โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สาว 22 สูบบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่15 สุดท้ายป่วยมะเร็งปอด หมอชี้อาจมีชีวิตอยู่ได้ 18 เดือน

Khaosod

อัพเดต 23 เม.ย. เวลา 11.05 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. เวลา 09.30 น.

สาว 22 เตือนอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า สุดท้ายป่วยมะเร็งปอด ทั้งที่อายุยังน้อย หมอชี้อาจมีชีวิตอยู่ได้แค่ 18 เดือน เผยเริ่มสูบตั้งแต่อายุ 15

วันที่ 23 เม.ย. 69 เคสอุทาหรณ์ของสาวอังกฤษวัย 22 ปี เผยถึงอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า หลังเธอถูกวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งปอด ทั้งที่อายุยังน้อย และล่าสุดแพทย์ระบุว่าเธออาจมีชีวิตอยู่ได้เพียงประมาณ 18 เดือนเท่านั้น

เคย์ลีย์ โบดา สาววัย 22 ปี เปิดเผยว่า เธอเริ่มสูบบุหรี่เล็กน้อยตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น ก่อนจะหันมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจังตั้งแต่อายุ 15 ปี โดยเฉพาะในช่วงหลังที่เปลี่ยนมาใช้ “พอตใช้แล้วทิ้ง” อาการผิดปกติเริ่มเกิดขึ้นอย่างชัดเจน

เธอเริ่มไอและมีเสมหะสีน้ำตาลเข้มปนลักษณะคล้ายเม็ดทราย ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังเปลี่ยนมาใช้พอตชนิดดังกล่าว

ในช่วงแรก เคย์ลีย์ไปพบแพทย์หลายครั้ง แต่กลับถูกวินิจฉัยว่าเป็นเพียงการติดเชื้อในทรวงอกถึง 8 ครั้ง จนกระทั่งอาการแย่ลงและเริ่มไอเป็นเลือด แพทย์จึงส่งตรวจเอกซเรย์และพบเงาผิดปกติในปอด

แม้แพทย์จะมั่นใจถึง 99% ว่าไม่น่าใช่มะเร็งเนื่องจากอายุยังน้อย แต่ผลตรวจชิ้นเนื้อถึง 7 ครั้งยืนยันว่าเธอเป็น มะเร็งปอด

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

หลังจากนั้นเธอเข้ารับการผ่าตัดเอาปอดข้างขวาส่วนล่างออก ก่อนพบว่าโรคลุกลามไปถึงระยะที่ 3 จากนั้นเธอเข้ารับเคมีบำบัดอย่างหนัก โดยมีอาการข้างเคียงรุนแรง เช่น อาเจียนเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด อ่อนแรง และไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้

แม้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 แพทย์จะประกาศว่าเธอหายจากมะเร็งแล้ว แต่เพียง 2 เดือนต่อมา เธอกลับมีอาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง และตรวจพบว่าโรคกลับมาอีกครั้งที่เยื่อหุ้มปอด

แพทย์ระบุว่า ลักษณะของโรคในกรณีนี้พบได้น้อยมาก โดยมักเกิดในผู้สูงอายุราว 80 ปีขึ้นไป ไม่ใช่ในคนอายุน้อยอย่างเธอ

แม้ไม่สามารถยืนยันสาเหตุได้ 100% แต่แพทย์ชี้ว่าการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลต่อโรค เนื่องจากไม่มีประวัติมะเร็งในครอบครัว และอาการเริ่มต้นหลังใช้พอตแบบใช้แล้วทิ้งไม่นาน

อีกทั้งเธอยังได้เตือนทุกคนว่า “อย่าแตะบุหรี่ไฟฟ้า เพราะสุดท้ายมันจะย้อนกลับมาทำร้ายคุณ”

ขณะที่ ทางผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเตือนว่า บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่หลายคนเข้าใจ นอกจากเพิ่มความเสี่ยงโรคปอดแล้ว ยังอาจนำไปสู่โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะปอดรั่วหรือปอดยุบ การได้รับสารโลหะหนักเข้าสู่ร่างกาย

ขอบคุณที่มา Fox News

เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาว 22 สูบบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่15 สุดท้ายป่วยมะเร็งปอด หมอชี้อาจมีชีวิตอยู่ได้ 18 เดือน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...