โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศึกอาหารญี่ปุ่น 5 หมื่นล้าน ไมเนอร์ ฟู้ด เข้าช้า 16 ปี ส่ง ‘The Stone’ ชิงเค้ก

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 29 มี.ค. เวลา 00.08 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. เวลา 07.02 น.

ท่ามกลางภาพใหญ่ของธุรกิจร้านอาหารที่ยังต้อง “ลุ้นเหนื่อย” จากแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนพลังงานที่ผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ไปจนถึงเงินเฟ้อที่กัดกินกำลังซื้อ แต่ ไมเนอร์ ฟู้ด กลับเลือก “เปิดเกมรุก” ด้วยการส่งแบรนด์ใหม่ลงตลาด ทั้งที่เซกเมนต์นั้นหลายคนมองว่าเริ่มอิ่มตัวไปแล้ว

โจทย์ที่ค้างคาใจมานานกว่า 16-17 ปีทำ ไมไมเนอร์ยังไม่มีร้านอาหารญี่ปุ่น โดย นายอนุพนธ์ นิธิยานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ออกมาอธิบายชัดว่า ไม่ใช่ไม่อยากทำ แต่ “รอจังหวะ” ที่จะเข้าไปสร้างความต่างมากกว่าเข้าไปแข่งในเกมเดิม

ตลาดญี่ปุ่น 5 หมื่นล้าน…ไมเนอร์ ฟู้ด เข้าช้า 16 ปี

นายอนุพนธ์ฉายภาพว่า ตลาดอาหารญี่ปุ่นในไทยมีมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท และมีร้านมากกว่า 5,700 แห่ง ครอบคลุมตั้งแต่ร้านดั้งเดิม ซูชิ-ซาชิมิ ชาบู ไปจนถึงร้านพรีเมียมและร้านสายประสบการณ์ แต่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคาลูกค้าไม่ได้มองหาร้านใหม่อย่างเดียว แต่ต้อง “มีอะไรบางอย่าง” ที่แตกต่างจริง ทำให้ร้านที่ไม่มีจุดยืนชัดเริ่มอยู่ยากไมเนอร์จึงเลือกเลี่ยงสนามเดือดอย่างซูชิและชาบู ที่มีแนวโน้มต้องทำสงครามราคา แล้วหันไปเจาะกลุ่ม Experience-driven Dining แทน

“จริง ๆ เรารอจังหวะนี้มานาน” นายอนุพนธ์เล่า พร้อมอธิบายว่า The Stone ถูกออกแบบให้เป็นแบรนด์ทดลอง (Test Brand) ในกลุ่ม Premium Mass ราคาเริ่มต้น 139 บาท จุดขายไม่ใช่แค่ “อุด้ง” แต่คือประสบการณ์ตั้งแต่ภาพของหม้อหินร้อน เสียงเดือด กลิ่นซุป

นายอนุพนธ์ นิธิยานันท์

ไปจนถึงสัมผัสความร้อนบนโต๊ะอาหาร ควบคู่กับเมนูเฉพาะทางอย่างโมจิอุด้ง และเครื่องเคียงเติมไม่อั้น เพื่อสร้าง Value for Money กลุ่มเป้าหมายคือคนเมืองรุ่นใหม่ Gen Z และวัยทำงาน ที่มองหาร้านมีสไตล์และเรื่องราว ไม่ใช่แค่ร้านที่กินอิ่ม

สาขานำร่องถูกเปิดที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เพื่อทดสอบตลาดแมสจริง โดยบริษัทตั้งเป้ายอดใช้จ่ายเฉลี่ย 300 บาทต่อบิล หรือประมาณ 2 ล้านบาทต่อเดือนต่อสาขา โมเดลนี้จะถูกประเมินเข้มในช่วง 6 เดือนแรก ทั้งจำนวนลูกค้า กระแสตอบรับ และความสามารถในการทำกำไร หากผ่านเกณฑ์ที่วางไว้ ไมเนอร์พร้อม “เร่งเครื่อง” ทันที

เป้าหมายระยะกลางถูกวางไว้ชัด—ขยาย The Stone ให้ได้ 100 สาขาภายใน 5 ปี โดยจะเน้นทั้งกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ จังหวัดละ 1-2 สาขา เพื่อกระจายฐานลูกค้าและลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในเมืองหลวง

สงครามกดต้นทุนแต่เกมขยายยังต้องเดินต่อ

แม้จะมีแผนขยายเชิงรุก แต่โจทย์ใหญ่ยังคงเป็นเรื่อง “ต้นทุน” ที่ผันผวนจากปัจจัยนอกประเทศ นายอนุพนธ์ยอมรับว่า ธุรกิจร้านอาหารกำลังถูกบีบจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งพลังงาน ขนส่ง วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกับสถานการณ์โลก

“เราเลือกตรึงราคาให้นานที่สุด เพราะไม่อยากให้ลูกค้ารู้สึกว่าราคาขึ้นเร็วเกินไป”

เบื้องต้นจะพยายามคุมราคาอย่างน้อย 3 เดือนแต่ในเชิงบริหาร บริษัทไม่ได้ “รอ” อย่างเดียว มีการเตรียมแผนรองรับ ทั้งการปรับสูตร ปรับเมนู ใช้วัตถุดิบทดแทน รวมถึงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างการหยุดขายบางรายการ หากต้นทุนไม่สมเหตุสมผล

การตั้งเป้า 100 สาขา ไม่ใช่แค่เรื่องหน้าร้าน แต่หมายถึงความพร้อมของทั้งระบบไมเนอร์จึงเดินหน้าลงทุนในซัพพลายเชน เทคโนโลยี POS และการพัฒนาบุคลากร เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคตยิ่งในวันที่คู่แข่งใหม่ โดยเฉพาะแบรนด์ต่างชาติเริ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง การมี “โครงสร้างที่แข็งแรง” กลายเป็นหัวใจสำคัญมากกว่าการทำโปรโมชั่นระยะสั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...