สงครามเขย่าท่องเที่ยว ชู ERW-SHR แกร่ง
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 09.53 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 02.53 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บล.หยวนต้า ระบุในบทวิเคราะห์ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาเราจัดงาน Tourism Week ให้กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมเสนอข้อมูลกับนักลงทุนสถาบัน โดยสรุปภาพรวมผลกระทบจากสงครามในเดือน มี.ค. ยังจ ากัด โดยกลุ่มโรงแรมในไทยส่วนใหญ่ RevPAR เติบโต YoY ได้แม้มีรายการยกเลิกบ้างจากปัญหาเที่ยวบิน ส่วนผลกระทบหลักจะอยู่ที่พอร์ตในมัลดีฟส์และตะวันออกกลาง สำหรับยอดจองใหม่ใน 2Q26 ชะลอตัวลงจากต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น แต่เนื่องจากเป็นช่วง Low Season ของนักท่องเที่ยว Long-Haul ปัจจุบันผู้ประกอบการจึงรุกท าการตลาด กลุ่ม Short-haul (จีน, อินเดีย, ออสเตรเลีย, สิงคโปร์) เข้ามาทดแทนเพื่อรักษาเสถียรภาพของรายได้
AWC : ยอดจองจากลูกค้าใหม่เพิ่มมากกว่าที่ยกเลิกไป กลุ่มโรงแรมที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่อยู่ในภาคใต้เช่นกระบี่และสมุย ขณะที่โซนกรุงเทพฯ และ เชียงใหม่เห็นผลกระทบจำกัด ยอดจองล่วงหน้าเดือนเม.ย.26 แม้จะมีการยกเลิกการจองบางส่วน แต่ บริษัทสามารถดึงลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามาทดแทนหนุนให้ภาพรวมรายได้ล่วงหน้าของทั้งกลุ่มยังเติบโต YoY
CENTEL : ปรับแผนรับวิกฤต ชะลอ Capex, ท า Capital Recycling RevPar เดือนมี.ค.26 อ่อนแอลงเป็น -1-3% YoY (ม.ค.-ก.พ.+10% YoY) หลักๆ จากโรงแรมดูไบ (บริษัท JV) Occ. Rate ปรับลงเป็น 30% (ปกติ80%) พอร์ตไทยหากไม่รวมการปิดรีโนเวทยังเติบโตเล็กน้อย YoY ตลาดมัลดีฟส์ดีมานด์แข็งแกร่ง (ฐานลูกค้าเป็นรัสเซียและเอเชีย) แต่ยอดจองล่วงหน้า 2Q26 สะท้อนว่า การฟื้นตัว YoY ของทั้งกลุ่มยังทำได้จำกัด
ธุรกิจอาหารเดือนมี.ค. SSSG กลับมาติดลบ YoY ต้นทุน ในช่วง 1H26 มีผลบวกจากการล็อคราคาไว้ล่วงหน้า แต่หากยืดเยื้อจะเห็นแรงกดดันด้านต้นทุนในระยะ ถัดไป ผู้บริหารเชื่อว่าการบริหารสภาพคล่องเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด อาจมีการลด Capex ที่ไม่จ าเป็น การท า Capital Recycling (เช่นดีลล่าสุดขายสินทรัพย์ในญี่ปุ่นแต่ยังเช่าบริหารต่อ) ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของ งบดุล เป้าหมายรายได้ปี 2026อาจมี Downside แต่คาดจะยังเป็นภาพการเติบโต YoY
ERW: RevPAR ยังเติบโต คาดนักท่องเที่ยว Short-Haul ช่วยพยุงรายได้ ภาพรวม 1Q26 RevPar ของกลุ่มเติบโตดี5% YoY หนุนจากรายได้กลุ่มลูกค้าหลักเช่น จีน +16% YoY, US +12% YoY ส่วนยอดยกเลิกใน 2Q26 มีบ้างเล็กน้อย แต่ Occ. Rate เดือนเม.ย.ยังสูง 75-80% เพราะ โดยปกติ2Q รายได้มาจากนักท่องเที่ยวไทยและกลุ่ม Short Haul เป็นหลัก หากสงครามไม่ยืดเยื้อคาด ผลกระทบจำกัดต่อนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่มักจะเดินทางใน 3Q และยุโรปที่เดินทางช่วง1Q/4Q สำหรับกลุ่มโรงแรม Budget (26% รายได้) ที่เน้นการเดินทางในประเทศ ปัจจุบันยังไม่เห็นผลกระทบจาก ต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้นมากนัก ฐานกลุ่มลูกค้า Corporate ส่วนใหญ่ยังไม่ได้มีปรับนโยบายการเดินทาง และอาจได้ประโยชน์จากนโยบายการลดค่าใช้จ่ายมาใช้โรงแรมกลุ่ม Budget มากขึ้น
SHR: ในกรณี Worst Case คาด RevPar ยังโตได้10-15% YoY พอร์ตที่ได้รับผลกระทบคือมัลดีฟส์(30% รายได้) เพราะมีลูกค้าตะวันออกลางและยุโรปรวมกันราว 45% ส่วนโรงแรมในไทยไม่เห็นการยกเลิกอย่างมีนัยสำคัญ ยอดจองล่วงหน้าส่วนใหญ่เติบโต YoY ยกเว้น โรงแรมในพีพี ในกรณี Worst Case ผู้บริหารประเมิน 2026 RevPar ทั้งกลุ่มจะยังเติบได้ +10-15% YoY (จากเป้าหมาย +15-20% YoY) ความคืบหน้าการขายโรงแรม UK คาดแล้วเสร็จภายใน 2Q26 ช่วยลด การรับรู้ผลขาดทุน และได้เงินสดไปลดหนี้หรือลงทุนในพอร์ตไทยใหม่ๆ ที่มีศักยภาพการเติบโตได้ดีกว่า
คงนำหนักการลงทุนกลุ่มท่องเที่ยว“Neutral” ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่แน่นอนจะเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นอีกระยะ แต่นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ แนะนำทยอยสะสม คาดราคาหุ้นปรับตัวลงสะท้อนแรงกดดันทั้งรายได้และต้นทุนไปมากแล้ว หากสถานการณ์คลี่คลายมีโอกาสที่กลุ่มจะฟื้นตัวได้ดี ชอบ ERW ราคาเป้าหมาย 3.60 บาท และ SHR ราคาเป้าหมาย 3.00 บาท