โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดโผตัวเต็งไฟนอลวอล์ก ใน The Face Men Thailand Season 4 หลังผ่านมาครึ่งทางของการแข่งขัน

The Momentum

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 19.37 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 10.10 น. • THE MOMENTUM

ผ่านมาครึ่งทางแล้วสำหรับรายการเรียลลิตีเฟ้นหาสุดยอดนายแบบอย่าง The Face Men ซีซัน 4 ความพิเศษของการกลับมาครั้งนี้ถือเป็นการฉลองครบรอบซีซันที่ 10 ของรายการตระกูล The Faceในประเทศไทย

โดยในซีซัน 4 ของ The Face Menนี้เอง นำโดย แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์เมนเทอร์แชมป์เก่าที่แพ็กคู่มากับ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮมนักแสดงชื่อดังของเมืองไทย พร้อมกันนั้นรายการยังพา 2 นักแสดงซีรีส์วายอย่าง ออฟ-จุมพล อดุลกิตติพรและมาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง มารับบทบาทเป็นเมนเทอร์น้องใหม่ และยังมี หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคลมาเป็นมาสเตอร์เมนเทอร์

การกลับมาครั้งนี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทาง กันตนา (ผู้จัดรายการ) ได้นำฟีดแบ็กที่เกิดขึ้นจากซีซันก่อนหน้ามาปรับกับรายการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนกับ ‘แคมเปญ’ (บททดสอบของผู้เข้าแข่งขัน) ที่เป็นการแข่งขันนอกสตูดิโอมากขึ้น มีความท้าทายมากขึ้น ตลอดจนกฎในการคัดผู้เข้าแข่งขันออกจากรายการที่กลับมาใช้กฎ ‘ตัดออก 1 คน’ ทำให้ผู้ชมต้องมานั่งลุ้นกันว่า ผู้เข้าแข่งขันทางทีมใดจะต้องออกจากรายการหลังจากแพ้แคมเปญ

อย่างไรก็ดี ภายหลัง Episode ที่ 4 ของรายการได้กลับมาให้เมนเทอร์ผู้ชนะมีสิทธิคัดผู้เข้าแข่งขันออกได้มากกว่า 1 คนอีกครั้ง

ในส่วนของแคมเปญที่มีความท้าทายมากขึ้นนั้น อย่างใน Episode ที่ 2 ของรายการที่เป็นการแข่งขัน Fashion Show บนบันไดสูงของ Cloud 11 ในแคมเปญที่ชื่อว่า ‘The Creative Cloud Canvas’ ซึ่งมีความท้าทายอยู่ที่ความกว้างของสถานที่ เปิดโอกาสให้เหล่าเมนเทอร์ได้คิดและแสดงความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบให้ Fashion Show มีความน่าสนใจและดึงดูดสายตาจากกรรมการ

หรือแคมเปญ ‘Spirit of Unity’ ใน Episode ที่ 3 การแข่งขันแฟชั่นวิดีโอใต้น้ำ ซึ่งท้าทายความสามารถและการก้าวข้ามความกลัวของผู้เข้าแข่งขันได้เป็นอย่างดี โดยมีการวัดผลงานของผู้ชนะจากการจัดวางร่างกายและ Mood & Tone ของแฟชั่นวิดีโอ อย่างไรก็ตามแคมเปญครั้งนี้กลับมีข้อวิพากษ์วิจารณ์อยู่พอสมควร เพราะในรายการมีผู้เข้าแข่งขันที่มีอายุเพียง 16-17 ปี จึงอาจไม่เหมาะสมที่จะต้องมาทำแคมเปญเลิฟซีนใต้น้ำกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่น

