโน้มเตรียมปรับลด ตามราคาดีเซลที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงคมนาคมมีนโยบายให้ตรึงอัตราค่าโดยสาร รถโดยสาร บขส.และรถร่วมเอกชนฯ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดค่าครองชีพของประชาชน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 19 เม.ย. 2569 หลังจากนั้นให้มีการปรับอัตราค่าโดยสารตามกรอบต้นทุนราคาน้ำมัน โดยเป็นไปมติของคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง ซึ่งจะทำให้อัตราค่าโดยสารมีการปรับขึ้นและปรับลงตามกลไกต้นทุนราคาน้ำมันที่เป็นธรรม และแตกต่างจากเดิมที่พอให้ขึ้นราคาไปแล้ว แต่พอราคาน้ำมันลดลง ค่าโดยสารไม่ได้ลดตาม

“หลังจากวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ค่าโดยสารจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไก โดยมีคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางกำกับดูแลให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งตอนนี้ราคาน้ำมันลดลงมากว่า 7.50 บาทต่อลิตร ดังนั้นค่าโดยสารสามารถปรับลดลงได้อีก”

โดยวันนี้ ( 23 เม.ย.2569) คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเห็นชอบปรับลดราคา ณ โรงกลั่นใหม่สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 0 บี7 และ บี20 เป็น 2 ช่วงคือ ช่วงวันที่ 24 เมษายน 2569 ถึง วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ปรับลด 5บาทต่อลิตร และช่วงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ปรับลด 3 บาทต่อลิตร เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพของประชาชนและดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานช่วงภาวะวิกฤติ สำหรับราคาน้ำมันดีเซล วันที่ 23 เม.ย.69 อยู่ที่ 41.70 บาทต่อลิตร คาดว่าจะมีปรับราคาลงอีก ซึ่งจะส่งผลให้มีการปรับลดค่าโดยสารลงตามไปด้วย

ด้านนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า หลังเกิดวิกฤติราคาน้ำมัน ตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง มีมติปรับอัตราค่าโดยสารแล้ว 3 ครั้ง ตามการผันผวนของราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นลง โดยเป็นการปรับขึ้นค่าโดยสาร 2 ครั้งและปรับลดค่าโดยสาร 1 ครั้ง

ครั้งที่ 1 คณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง มีการประชุมวันที่ 30 มี.ค. 2569 และมีมติให้มีการปรับราคาค่าโดยสารขึ้น 5 สตางค์ต่อกิโลเมตรต่อที่นั่ง ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2569 โดยพิจารณาจากราคาน้ำมันดีเซลที่ระดับ 38.99 บาทต่อลิตร มีผลต่อ รถโดยสาร 3 ประเภท ได้แก่

1. รถโดยสารประจำทางหมวด 2 และ 3 ครอบคลุมรถ บขส. และรถร่วมฯ ที่เป็นรถโดยสารขนาดใหญ่ กรุงเทพมหานครไปยังส่วนภูมิภาค ,รถโดยสารซึ่งมีเส้นทางระหว่าง จังหวัด ปรับขึ้น 5 สตางค์/กิโลเมตร/ที่นั่ง เช่น หากมีการเดินทาง 100 กิโลเมตร ก็จะปรับขึ้น 5 บาท/ที่นั่ง เป็นต้น ( ตรึงค่าโดยสารราคาเดิมไปถึงวันที่19 เม.ย. 69 โดยกรมขนส่งฯ นำเงิน กปถ.อุดหนุนลดผลกระทบประชาชนช่วงสงกรานต์)

ส่วนรถตู้โดยสารสาธารณะ และรถโดยสารสาธารณะขนาดเล็ก (มินิบัส) ปรับขึ้น 2 สตางค์/กิโลเมตร/ที่นั่ง เช่น หากมีการเดินทาง 100 กิโลเมตร ก็จะปรับขึ้น 2 บาท/ที่นั่ง เป็นต้น

2. รถโดยสารประจำทางหมวด 4 กรุงเทพมหานคร (รถสองแถว) รถใหม่ มีอายุไม่เกิน 2 ปี ปรับขึ้น 1 บาท/ที่นั่ง, รถเกิน 2 ปี ปรับขึ้น 2 บาท/ที่นั่ง

3. รถโดยสารประจำทางหมวด 1 และ 4 ต่างจังหวัด การกำหนดอัตราค่าโดยสารเป็นอำนาจคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด โดยให้แต่ละจังหวัดพิจารณาขึ้นค่าโดยสารโดยใช้สูตรคำนวณที่อ้างอิงตามปัจจัยโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริงมาคำนวณ เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในแต่ละพื้นที่

ครั้งที่ 2 คณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง ประชุมวันที่ 7 เม.ย. 2569 มีมติให้ปรับราคาค่าโดยสารขึ้น 7 สตางค์/กิโลเมตรต่อที่นั่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน 2569 โดยพิจารณาจากราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 50.54 บาทต่อลิตร มีผลเฉพาะรถโดยสาร บขส. และรถร่วมฯ

ครั้งที่ 3 คณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง ประชุมวันที่ 11 เม.ย.2569 มีมติปรับลดค่าโดยสารลง 3 สตางค์ต่อกิโลเมตรต่อที่นั่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2569 โดยพิจารณาจากราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตร มีผลเฉพาะรถโดยสาร บขส. และรถร่วมฯ

นายสรพงษ์กล่าวว่า สรุปโดยรวมหลังเกิดปัญหาราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น มีการอนุมัติปรับค่าโดยสารจำนวน 9 สตางค์ต่อกิโลเมตรต่อที่นั่ง และปัจจุบันสถานการณ์ราคาน้ำมันเริ่มลดลง จึงอยู่ระหว่างพิจารณาปรับลดอัตราค่าโดยสารลงอีกทำให้สถานการณ์ดีขึ้น โดยหลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ การเดินทางของประชาชนไม่หนาแน่นแล้วประกอบกับรัฐมีนโยบายช่วยเหลือต้นทุนค่าน้ำมันให้ผู้ประกอบการส่วนหนึ่ง โดยมีผู้ประกอบการลงทะเบียนรับเยียวยาแล้วกว่า 53,000 ราย คิดเป็นรถจำนวน 197,000 คัน

“ราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นต้นทุนหลักของการขนส่ง โดยค่าเชื้อเพลิงซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 45% ของต้นทุนการเดินรถทั้งหมด โดยมีกรอบอัตราราคาน้ำมันกำหนดไว้แบบขั้นบันได้ ตามราคาน้ำมันดีเซล ส่วนการพิจารณาขึ้นค่าโดยสาร ใช้สูตรคำนวณที่อ้างอิงตามปัจจัยโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริงมาคำนวณร่วมด้วย ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index - CPI), ดัชนีค่าพลังงาน (Energy Index) และค่าจ้างแรงงาน เพื่อสร้างความเป็นธรรมในระยะยาวสำหรับผู้ประกอบการ โดยโครงสร้างราคาใหม่นี้จะถูกปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันแบบเดือนต่อเดือน ซึ่งสามารถปรับขึ้นและลงตามสถานการณ์ที่แท้จริงของต้นทุนพลังงาน หากสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีแนวโน้มลดลงก็จะปรับลดค่าโดยสารลงเช่นเดียวกัน เพื่อให้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของดัชนีทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง”

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...