โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตฝุ่นคลุมเมือง! “เชียงใหม่” หนักจนเลือดกำเดาไหล

INN News

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 14.56 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 08.00 น. • INN News

วิกฤตฝุ่นคลุมเมือง! "เชียงใหม่" พุ่งอันดับ 1 โลก PM2.5 หนักจนเลือดกำเดาไหล เสียงประชาชนชี้ ซ้ำซากทุกปีแต่ไร้ทางออก

สถานการณ์มลพิษทางอากาศใน เชียงใหม่ ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 จนเข้าสู่ระดับ “วิกฤต” ที่ไม่ใช่เพียงตัวเลขแต่เป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถมองเห็นและสัมผัสได้จริงในชีวิตประจำวัน

ล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ IQAirรายงานดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ของเชียงใหม่พุ่งสูงถึง 233 จัดอยู่ในระดับ“มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมาก” ส่งผลให้เชียงใหม่ขึ้นอันดับ 1 ของโลกในฐานะเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในขณะนั้น

ซึ่งภาพที่ปรากฏทั่วเมืองสะท้อนวิกฤตได้อย่างชัดเจน หมอกควันหนาทึบปกคลุมไปทั่วพื้นที่ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลงอย่างมาก พระอาทิตย์ที่ควรสว่างสดใสกลายเป็นเพียงดวงสีส้มหม่น ๆกลางท้องฟ้า ถนนหลายสายถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควัน ขณะที่ประชาชนต้องใช้ชีวิตท่ามกลางอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้

ไม่เพียงแค่ภาพที่เห็น แต่ผลกระทบด้านสุขภาพเริ่มปรากฏชัดมากขึ้นประชาชนจำนวนไม่น้อยมีอาการแสบตา แสบจมูก ไอ หายใจลำบาก และในบางรายถึงขั้น“เลือดกำเดาไหล” ซึ่งสะท้อนว่าค่าฝุ่นไม่ได้อยู่ในระดับที่ร่างกายรับไหวอีกต่อไป

โดยเพจ Drama-addict ได้ออกมาเปิดเผยเคสจากประชาชนในพื้นที่ ระบุว่า“เพิ่งมาทำงานที่เชียงราย เจอฝุ่นครั้งแรก เลือดกำเดาไหลต่อเนื่อง 3–4 วันเดิน ๆ อยู่ก็ไหล คิดว่าหยุดแล้วก็ไหลอีก” พร้อมเตือนว่า“นี่อาจยังไม่ใช่จุดพีคสุดของสถานการณ์ เพราะเดือนหน้ามีแนวโน้มจะแย่กว่านี้”

โพสต์ดังกล่าวกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปีโดยเฉพาะความกังวลด้านสุขภาพในระยะยาวบางความคิดเห็นระบุว่า“คนภาคเหนือป่วยมะเร็งปอดสูงอันดับ 1 ของประเทศก็เพราะแบบนี้ เกิดซ้ำทุกปีแต่ไม่เคยแก้ได้จริง”

ขณะที่อีกเสียงสะท้อนว่า“ปีที่แล้วก็บ่นแบบนี้ หลายปีแล้วก็ยังเหมือนเดิม รัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนเลย น่าเศร้ามาก”

ทั้งนี้ ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงใหม่ มักเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฤดูแล้ง(ประมาณกุมภาพันธ์–เมษายนของทุกปี) ซึ่งเป็นช่วงที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายด้านสะสมพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น

การเผาพื้นที่เกษตรเพื่อเตรียมเพาะปลูกไฟป่าในพื้นที่ภูเขาและป่าไม้หมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน
สภาพอากาศปิด ทำให้ฝุ่นสะสม ไม่สามารถระบายออกได้

ข้อมูลจากหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมหลายแห่งระบุว่า ค่าฝุ่น PM2.5 ที่สูงเกินมาตรฐานเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรง เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและมะเร็งปอด โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว

แม้ภาครัฐจะมีมาตรการออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การห้ามเผา การควบคุมไฟป่าและการขอความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกปีทำให้ประชาชนจำนวนมากตั้งคำถามถึง “ประสิทธิภาพ” และ “ความยั่งยืน” ของแนวทางแก้ไข

วิกฤตในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมทั่วไปแต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...