โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โคราชคุมเข้มรถควันดำ! หลังพบเกินค่ามาตรฐานกว่า 10 คัน

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 18.10 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. เวลา 01.06 น.

เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่บูรณาการกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานขนส่ง จ.นครราชสีมา, ตำรวจจราจร สภ.เมือง, สนง.สิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11, จนท.เทศกิจ และ สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่บนทางหลวงหมายเลข 224 ถนนราชสีมา-โชคชัย บริเวณหน้าวัดพลับ เพื่อตรวจสอบ รถยนต์ควันดำ

โคราชคุมเข้มรถควันดำ หลังพบเกินค่ามาตรฐานกว่า 10 คัน

ปฏิบัติการครั้งนี้พบว่า เพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมง มีรถยนต์ที่ปล่อยควันดำเกินค่ามาตรฐานมากกว่า 10 คัน เจ้าหน้าที่จึงต้องสั่งติดสติ๊กเกอร์ “ห้ามใช้ยานพาหนะ” ทันที ซึ่งถือเป็นคำสั่งทางปกครอง โดยเจ้าของรถต้องนำรถไปซ่อมบำรุงให้ได้มาตรฐานภายในระยะเวลา 30 วัน และนำหลักฐานไปขอยกเลิกคำสั่ง ณ จุดที่จังหวัดกำหนด
สำหรับ จ.นครราชสีมาซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและคมนาคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กำลังเผชิญกับ ปัญหามลพิษทางอากาศอย่างหนัก ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) พบปริมาณฝุ่น PM 2.5รวมสูงถึง 83.97 ตันต่อปี โดยสาเหตุหลักเกิดจากการสัญจรทางถนนถึงร้อยละ 51 รองลงมาคือที่พักอาศัยร้อยละ 28 และโรงงานอุตสาหกรรมร้อยละ 17

โคราชคุมเข้มรถควันดำ หลังพบเกินค่ามาตรฐานกว่า 10 คัน

การจัดกิจกรรม “ปฏิบัติการหยุดฝุ่นเมือง ควบคุมมลพิษจากยานพาหนะ” ครั้งนี้ จึงเป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อลดการปล่อยมลพิษจากรถยนต์ พร้อมสร้างความตระหนักให้ประชาชนหันมาดูแลสภาพรถยนต์ให้ได้มาตรฐาน เพื่อพัฒนาคุณภาพอากาศและสร้างเมืองให้เป็นเมืองแห่งความสุขอย่างยั่งยืน

โคราชคุมเข้มรถควันดำ หลังพบเกินค่ามาตรฐานกว่า 10 คัน
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...