และในกรณีล่าสุดของ Episode ที่ 4 เจคอบ เฟอร์ไรโอลี (Jacob Ferraioli) ลูกทีมของเมนเทอร์มายที่เพิ่งถูกเมนเทอร์ออฟคัดออกจากรายการไปหมาดๆ ได้ออกมาไลฟ์เปิดเผยว่า ในช่วงซ้อมก่อนการทำแคมเปญ ‘The Iconic Dining Presented by AXE’ ที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเดินแบบบนโต๊ะอาหารที่มีแก้ว จาน และเชิงเทียนเป็นอุปสรรค โดยทีมงานบอกกับเจคอบทำนองว่า ห้ามทำอุปสรรคบนโต๊ะอาหารแตก มิเช่นนั้นจะหักคะแนนในการทำแคมเปญ

และจากการเปิดเผยของเจคอบนั้นเองทำให้โลกออนไลน์ต่างออกมาตั้งคำถามถึงการทำงานของรายการว่า เหตุใดถึงมีการสื่อสารกับผู้เข้าแข่งขันเช่นนั้น เพราะผู้สนับสนุนรายการได้บอกกับเมนเทอร์มายเรียบร้อยแล้วว่า กรรมการให้คะแนนตัดสินจะประกอบไปด้วย 5 คน ได้แก่ ผู้แทนจาก AXE ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของรายการ, ซินดี้-สิรินยา บิชอพ, หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี มาสเตอร์เมนเทอร์, อภิวัฒน์ ยศประพันธ์ สไตลิสต์ชื่อดังของประเทศ และม้า-อรนภา กฤษฎี คอมเมนเทเตอร์ชื่อดังของไทย

ขณะเดียวกันอีกข้อดีของการแข่งขันในซีซันนี้ ผู้เขียนยังเห็นพัฒนาการของการแข่งขันรอบมาสเตอร์คลาส (Master Class) ที่มีความท้าทายและจริงจังมากขึ้น เพื่อผู้ให้เข้าแข่งขันมีทักษะในวงการบันเทิงอย่างหลากหลาย

และในช่วงมาสเตอร์คลาสนี้เองทำให้ผู้ชมรายการมองเห็นทักษะของผู้เข้าแข่งขันที่มีพัฒนาการดีขึ้นเรื่อยๆ หลายคน เช่น คิมหันต์-รณกร คำชู จากทีมแพนเค้ก-อนันดา หรือปอม-กมลภพ แก้วเดียว จากทีมออฟ ที่สามารถคว้าชัยชนะในรอบมาสเตอร์คลาสมาได้ถึง 2 ครั้งใน Episode ที่ 3 และ 4 ติดต่อกัน

ขณะที่ตัวผู้เข้าแข่งขัน หนึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในซีซันล่าสุดของ The Face Men ครั้งนี้คือ ‘ความหลากหลาย’ ของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 15 คน จาก 3 ทีม ไม่ว่าจะเป็นทักษะ อาชีพ ลุค และสไตล์ ตลอดจนสัญชาติของผู้เข้าแข่งขันที่มีทั้งไทย อังกฤษ เวียดนาม แคนาดา-แคเมอรูน และเกาหลีใต้ มาร่วมรายการ ทำให้การชมรายการครั้งนี้มีความสนุกในการตามเชียร์และให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขัน

ทั้งนี้ในสายตาของผู้เขียน ณ เวลานี้ ที่รายการผ่านมาครึ่งทางแล้ว ผู้เข้าแข่งขันที่เข้าตาและสามารถเป็นไฟนอลวอล์ก (Final Walk) จากทั้ง 3 ทีมที่รู้สึกว่า มีพัฒนาการที่ดีจากการทำมาสเตอร์คลาสและแคมเปญ ไม่ว่าจะเป็น คิมหันต์ (ทีมแพนเค้ก-อนันดา), ปอม (ทีมออฟ), โรม-ศิวพงศ์ พันธุมจินดา (ทีมออฟ), และ ลีโอ-ลี ฮีซอง (Lee Heesung) (ทีมมาย)

เริ่มกันที่ ‘คิมหันต์’ หนุ่มวัย 23 ปีจากทีมแพนเค้ก-อนันดา ฉายภาพความสามารถในฐานะตัวเต็งของทีมได้ตั้งแต่แคมเปญแรก ด้วยลุคความเป็นโมเดล ทักษะ ความกล้า ความคิดสร้างสรรค์ สามารถรับมือกับสถานการณ์เฉพาะได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังเคยพาทีมแพนเค้ก-อนันดา คว้าชันชนะแคมเปญ ‘Spirit of Unity’ ได้มาแล้ว

