สหรัฐ ดันดีล “อิสราเอล-เลบานอน” ขยายหยุดยิง 3 สัปดาห์ เปิดทางเจรจาสันติภาพ
ทรัมป์เผยความคืบหน้าการเจรจาที่ทำเนียบขาว "อิสราเอล-เลบานอน" ตกลงยืดเวลาหยุดยิงออกไปอีก 3 สัปดาห์ เปิดทางเจรจาสันติภาพ
วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 09.38 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อิสราเอลและเลบานอนได้บรรลุข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 3 สัปดาห์ หลังการเจรจาระดับสูงที่ทำเนียบขาว
การหารือครั้งนี้จัดขึ้นในห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) โดยมีเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐ เยเคียล ไลเตอร์ และเอกอัครราชทูตเลบานอน นาดา โมอาวาด เข้าร่วม นับเป็นรอบที่สองของการเจรจาที่สหรัฐฯ เป็นคนกลาง เพียงหนึ่งวันหลังเกิดเหตุโจมตีทางอากาศของอิสราเอลที่คร่าชีวิตอย่างน้อย 5 ราย รวมถึงผู้สื่อข่าว
ทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social ว่า“การประชุมเป็นไปด้วยดีมาก” พร้อมย้ำว่าสหรัฐจะทำงานร่วมกับเลบานอนเพื่อช่วยเสริมศักยภาพในการป้องกันตนเองจากฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านและไม่ได้เข้าร่วมการเจรจาครั้งนี้ โดยกลุ่มดังกล่าวยืนยันว่ามีสิทธิในการต่อต้านกองกำลังที่ยึดครอง
ผู้นำสหรัฐยังแสดงความหวังว่าจะได้ต้อนรับนายกรัฐมนตรี Benjamin Netanyahu และประธานาธิบดี Joseph Aoun ในอนาคตอันใกล้ พร้อมระบุว่ามีโอกาสสูงมากที่ทั้งสองประเทศจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพภายในปีนี้
การเจรจาครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐเข้าร่วมด้วย ได้แก่ รองประธานาธิบดี JD Vance, รัฐมนตรีต่างประเทศ Marco Rubio และเอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำอิสราเอลและเลบานอน
ข้อตกลงหยุดยิงเดิม ซึ่งเกิดขึ้นจากการเจรจาระหว่างเอกอัครราชทูตของทั้งสองประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อน มีกำหนดหมดอายุในวันอาทิตย์นี้ แม้จะช่วยลดความรุนแรงได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังคงเกิดเหตุปะทะในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน ซึ่งกองทัพอิสราเอลได้เข้าควบคุมพื้นที่กันชน
นาดา โมอาวาด กล่าวขอบคุณทรัมป์ที่เป็นเจ้าภาพการเจรจา พร้อมระบุว่า “ด้วยความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ เราอาจทำให้เลบานอนกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” ขณะที่เจ้าหน้าที่เลบานอนระบุว่า การเจรจาระยะต่อไปจะมุ่งเน้นไปที่การถอนกำลังของอิสราเอล การส่งตัวผู้ถูกควบคุมตัวกลับประเทศ และการกำหนดแนวเขตแดน
ด้านอิสราเอลต้องการให้รัฐบาลเลบานอนร่วมมือจัดการกับฮิซบอลเลาะห์ โดยเอกอัครราชทูตไลเตอร์ระบุว่า การเจรจาควรมุ่งไปที่การกำจัดเฮซบอลเลาะห์มากกว่าการถอนทหารอิสราเอล
เมื่อถูกถามถึงแนวทางที่สหรัฐฯ จะช่วยเลบานอนรับมือกับเฮซบอลเลาะห์ ทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียด แต่ย้ำว่าสหรัฐมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับเลบานอน และอิสราเอลจำเป็นต้องสามารถป้องกันตนเองได้
ทรัมป์ยังเรียกร้องให้เลบานอนยกเลิกกฎหมายที่ห้ามติดต่อกับอิสราเอล โดยแสดงความเห็นว่า “นี่เป็นอาชญากรรมเลยหรือที่พูดคุยกับอิสราเอล?” และเชื่อว่ากฎหมายดังกล่าวจะถูกยกเลิกในเร็ววัน
แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงเปราะบาง โดยกองทัพอิสราเอลระบุว่า ได้สังหารผู้ติดอาวุธ 2 รายในภาคใต้ของเลบานอน หลังพบว่ากำลังเข้าใกล้ทหารและเป็นภัยคุกคามทันที
ขณะเดียวกันกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลก่อนหน้านี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย รวมถึงเด็ก 1 คน
วันพุธที่ผ่านมา ถือเป็นวันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในเลบานอนนับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลเมื่อวันที่ 16 เมษายน โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตคือผู้สื่อข่าว อามาล คาลิล
ด้าน Hassan Fadlallah ส.ส.ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ระบุว่า กลุ่มต้องการให้ข้อตกลงหยุดยิงดำเนินต่อไป แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของการปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างครบถ้วนของฝ่ายอิสราเอล พร้อมคัดค้านการเจรจาแบบเผชิญหน้า และเรียกร้องให้รัฐบาลเลบานอนยุติการติดต่อโดยตรงกับอิสราเอล
ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายกลับมาปะทุอีกครั้งเมื่อวันที่ 2 มีนาคม หลังเฮซบอลเลาะห์เปิดฉากโจมตีเพื่อสนับสนุนอิหร่านในสงครามระดับภูมิภาค นับตั้งแต่นั้นมีผู้เสียชีวิตในเลบานอนเกือบ 2,500 ราย
ปัจจุบัน อิสราเอลยังคงควบคุมพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอนลึกเข้าไป 5-10 กิโลเมตร เพื่อสร้างเขตกันชนป้องกันการโจมตีจากเฮซบอลเลาะห์ และยังคงเตือนประชาชนไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ดังกล่าว
อ้างอิง : reuters.com
เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง
อิสราเอล