โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนรอยความสำเร็จของเกาะไต้หวัน จากดินแดนที่หายไปจากกระแสโลก สู่แหล่งท่องเที่ยวสุดคึกคักในตะวันออก

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 22 มี.ค. เวลา 04.04 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. เวลา 04.04 น.
ภาพไฮไลต์

เสียงรีวิวของคนไทยจากการไปเที่ยวไต้หวันนั้นเป็นบวกเสมอ โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยให้คำชมทั้งในเรื่องของธรรมชาติ เหมาะสำหรับการเดินขึ้นเขา ชมพระอาทิตย์ตก มีเขตอุทยานที่ร่มรื่นสามารถเดินทางได้ง่ายโดยไม่ห่างจากตัวเมือง ส่วนสำหรับสายช็อปปิ้งเองก็มีย่านที่ครบครันไปด้วยสินค้าแบรนด์ต่างๆ ตัวเมืองสะอาด เดินทางสะดวก ที่สำคัญคือระยะทางไม่ไกลจากประเทศไทยมาก ไต้หวันถูกเปรียบเทียบอยู่บ่อยๆ ว่าเป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี เอาไว้ด้วยกัน

จะสังเกตเห็นว่าความฮิตในการเดินทางไปเที่ยวไต้หวันเพิ่งมีมาในช่วงสิบปีที่ผ่านมา แม้แต่กับประเทศเพื่อนบ้านไต้หวันอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเองก็นิยมเดินทางมาเที่ยวอยู่บ่อยๆ นั่นเป็นเพราะรัฐบาลไต้หวันผลักดันเรื่องการท่องเที่ยว (tourism) แบบเต็มกำลัง หลังจากที่ไต้หวันต้องประสบปัญหากับความมั่นคงตลอดมา

ในปี 1949 - 1987 เกาะไต้หวันเป็นเสมือนเกาะป้อมปราการ เพราะไต้หวันมีมาตรการในการรักษาความมั่นคงอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อปกป้องภัยที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ หาดต่างๆ ของไต้หวันนั้นเต็มไปด้วยป้อมปราการและค่ายทหาร รวมถึงการท่องเที่ยวนั้นถูกปิดกั้นไม่ให้เข้าเยี่ยมชม เป็นช่วงเวลาที่ไต้หวันหายไปจากสายตาของโลกเลยก็ว่าได้

แต่แล้วไต้หวันก็เริ่มเปิดประเทศให้มีการท่องเที่ยวมากขึ้นทีละเล็กละน้อยในช่วงปี 1950s - 1960s โดยไม่ได้หวังนำเงินเข้าประเทศ แต่เพื่อเอาตัวรอดเป็นสำคัญ รัฐบาลไต้หวันพยายามประกาศว่าตัวเองเป็นอิสระจากจีน และสวนทางกับสิ่งที่พรรคคอมมิวนิสต์ทำ (นั่นก็คือทำลายสถานที่และวัตถุโบราณ) ด้วยการสร้างพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ (National Palace Museum) เพื่อแสดงให้เห็นว่าไต้หวันเป็นที่เดียวที่ธำรงรักษาวัฒนธรรมจีนเอาไว้

ต่อมาในช่วงสงครามเวียดนาม ไต้หวันได้เป็นสถานที่พักพิงของทหารอเมริกัน อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ผลิตสินค้าให้กับทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นของเล่น อุปกรณ์พลาสติกต่างๆ รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

จนกระทั่งต้นปี 1990 ประเทศจีนกลายเป็นฮับของโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้ไต้หวันสูญเสียรายได้จากการเป็นฮับโรงงานตั้งแต่แรกเริ่ม รัฐบาลไต้หวันจึงตระหนักได้ว่า ไต้หวันควรมุ่งไปสู่เกาะเศรษฐกิจที่ดำเนินด้วยการบริการและไลฟ์สไตล์ จุดนี้เป็นจุดที่ไต้หวันเริ่มช้ากว่าคนอื่นมากๆ ขณะที่จีนเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยจำนวนประชากร ญี่ปุ่นเองก็มีเดินหน้าไปแล้วด้วยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ วิดีโอเกม มังงะ และอนิเมชัน ส่วนเกาหลีเองก็กำลังมุ่งหน้าสู่การปั้นละครซีรีส์ และ K-POP เมื่อเทียบกันแล้วไต้หวันกลายเป็นเกาะเล็กๆ โดดๆ ที่หลุดไปจากกระแสโลก

ในปี 2001 ไต้หวันตัดสินใจทำแคมเปญ Touch Your Heart รัฐบาลไต้หวันเลือกที่จะไม่สนใจกับการแข่งขันในเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวสู้กับจีน หรือพื้นที่ที่กลายเป็นป๊อปคัลเจอร์อย่างกรุงโซลหรือโตเกียว รัฐบาลมุ่งไปที่ ‘ผู้คน’ โดยให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัย และความเอื้อเฟื้อของคนในท้องที่ บวกกับภูมิประเทศของเกาะที่สวยงามอยู่แล้ว พอถึงปี 2008 ที่ไต้หวันเปิดประเทศให้จีนสามารถเข้าไปมาเที่ยวได้ ไต้หวันสามารถทำรายได้จากการท่องเที่ยวมหาศาล มีนักท่องเที่ยวกว่า 10.4 ล้านคนในปี 2015 จากเดิม 3.8 ล้านคนในปี 2008