ส่วน ‘ปอม’ ผู้เข้าแข่งขันจากทีมออฟที่มาสเตอร์เมนเทอร์เป็นผู้คัดเลือกเข้ามา ถือว่าเป็น ‘ม้ามืด’ ที่น่ากลัวของรายการ The Face Menซีซันล่าสุด กราฟพัฒนาการของปอมดีมากขึ้นเรื่อยๆ พาตัวเองคว้าชัยชนะในบททดสอบรอบมาสเตอร์คลาสมาได้ถึง 2 ครั้งจากการแข่งขันทั้งหมด 3 ครั้ง

อีกหนึ่งคนจากทีมออฟที่มีผลงานเข้าตาใครหลายคน จนสามารถคว้าอันดับ 1 จากการโหวตของผู้ชมรายการได้ในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นั่นก็คือ ‘โรม’ ด้วยภาพลักษณ์ความเป็นโมเดล ส่วนสูง และทักษะที่โดดเด่นตั้งแต่การแข่งขันแรกๆ ที่สามารถคว้าชัยชนะมาสเตอร์คลาสครั้งที่ 1 มาได้ แต่อย่างไรก็ตามในแคมเปญ The Iconic Dining Presented by AXE เขากลับยังไม่สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเท่ากับ 2 แคมเปญก่อนหน้า จึงอาจทำให้เขาต้องเร่งทำผลงานให้อยู่ในสายตาของเมนเทอร์ออฟมากขึ้นในอีก 3 แคมเปญที่เหลือ

ขณะที่ทีมของเมนเทอร์มาย ผู้เข้าแข่งขันที่เข้าตาผู้เขียนมากที่สุด คงจะเป็นหนุ่มเกาหลีใต้อย่าง ‘ลีโอ’ ที่สามารถทำผลงานการถ่ายแบบได้อย่างโดดเด่น ด้วยลุคความเป็นโมเดล และในแคมเปญ ‘Spirit of Unity’ ที่ต้องมีการถ่ายแฟชั่นวิดีโอใต้น้ำ ลีโอสามารถก้าวข้ามความกลัวทำผลงานออกมาได้อย่างดี

อย่างไรก็ตาม รายการ The Face Menยังเหลืออีก 4 แคมเปญที่รอทดสอบผู้เข้าแข่งขันให้มีความเข้มข้นมากกว่าเดิม ซึ่งคาดว่า จะเป็นแคมเปญโฟโต้ชู้ตและแคมเปญการแสดง ซึ่งต้องรอดูกันต่อว่า ผู้เข้าแข่งขันคนใดจะทำผลงานเข้าตากรรมการและเข้าตาเมนเทอร์ประจำทีมมากที่สุดจนกลายเป็นไฟนอลวอล์กได้

เมื่อพูดถึงรายการ The Faceแล้ว สิ่งหนึ่งที่จะไม่พูดไม่ได้ คือเคมีของเมนเทอร์ทั้ง 3 ทีม ที่มาในครั้งนี้ยังไม่ค่อยปรากฏ ‘การปะทะ’ ที่ดุเดือดระหว่างเมนเทอร์มากขนาดนั้น เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งสิ่งที่ทำให้รายการสนุก คือการได้ดูการปะทะฝีปากของเมนเทอร์ อาจเป็นเพราะคาแรกเตอร์ของเมนเทอร์แต่ละคนที่ไม่ใช่คนดุดันเป็นทุนเดิม

