โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย เดือน มี.ค.69 เพิ่ม 6% จากราคาพลังงานกดดัน

Manager Online

เผยแพร่ 11 เม.ย. เวลา 03.49 น. • MGR Online

ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย เดือน มี.ค.69 เพิ่มขึ้น 6% จากราคาพลังงานตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ทำต้นทุนสูงขึ้น แต่ก็ปรับเพิ่มราคาได้ไม่มาก เหตุเศรษฐกิจชะลอตัวกดดัน ต้องแบกรับภาระไว้บางส่วน คาดแนวโน้มไตรมาส 2 ยังเพิ่มต่อเนื่อง เหตุพลังงานยังสูง กำลังซื้อลด เตือนระวังสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศทะลักเข้ามาแข่ง

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย เดือน มี.ค.2569 เท่ากับ 114.5 เพิ่มขึ้น 6% เป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศสูงขึ้นตามภาวะของตลาดโลก กระทบต่อต้นทุนในภาคการผลิตของหลายอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องปรับเพิ่มราคาสินค้าตามต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ก็ปรับขึ้นได้ไม่มากนัก เพราะการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ที่ยังคงกดดัน ทำให้จำเป็นต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นบางส่วนเอาไว้ เพื่อคงความสามารถในการแข่งขัน

โดยรายละเอียดดัชนีราคาผู้ผลิต เดือน มี.ค.2569 ที่เพิ่มขึ้น มาจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 8.2% ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้แก่ ทองคำ และเครื่องประดับ (เครื่องประดับเงิน เครื่องประดับพลอย) จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน และกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ได้แก่ น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันก๊าด เบนซิน 95 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และน้ำมันหล่อลื่น ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ส่วนกลุ่มที่ปรับตัวลดลง กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร ได้แก่ น้ำตาลทราย กากน้ำตาล ข้าวสาร ข้าวนึ่ง ปลายข้าว น้ำมันถั่วเหลือง ผักผลไม้แช่แข็ง และปลากระป๋อง จากค่าเงินบาทที่แข็งค่ากดดันความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับลดลง และเนื้อสุกร จากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น กลุ่มเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี ได้แก่ สารเคมีอนินทรีย์ (โซดาไฟ, กรดเกลือ, คลอรีน) เม็ดพลาสติกและพลาสติกขั้นต้น และก๊าซชนิดใช้ในอุตสาหกรรม (ออกซิเจน ไนโตรเจน) จากภาวะอุปสงค์ในตลาดโลกที่ชะลอตัว ประกอบกับอุปทานที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคาปรับลดลง แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบปิโตรเคมีและพลังงานจะมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก ได้แก่ ยางแท่ง บรรจุภัณฑ์พลาสติก (ถุงพลาสติก และกระสอบพลาสติก) จากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับลดลง ประกอบกับความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมปลายน้ำที่ชะลอตัว กลุ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า แผงวงจรพิมพ์ อุปกรณ์กึ่งตัวนำและวงจรรวม Integrated Circuit (IC) และอุปกรณ์หน่วยรับข้อมูล แสดงผล จากความต้องการใช้ที่ชะลอตัว ประกอบกับอุปทานในตลาดโลกและการแข่งขันด้านราคาสูง

หมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง ลดลง 5.8% จากการลดลงของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ประกอบด้วย ข้าวเปลือก จากราคาส่งออกที่ยังคงหดตัวตามการแข่งขันในตลาดโลกที่สูง อ้อย จากฐานราคาในปีก่อนที่สูง ประกอบกับผลผลิตในปีนี้เพิ่มขึ้น ยางพารา จากฐานราคาในปีก่อนที่อยู่ในระดับสูง สุกรมีชีวิต โคมีชีวิต และกุ้งแวนนาไม จากปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดมาก ในขณะที่ความต้องการบริโภคชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ส่วนสินค้าที่ราคาปรับสูงขึ้น ประกอบด้วย หัวมันสำปะหลังสด จากราคารับซื้อที่สูงขึ้นจากการนำเข้าผลผลิตผ่านชายแดนที่ลดลง ผลปาล์มสด จากราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้นตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลก ผักสด (มะนาว พริก) ตามความต้องการเพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจร้านอาหาร

หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง ลดลง 11.2% จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันปิโตรเลียมดิบ และก๊าซธรรมชาติ ขณะที่มีการปรับตัวสูงขึ้นของสินแร่โลหะ (แร่ดีบุก) จากอุปทานในตลาดโลกที่ยังมีจำกัด และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ได้จากการทำเหมือง (หินก่อสร้าง) จากความต้องการใช้ในภาคก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนการผลิตและขนส่งที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาปรับเพิ่มขึ้น

สำหรับแนวโน้มดัชนีราคาผู้ผลิต ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวในระดับสูงและมีความผันผวน โดยมีปัจจัยสำคัญจากการปรับตัวของราคาพลังงานในตลาดโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานของภาคการผลิตส่วนใหญ่ และผลักดันให้ราคาสินค้าผู้ผลิตในภาพรวมปรับสูงขึ้น ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจากการเทขายสินทรัพย์ในตลาดของนักลงทุน ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าพลังงานเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่กำลังซื้อในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้น ยังคงกดดันให้ผู้ผลิตบางส่วนไม่สามารถปรับราคาสินค้าขึ้นได้ ทั้งนี้ หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ มีแนวโน้มว่าสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศจะเข้ามาทดแทนสินค้าที่ผลิตภายในประเทศมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนการผลิตในประเทศที่สูงขึ้นอาจกระทบต่อความคุ้มค่าในการผลิต

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...