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไต้หวันเห็นว่าไต้หวันควรไปได้ไกลกว่านี้ จึงปล่อยโยบายมุ่งใต้ใหม่ (New Southbound Policy) ในปี 2016 ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกภายใต้ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน (Tsai Ing-wen) เพื่อลดการพึ่งพาเศรษฐกิจจากจีน มุ่งไปที่การแบ่งปันทรัพยากร ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การศึกษา และการท่องเที่ยวกับ 18 ประเทศ (รวมถึงไทย) เริ่มจากให้ให้ฟรีวีซ่าในการท่องเที่ยว และทำให้ไต้หวันเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับชาวมุสลิมมาเที่ยว รวมถึงในเรื่องของการศึกษา มีการมอบทุน และการแลกเปลี่ยน

อย่างที่ชาวกรุงเทพเห็นในช่วงหนึ่งจะเห็นการโปรโมตการท่องเที่ยวไต้หวันบนรถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นการร่วมมือกันระหว่างไทยและไต้หวันในการหาศิลปินไทยเพื่อถ่ายทอดความเป็นไต้หวันในมุมมองสร้างสรรค์ใหม่ๆ และได้ ปันปัน-รสิกา สายแสง หรือ ปันปันยียี เป็นตัวแทนศิลปินชาวไทย ในแคมเปญ Taiwan Waves of Wonder และยังมีการผลักดันผ่านสื่อและบริษัทท่องเที่ยวอีกมากโดยช่วงสำคัญคือช่วงเทศกาลโคมไฟไต้หวัน (Taiwan Lantern Festival) ที่จัดขึ้นทุกปี เป็นไฮไลต์หลักของไต้หวันที่นักท่องเที่ยวควรมาเที่ยวกัน

รัฐบาลไต้หวันพยายามอำนวยทุกอย่างเท่าที่เป็นไปได้ในการชักชวนนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในประเทศ โดยสร้างให้เกาะไต้หวันเป็นมิตรกับทุกคน ทุกสายอาชีพ เมื่อปี 2025 มีการร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาในการสร้างภาพลักษณ์ให้ไต้หวันเป็นปลายทางที่เป็นมิตรสำหรับ LGBTQ+ และที่กำลังเป็นที่นิยมคือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะกับการชมธรรมชาติ ชมนก ปีนเขา เช่นเดียวกันนักกีฬาปั่นจักรยานที่ไต้หวันได้ลงทุนสร้างทางจักรยานรอบเกาะยาวกว่า 1,000 กิโลเมตร โดยสร้างโรงแรมที่พักตลอดทาง และเอาใจสายจิตวิญญาณ (สายมู) ด้วยวัดอีกหลายแห่งที่ขึ้นชื่อในการบนบานที่แตกต่างกัน เช่น วัดเทพเจ้าเมืองซินจู๋, วัดเป๋ยกั่งเฉาเทียน, วัดขงจื๊อแห่งไถหนาน เป็นต้น

ปัจจุบันไต้หวันยังคงระดับนักท่องเที่ยวไว้ได้คงที่ระหว่าง 8 - 9 ล้านคน เป็นตัวเลขที่ดีหลังจากเหตุการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 และในปีช่วง 2025 ที่ผ่านมา แม้ว่าจะเสียนักท่องเที่ยวอยู่บ้างจากทั้งจีนและญี่ปุ่น จากเดิมที่เคยเป็นนักท่องเที่ยวขาประจำ ไต้หวันมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ราว 30 เปอร์เซ็นต์ โดยปัจจัยไม่มีอะไรนอกจากไต้หวันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ทุกคนเอื้อมถึงได้ทั้งในกำลังจ่าย ระยะเวลา และความพึงพอใจนั่นเอง

อ้างอิง:

Taiwan Today. Taiwan makes progress in UN World Tourism Barometer report. https://taiwantoday.tw/Society/Top-News/280874/Taiwan-makes-progress-in-UN-World-Tourism-Barometer-report#:~:text=According%20to%20the%20latest%20statistics,Macao%20all%20exceeded%201%20million.

Taiwan Government. History. https://www.taiwan.gov.tw/content_3.php

Cambridge University. Tourism as informal political propaganda: Competing representations of ‘Cultural China’ in postwar Formosa tourism. https://www.cambridge.org/core/journals/modern-asian-studies/article/tourism-as-informal-political-propaganda-competing-representations-of-cultural-china-in-postwar-formosa-tourism/E5438C815FA1BF827B471EFFF6C2C79D

Mainland Affairs Council. Policy implementation of opening up Taiwan to Mainland tourists. https://www.mac.gov.tw/EN/News_Content.aspx?n=69EE7CEA8C7550BB&sms=D6D0A9E658098CA2&s=8FC65458F705C8EA

บทความต้นฉบับได้ที่ : ย้อนรอยความสำเร็จของเกาะไต้หวัน จากดินแดนที่หายไปจากกระแสโลก สู่แหล่งท่องเที่ยวสุดคึกคักในตะวันออก

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...