แต่ถึงอย่างนั้น รายการกลับมอบอารมณ์ที่แปลกใหม่ไปอีกแบบ ผ่านการนำเสนอความสัมพันธ์ของเมนเทอร์ที่ต่างคนต่างมองว่าเป็น ‘คู่แข่ง’ มากกว่า ‘ศัตรู’ จึงทำให้เกิดภาพชวนจดจำหลายช่วง ไปม่ว่าจะเป็นการนั่งสัมภาษณ์ VoxPop ร่วมกันของเมนเทอร์อนันดา เมนเทอร์ออฟ และเมนเทอร์มาย หรือโมเมนต์ชวนขำที่เมนเทอร์ออฟขอดมกลิ่นผู้ชนะจากเมนเทอร์อนันดาหลังจากออกมาจากห้องดำ (Elimination Room) ก็นับเป็นความแปลกใหม่ เพราะโดยปกติแล้วผู้ชมคาดหวังการปะทะฝีปากระหว่างเมนเทอร์กันมากกว่า

นอกเหนือจากนั้นในระหว่างการชมรายการก็ยังปรากฏ ‘กฎแปลกๆ’ ที่เกิดขึ้นระหว่างทางมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการที่เปลี่ยนกฎให้เมนเทอร์ผู้ชนะแคมเปญสามารถคัดผู้เข้าแข่งขันออกได้เพียง 1 คน มาเป็นคัดออกได้มากกว่า 1 คนใน Episode ที่ 4 โดยผู้เขียนเชื่อว่า เหตุผลที่ต้องเปลี่ยนแปลงกฎครั้งนี้เป็นไปเพื่อกระตุ้นให้ผู้เข้าแข่งขันในแต่ละทีมตั้งใจทำแคมเปญเพื่อคว้าชัยชนะมากขึ้น

แต่เหรียญมันมีสองด้านเสมอ จากการเปลี่ยนกฎนั้นเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ได้ทำลายเสน่ห์อย่างหนึ่งของรายการไป นั่นคือ ‘ความลุ้นระทึก’ ของผู้ชมรายการว่า เมนเทอร์ผู้ชนะจะคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันคนใดให้ออกจากรายการ

หรืออีกสิ่งที่ผู้เขียนเชื่อว่า ‘ขัดใจ’ และกับผู้ชมรายการอยู่ไม่น้อย กับการที่ กลัฟ-ธนพงศ์ ประภาศิริสุลี จากทีมมาย ‘ไม่สามารถเป็นไฟนอลวอล์ก’ ได้ เนื่องจากไม่ได้ร่วมทำแคมเปญ ‘Spirit of Unity’ ใน Episode ที่ 3 ของรายการ เพราะป่วยเป็นโรคอีสุกอีใส ทำให้ทีมงานต้องตัดสินใจให้กลัฟพักฟื้นอยู่บ้าน

ทั้งนี้ผู้เขียนเชื่อว่า อาการป่วยนั้นเป็นสิ่งที่กำหนดไม่ได้ ดังนั้นอำนาจในการเลือกไฟนอลวอล์กประจำทีม ควรจะเป็นอำนาจสูงสุดของเมนเทอร์ เพราะเมนเทอร์เป็นคนที่เห็นพัฒนาการของผู้เข้าแข่งขันได้ดีที่สุด และทีมงานก็ไม่ควรมีสิทธิที่จะกำหนดอนาคตของผู้เข้าแข่งขันมากขนาดนั้น

และถึงแม้ว่ารายการจะมีจุดน่าชื่นชมและข้อถกเถียงอยู่ไม่น้อย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า The Face Men ซีซัน 4ยังคงเป็นรายการที่น่าชวนติดตาม ทั้งจากความสามารถของผู้เข้าแข่งขันที่มีทักษะที่ยอดเยี่ยม รูปแบบของรายการที่ยังคงทันสมัย มีการปรับเปลี่ยนตามเทรนด์แฟชั่นของโลก

และสุดท้ายนี้ผู้เขียนในฐานะผู้ติดตามรายการ The Faceมาโดยตลอด ยังคงคาดหวังกับบททดสอบทั้งในรอบมาสเตอร์คลาสและแคมเปญที่เข้มข้น เปิดโอกาสให้เมนเทอร์และผู้เข้าแข่งขันแสดงศักยภาพที่มี เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่า เหมาะสมที่สุดที่จะเป็น The Face คนที่ 10 ของเมืองไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...