โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดรายชื่อ 6 บริษัทจาก 4 ชาติ ยื่นซองชิงดำโครงการ ‘เรือฟริเกต’

เดลินิวส์

อัพเดต 22 เม.ย. เวลา 17.29 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. เวลา 10.17 น. • เดลินิวส์
กองทัพเรือเปิดรายชื่อ 6 บริษัทจาก 4 ประเทศ ยื่นซองชิงดำโครงการ ‘เรือฟริเกต’ คาดใช้เวลาพิจารณา 1 เดือนเศษ ย้ำทำตามขั้นตอนโปร่งใสตามข้อตกลงคุณธรรม

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินโครงการจัดหาเรือฟริเกต ว่า ตามขั้นตอนการเชิญชวนบริษัทผู้มีศักยภาพและมีประสบการณ์ในการต่อเรือฟริเกตจากหลายประเทศเข้ายื่นข้อเสนอ จำนวน 11 รายนั้น ขณะนี้ครบกำหนดเวลาแล้ว มีบริษัทยื่นข้อเสนอจำนวน 6 ราย ได้แก่ 1.บริษัท Hyundai Heavy Industries Co., Ltd. (เกาหลีใต้) 2.บริษัท Singapore Technologies Engineering Ltd. (สิงคโปร์) 3.บริษัท Askeri Fabrika ve Tersane İşletmeleri A.Ş. (ตุรกี) 4.บริษัท TAIS Gemi İnşa ve Teknoloji A.Ş. (ตุรกี) 5.บริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd. (เกาหลีใต้) และ 6.บริษัท Navantia S.A. (สเปน) โดยมีบริษัทที่ส่งหนังสือแจ้งความประสงค์ไม่เข้ายื่นข้อเสนอฯ จำนวน 3 ราย และมีบริษัทที่ไม่ได้เข้ายื่นข้อเสนอฯ ภายในระยะเวลาที่กำหนด จำนวน 2 ราย ทั้งนี้ กระบวนการต่างๆ ในการรับข้อเสนอฯ ของกองทัพเรือ ได้ดำเนินการภายใต้การสังเกตการณ์ของคณะผู้สังเกตการณ์ตามข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) เพื่อให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

พล.ร.ต.ปารัช กล่าวอีกว่า สำหรับในขั้นตอนต่อไปนั้น คณะกรรมการที่กองทัพเรือแต่งตั้งขึ้นจะดำเนินการพิจารณาข้อเสนอของทุกบริษัทโดยละเอียด ครอบคลุมในประเด็นสำคัญ ได้แก่ คุณสมบัติของผู้เสนอราคา ข้อเสนอทางเทคนิค ข้อเสนอด้านการชดเชยทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม (Offset) และข้อเสนอด้านราคา โดยกระบวนการพิจารณาดังกล่าวคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือนเศษ เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบ รัดกุม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ทั้งนี้กองทัพเรือขอยืนยันว่าการจัดหายุทโธปกรณ์ครั้งนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันประเทศและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดยยึดหลักความโปร่งใส ความคุ้มค่า และผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ และก่อให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในประเทศ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...