โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐ ดันดีล “อิสราเอล-เลบานอน” ขยายหยุดยิง 3 สัปดาห์ เปิดทางเจรจาสันติภาพ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 10.58 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. เวลา 03.07 น.

ทรัมป์เผยความคืบหน้าการเจรจาที่ทำเนียบขาว "อิสราเอล-เลบานอน" ตกลงยืดเวลาหยุดยิงออกไปอีก 3 สัปดาห์ เปิดทางเจรจาสันติภาพ

วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 09.38 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อิสราเอลและเลบานอนได้บรรลุข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 3 สัปดาห์ หลังการเจรจาระดับสูงที่ทำเนียบขาว

การหารือครั้งนี้จัดขึ้นในห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) โดยมีเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐ เยเคียล ไลเตอร์ และเอกอัครราชทูตเลบานอน นาดา โมอาวาด เข้าร่วม นับเป็นรอบที่สองของการเจรจาที่สหรัฐฯ เป็นคนกลาง เพียงหนึ่งวันหลังเกิดเหตุโจมตีทางอากาศของอิสราเอลที่คร่าชีวิตอย่างน้อย 5 ราย รวมถึงผู้สื่อข่าว

ทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social ว่า“การประชุมเป็นไปด้วยดีมาก” พร้อมย้ำว่าสหรัฐจะทำงานร่วมกับเลบานอนเพื่อช่วยเสริมศักยภาพในการป้องกันตนเองจากฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านและไม่ได้เข้าร่วมการเจรจาครั้งนี้ โดยกลุ่มดังกล่าวยืนยันว่ามีสิทธิในการต่อต้านกองกำลังที่ยึดครอง

ผู้นำสหรัฐยังแสดงความหวังว่าจะได้ต้อนรับนายกรัฐมนตรี Benjamin Netanyahu และประธานาธิบดี Joseph Aoun ในอนาคตอันใกล้ พร้อมระบุว่ามีโอกาสสูงมากที่ทั้งสองประเทศจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพภายในปีนี้

การเจรจาครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐเข้าร่วมด้วย ได้แก่ รองประธานาธิบดี JD Vance, รัฐมนตรีต่างประเทศ Marco Rubio และเอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำอิสราเอลและเลบานอน

ข้อตกลงหยุดยิงเดิม ซึ่งเกิดขึ้นจากการเจรจาระหว่างเอกอัครราชทูตของทั้งสองประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อน มีกำหนดหมดอายุในวันอาทิตย์นี้ แม้จะช่วยลดความรุนแรงได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังคงเกิดเหตุปะทะในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน ซึ่งกองทัพอิสราเอลได้เข้าควบคุมพื้นที่กันชน

นาดา โมอาวาด กล่าวขอบคุณทรัมป์ที่เป็นเจ้าภาพการเจรจา พร้อมระบุว่า “ด้วยความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ เราอาจทำให้เลบานอนกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” ขณะที่เจ้าหน้าที่เลบานอนระบุว่า การเจรจาระยะต่อไปจะมุ่งเน้นไปที่การถอนกำลังของอิสราเอล การส่งตัวผู้ถูกควบคุมตัวกลับประเทศ และการกำหนดแนวเขตแดน

ด้านอิสราเอลต้องการให้รัฐบาลเลบานอนร่วมมือจัดการกับฮิซบอลเลาะห์ โดยเอกอัครราชทูตไลเตอร์ระบุว่า การเจรจาควรมุ่งไปที่การกำจัดเฮซบอลเลาะห์มากกว่าการถอนทหารอิสราเอล

เมื่อถูกถามถึงแนวทางที่สหรัฐฯ จะช่วยเลบานอนรับมือกับเฮซบอลเลาะห์ ทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียด แต่ย้ำว่าสหรัฐมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับเลบานอน และอิสราเอลจำเป็นต้องสามารถป้องกันตนเองได้

ทรัมป์ยังเรียกร้องให้เลบานอนยกเลิกกฎหมายที่ห้ามติดต่อกับอิสราเอล โดยแสดงความเห็นว่า “นี่เป็นอาชญากรรมเลยหรือที่พูดคุยกับอิสราเอล?” และเชื่อว่ากฎหมายดังกล่าวจะถูกยกเลิกในเร็ววัน

แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงเปราะบาง โดยกองทัพอิสราเอลระบุว่า ได้สังหารผู้ติดอาวุธ 2 รายในภาคใต้ของเลบานอน หลังพบว่ากำลังเข้าใกล้ทหารและเป็นภัยคุกคามทันที

ขณะเดียวกันกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลก่อนหน้านี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย รวมถึงเด็ก 1 คน

วันพุธที่ผ่านมา ถือเป็นวันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในเลบานอนนับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลเมื่อวันที่ 16 เมษายน โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตคือผู้สื่อข่าว อามาล คาลิล

ด้าน Hassan Fadlallah ส.ส.ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ระบุว่า กลุ่มต้องการให้ข้อตกลงหยุดยิงดำเนินต่อไป แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของการปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างครบถ้วนของฝ่ายอิสราเอล พร้อมคัดค้านการเจรจาแบบเผชิญหน้า และเรียกร้องให้รัฐบาลเลบานอนยุติการติดต่อโดยตรงกับอิสราเอล

ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายกลับมาปะทุอีกครั้งเมื่อวันที่ 2 มีนาคม หลังเฮซบอลเลาะห์เปิดฉากโจมตีเพื่อสนับสนุนอิหร่านในสงครามระดับภูมิภาค นับตั้งแต่นั้นมีผู้เสียชีวิตในเลบานอนเกือบ 2,500 ราย

ปัจจุบัน อิสราเอลยังคงควบคุมพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอนลึกเข้าไป 5-10 กิโลเมตร เพื่อสร้างเขตกันชนป้องกันการโจมตีจากเฮซบอลเลาะห์ และยังคงเตือนประชาชนไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ดังกล่าว

อ้างอิง : reuters.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

อิสราเอล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...