ลลิลฯ ชี้ผังเมืองใหม่ดัน “รังสิต-ปทุมฯ” ขึ้นแท่น North Expansion Corridor รับดีมานด์โต 5 ปี
LALIN ประเมินโซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือเปลี่ยนผ่านสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ หลังโครงสร้างพื้นฐานและ Mega Project หนุนการขยายตัวของเมือง ชูยุทธศาสตร์พัฒนาโครงการแนวราบรับกลุ่ม Real Demand ที่เน้นความคุ้มค่าเชิงพื้นที่และ Living Ecosystem ครบวงจร คาดตลาดที่อยู่อาศัยระยะ 3-5 ปีเติบโตแข็งแกร่ง จากปัจจัยบวกด้านคมนาคมเชื่อมต่อภูมิภาคและโครงการพาณิชย์ขนาดใหญ่
24 เมษายน 2569 - บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN เปิดเผยบทวิเคราะห์ทิศทางการเติบโตของพื้นที่โซนรังสิต-ปทุมธานี ภายหลังจากการปรับผังเมืองและแผนพัฒนาเชิงพื้นที่ของภาครัฐเริ่มมีความชัดเจน โดยประเมินว่าทำเลดังกล่าวมีศักยภาพในการยกระดับขึ้นเป็น “North Expansion Corridor” หรือระเบียงเศรษฐกิจส่วนต่อขยายทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานครอย่างเต็มรูปแบบ
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มาจากการเปลี่ยนผ่านจากพื้นที่ชานเมืองสู่การเป็นจุดเชื่อมต่อทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญระหว่างกรุงเทพฯ กับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเป็นตัวแปรหลักที่ทำให้ระยะทางและการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) สามารถบริหารจัดการได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายของฐานประชากรและแรงงานคุณภาพเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง
นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ระบุถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของทำเลนี้ว่า “รังสิต-ปทุมธานี กำลังก้าวสู่การเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจและการอยู่อาศัย ด้วยบทบาทของการเป็นจุดเชื่อมต่อกรุงเทพฯ กับภูมิภาค… ทำให้พื้นที่นี้มี ‘ความต้องการจริง’ จากทั้งผู้อยู่อาศัยและแรงงานคุณภาพ ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีศักยภาพเติบโตอย่างแข็งแรงในระยะยาว”
ในด้านการพัฒนาเชิงพาณิชย์ พื้นที่รังสิต-ปทุมธานีกำลังเกิดการลงทุนขนาดใหญ่หรือ Mega Commercial อาทิ โครงการ Central M และ Mega รังสิต ซึ่งจะกลายเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดการลงทุนและสร้างงานในพื้นที่ เสริมความแข็งแกร่งให้กับ Living Ecosystem ที่ประกอบด้วยสถานศึกษา โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้าที่ครบถ้วน ส่งผลให้เกิดความสมดุลระหว่างการเป็นพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่เศรษฐกิจ
ด้าน พฤติกรรมผู้บริโภค LALIN พบอินไซต์สำคัญว่า ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าเชิงพื้นที่ (Space Value) มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อโครงข่ายคมนาคมมีความพร้อม ผู้บริโภคจึงเลือกขยับขยายที่อยู่อาศัยออกมาสู่พื้นที่รอบนอกที่สามารถจัดสรรงบประมาณให้ได้พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับรูปแบบการใช้ชีวิตแบบ Hybrid ที่ต้องผสมผสานระหว่างการทำงานที่บ้านและการพักอาศัย
“โครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมส่งผลให้ ‘ระยะทาง’ กลายเป็นปัจจัยที่บริหารจัดการได้ ผู้บริโภคจำนวนมากจึงเลือกพื้นที่อยู่อาศัยที่ให้มีขนาดใหญ่มากขึ้นในงบประมาณใกล้เคียงเดิม เพื่อรองรับรูปแบบชีวิตยุคใหม่ที่ผสานการทำงานและการใช้ชีวิตในพื้นที่เดียวกัน”
สำหรับทิศทางธุรกิจในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า LALIN ได้วางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรองรับการเติบโตของเมืองใหม่แห่งนี้ โดยเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ Real Demand ด้วยการกำหนดราคาที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ในระยะยาว เนื่องจากราคาที่ดินและมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในโซนนี้มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามการพัฒนาของเมือง
บทสรุปของแนวโน้มเศรษฐกิจในพื้นที่นี้สะท้อนให้เห็นว่า รังสิต-ปทุมธานีไม่ได้เป็นเพียงทำเลที่อยู่อาศัยทางเลือกอีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่มิติของ “เมืองใหม่” ที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านไลฟ์สไตล์และกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจตอนเหนือ ซึ่งนายชูรัชฏ์มองว่าเป็นโอกาสสำคัญในเชิงต้นทุนสำหรับผู้ที่เริ่มขยายการลงทุนในช่วงเวลานี้
“การพัฒนาโครงการในช่วงเวลานี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยสร้างความได้เปรียบทั้งด้านต้นทุนและการเติบโตของมูลค่าในอนาคต… สะท้อนโอกาสของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในยุคที่การขยายตัวของเมืองกำลังก้าวสู่สมดุลระหว่าง ‘คุณภาพชีวิต’ และ ‘มูลค่าในอนาคต’ อย่างชัดเจน”