โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยร่วมประชุมรัฐมนตรีเกษตรอาเซียนสมัยพิเศษ ถกความร่วมมืออาเซียน เสริมความมั่นคงด้านการเกษตร รับมือวิกฤตสถานการณ์ตะวันออกกลาง

สวพ.FM91

อัพเดต 30 เม.ย. เวลา 17.13 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. เวลา 17.13 น.

ไทยร่วมประชุมรัฐมนตรีเกษตรอาเซียนสมัยพิเศษ ถกความร่วมมืออาเซียน เสริมความมั่นคงด้านการเกษตร รับมือวิกฤตสถานการณ์ตะวันออกกลาง

(29 เม.ย.69) นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทยของการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ สมัยพิเศษ ว่าด้วยสถานการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลาง (Special ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry (AMAF) Meeting on The Latest Situation in The Middle East) ผ่านระบบออนไลน์ โดยมี นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้อำนวยการสำนักการเกษตรต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมฯ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการปรับตัวต่อสถานการณ์ของไทยว่า จากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของโลก การผลิตภาคการเกษตร และเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะปุ๋ย ได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังกลุ่มเปราะบางในภูมิภาคอาเซียน ทั้งในด้านต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าอาหารของประเทศสมาชิก ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการบริหารจัดการปุ๋ยให้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและรักษาประสิทธิภาพการผลิต พร้อมทั้งส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เหมาะสมกับชนิดพืชและสภาพดินในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในด้านการปรับปรุงคุณภาพดิน และการพัฒนาระบบเกษตรกรรมที่ยั่งยืน อีกทั้งประเทศไทยยังได้แสดงจุดยืนในการสนับสนุนเสถียรภาพของตลาดสินค้าเกษตร และการพัฒนาภาคการเกษตรให้มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2045 และกรอบความร่วมมือที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และการเตรียมความพร้อมของแต่ละประเทศ มาตรการรองรับเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งเห็นพ้องให้ยกระดับการประสานงานระดับภูมิภาคและการดำเนินการร่วมกันเพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารของอาเซียนให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งเน้นย้ำความสำคัญของการรักษาการไหลเวียนของสินค้าให้เป็นไปอย่างราบรื่น ครอบคลุมสินค้าอาหาร ปุ๋ย และปัจจัยการผลิตทางการเกษตร รวมทั้งเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการหลีกเลี่ยงมาตรการจำกัดทางการค้าที่ไม่จำเป็น ซึ่งอาจซ้ำเติมความไม่มั่นคงทางอาหารและเพิ่มความผันผวนของตลาดโลก ทั้งนี้ ยังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความร่วมมือและการประสานงานในภูมิภาค เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับวิกฤตจากภายนอก

สำหรับการประชุมครั้งนี้ได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการยกระดับภาคการเกษตรผ่านแนวทางที่คำนึงถึงระบบนิเวศ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพ และความยั่งยืน พร้อมทั้งมีบทบาทในการสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารของโลก โดยประเทศไทยได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อให้อาเซียนสามารถคงบทบาทนำและเป็นหุ้นส่วนที่ได้รับความเชื่อมั่นในเวทีโลกด้านความมั่นคงทางอาหารต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...