“น้ำมันโลก” พุ่งแรงสุดในรอบหลายทศวรรษ เบรนท์ปรับขึ้น 59% ในเดือนเดียว หลังสงครามลามสู่ทะเลแดง
“น้ำมันโลก” พุ่งแรงสุดในรอบหลายทศวรรษ เบรนท์ปรับขึ้น 59% ในเดือนเดียว หลังสงครามลามสู่ทะเลแดง ส่งผลให้เส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกหลายจุดเผชิญความเสี่ยง
วันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 07.24 น. รายงานว่า ราคาน้ำมันโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในวันจันทร์ โดยน้ำมันดิบ Brent มีแนวโน้มทำสถิติปรับขึ้นรายเดือนสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังกลุ่มฮูตีในเยเมนเปิดฉากโจมตีอิสราเอลเป็นครั้งแรกในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้สงครามระหว่างสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่านขยายวงกว้างไปทั่วตะวันออกกลาง
*ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 3.09 ดอลลาร์ หรือ 2.74% อยู่ที่ 115.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากวันศุกร์ก่อนหน้าปรับขึ้นไปแล้ว 4.2% ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐ West Texas Intermediate (WTI) อยู่ที่ 102.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.92 ดอลลาร์ หรือ 2.93% หลังจากปรับขึ้น 5.5% ในรอบก่อนหน้า*
ตลอดเดือนนี้ ราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้นถึง 59% ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นรายเดือนที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ มากกว่าช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซียปี 1990 เนื่องจากความขัดแย้งกับอิหร่านทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซประมาณหนึ่งในห้าของโลก ถูกปิดกั้นอย่างมีประสิทธิภาพ
สงครามที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน ได้ขยายตัวไปทั่วตะวันออกกลาง โดยล่าสุดกลุ่มฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ยิงโจมตีอิสราเอลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือรอบคาบสมุทรอาหรับและทะเลแดง
นักวิเคราะห์ของ JP Morgan ระบุว่า ความขัดแย้งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซอีกต่อไป แต่ได้ขยายไปสู่ทะเลแดงและช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดของโลกสำหรับการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Kpler ระบุว่า การส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียได้เปลี่ยนเส้นทางจากช่องแคบฮอร์มุซไปยังท่าเรือยันบูในทะเลแดง โดยมีปริมาณส่งออกประมาณ 4.658 ล้านบาร์เรลต่อวันในสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หากการส่งออกจากท่าเรือยันบูถูกรบกวน ซาอุดีอาระเบียอาจต้องหันไปใช้ท่อส่งน้ำมัน SUMED ผ่านอียิปต์ไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแทน
สถานการณ์ความรุนแรงในภูมิภาคยกระดับขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ และมีรายงานว่าท่าเรือ Salalah ในโอมานได้รับความเสียหายจากการโจมตี แม้จะมีความพยายามเริ่มต้นการเจรจาหยุดยิงก็ตาม
ด้านอิหร่าน ระบุว่า พร้อมตอบโต้หากสหรัฐเปิดการโจมตีภาคพื้นดิน โดยกล่าวหาว่าสหรัฐกำลังเตรียมบุกภาคพื้นดิน แม้ในขณะเดียวกันจะส่งสัญญาณว่าต้องการเจรจา
ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน อิชาค ดาร์ เปิดเผยว่า ได้มีการหารือเกี่ยวกับแนวทางที่จะยุติสงครามในภูมิภาคอย่างถาวร รวมถึงความเป็นไปได้ในการจัดการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่กรุงอิสลามาบัด
สถานการณ์สงครามที่ขยายตัวไปยังเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ทำให้ตลาดพลังงานทั่วโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูง และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา
อ้างอิง : www.reuters.com