โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สงครามอิหร่านลากยาว ขีปนาวุธสหรัฐฯ จ่อเกลี้ยงคลัง

PPTV HD 36

อัพเดต 16 เม.ย. เวลา 02.44 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. เวลา 02.41 น.
กองทัพสหรัฐฯ เริ่มขาดแคลนขีปนาวุธความแม่นยำสูง รวมถึงจรวดโทมาฮอว์กและระเบิดทะลวงบังเกอร์ GBU-57 หลังสงครามยืดเยื้อกับอิหร่าน

จิมมี อาร์เตอร์ ผู้อำนวยการสำนักงานการปฏิรูป ประจำศูนย์ความเป็นเลิศด้านการยิงสนับสนุนประจำกองทัพบกสหรัฐฯ ตั้งข้อสังเกตุเกี่ยวกับการใช้ขีปนาวุธ โดยระบุว่ากองทัพได้ใช้ขีปนาวุธโจมตีแม่นยำสูง หรือ "ปริซึม" (PrSM; PRI-zim) จนหมดแล้วตั้งแต่ช่วงการเริ่มต้นของสงคราม แต่สหรัฐฯ กำลังจะได้รับขีปนาวุธใหม่

โดยขีปนาวุธปริซึมถูกนำไปใช้กับระบบยิงจรวดไฮมาร์ส (HIMARS) และถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทดแทนขีปนาวุธอะทัคซิม (ATACMS) ซึ่งถูกนำไปทดสอบและใช้งานจริงในสมรภูมิยูเครน

จำนวนขีปนาวุธปริซึมที่ลดน้อยลงไปได้สร้างปัญหาอย่างชัดเจนให้กับขีดความสามารถในการต่อสู้ของกองทัพบกสหรัฐฯ ในหลายสนามรบ

โดยขีปนาวุธเหล่านี้กำลังมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นสำหรับระบบยิงจรวดไฮมาร์ส โดยเฉพาะในภูมิภาคแปซิฟิก ที่ระบบยิงขีปนาวุธดังกล่าวถูกเตรียมพร้อมไว้ใช้ในการรับมือกับกองกำลังที่มีขีดความสามารถเหนือกว่า

เมื่อใช้งานกับระบบอะทัคซิม ขีปนาวุธปริซึมทำงานได้ดีขึ้นในระยะ 300 กิโลเมตร และมีระยะปะทะที่ 500 กิโลเมตร

นอกจากนี้ ขนาดที่กะทัดรัดยังทำให้แต่ละเครื่องยิงสามารถบรรจุขีปนาวุธปริซึมได้ครั้งละ 2 ลูก ช่วยเพิ่มอำนาจการยิงจากระยะไกลได้ถึง 2 เท่า

ขีปนาวุธปริซึม จึงมีความจำเป็นต่อการป้องกันพื้นที่ในแปซิฟิกและอ่าวเปอร์เซีย เนื่องจากทั้งสองภูมิภาคอยู่ห่างไกลจากสหรัฐฯ ทำให้ความสะดวกในการเคลื่อนย้ายและศักยภาพการทำลายเป้าหมายในระยะไกลมีความสำคัญมาก

อย่างไรก็ตาม ขีปนาวุธปริซึมเป็นหนึ่งในเครื่องกระสุนมูลค่าสูงที่ได้ลดลงไปอย่างเจนระหว่างการทำสงครามกับอิหร่าน

ขณะที่การจัดหาขีปนาวุธเหล่านี้ใหม่เพื่อทดแทนมีค่าใช้จ่ายสูงมากและอาจกระทบต่อความสามารถในการสู้รบของสหรัฐฯ เนื่องจากขั้นตอนการจัดซื้อใช้เวลานาน

เมื่อช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้แสดงความกังวลต่อจำนวนขีปนาวุธโทมาฮอว์กของกองทัพเรือ โดยปัญหานี้กำลังเป็นประเด็นที่มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับกระทรวงสงคราม

โดยในช่วง 4 สัปดาห์แรกของการทำสงครามกับอิหร่าน กองทัพเรือสหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์กเกือบ 1,000 ลูก แต่แผนการผลิตในปัจจุบันวางเป้าหมายว่าการผลิตขีปนาวุธโทมาฮอว์กจะมีจำนวนวันละเกือบ 150 ลูก เมื่อสิ้นสุดทศวรรษนี้ ทำให้กระบวนการจัดหาทดแทนต้องใช้เวลาหลายปี

ขณะที่นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งประเมินว่าในช่วง 10 วันแรกของสงคราม สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายของอิหร่านมากกว่า 6,000 จุด เกือบทั้งหมดใช้อาวุธที่มีพิสัยยิงนอกระยะสายตา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง อีกทั้งต้องยิงขีปนาวุธอีกมากกว่า 2,000 ลูก เพื่อสกัดการโจมตีตอบโต้อิหร่าน

อีกหนึ่งตัวอย่างอาวุธที่กำลังร่อยหรอลงไปอย่างมากคือระเบิดวิถีทะลวงบังเกอร์ "GBU-57" ซึ่งคาดว่าถูกใช้ไปจนเกือบหมดแล้ว

ระเบิด GBU-57 แต่ละลูกมีราคามากกว่า 370 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 12,000 ล้านบาท แต่การผลิตอาวุธเหล่านี้ได้ยุติไปนานแล้ว

นอกจากนี้ ขีปนาวุธสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศอื่น ๆ ทั้ง THAAD, แพทริออต (Patriot) และเอจีส (AEGIS) ต่างถูกประเมินว่ากำลังขาดแคลนขีปนาวุธอย่างหนัก ทำให้สหรัฐฯ ต้องย้ายขีปนาวุธของตนเองจากภูมิภาคอื่นเข้ามาประจำการในตะวันออกกลาง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกาะติดสงครามอิหร่าน 16 เม.ย. 69 อิหร่านขู่ปิดทะเลแดงบีบสหรัฐฯ ยุติปิดล้อมทางทะเล

“เซเลนสกี” ตัดพ้อสหรัฐฯ ไม่มีเวลาให้ยูเครน ยุ่งสงครามอิหร่าน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สงครามอิหร่านลากยาว ขีปนาวุธสหรัฐฯ จ่อเกลี้ยงคลัง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...