“จีน” เขย่าตลาดโลหะ เข้มงวดใบกำกับภาษี ฉุดธุรกิจในเซี่ยงไฮ้สะดุด
จีน เร่งคุมเข้มการออกใบกำกับภาษีผ่าน State Taxation Administration เพื่อตรวจสอบธุรกรรมผิดปกติ ส่งผลให้ผู้ค้าโลหะจำนวนมากในเซี่ยงไฮ้ต้องชะลอหรือหยุดธุรกิจชั่วคราว
วันที่ 27 เมษายน 2569 เวลา 08.28 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดโลหะที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยผู้ค้าจำนวนมากต้องเผชิญกับการลดโควตาออกใบกำกับภาษี (invoice) อย่างรุนแรง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการทำธุรกรรมและจัดหาเงินทุน
หน่วยงาน State Taxation Administration ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบธุรกรรมที่เรียกว่า circular invoicing หรือการซื้อขายระหว่างบริษัทที่เกี่ยวข้องกันเพื่อสร้างใบกำกับภาษีและนำไปใช้ขอสินเชื่อจากธนาคาร โดยระบุว่า การปฏิบัติลักษณะนี้เข้าข่ายฉ้อโกงและมีส่วนทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจถูกขยายเกินจริง
การตรวจสอบดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ค้าโลหะในนครเซี่ยงไฮ้เป็นวงกว้าง ทั้งในตลาดทองแดง อะลูมิเนียม และเงิน หลายบริษัทต้องหยุดดำเนินธุรกิจชั่วคราวเพื่อรอการตรวจสอบจากหน่วยงานภาษี ขณะที่ผู้ประกอบการกังวลว่ามาตรการอาจเข้มงวดเกินไปจนกระทบธุรกรรมจริงในตลาด
แม้ทางการจะยืนยันว่าไม่ได้ต้องการขัดขวางการค้าปกติ แต่ผู้ค้าหลายรายระบุว่าโควตาใบกำกับภาษีถูกจำกัดลงมาก ส่งผลให้กิจกรรมซื้อขาย โดยเฉพาะตลาดสปอต (spot market) ชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด บางรายไม่สามารถออกเอกสารให้กับคู่ค้าได้ ขณะที่บางช่วงแทบไม่มีการเสนอซื้อหรือขายเลย
ข้อมูลจาก Mysteel Global ระบุว่า ปริมาณการซื้อขายทองแดงในตลาดสปอตของจีนลดลงเหลือเฉลี่ยวันละ 24,925 ตันในสัปดาห์นี้ ลดลงต่อเนื่องตลอดเดือน และต่ำกว่าระดับสูงสุดในเดือนมีนาคมราว 22% โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากข้อจำกัดด้านใบกำกับภาษี
ในจีน ใบกำกับภาษีถือเป็นหัวใจของการทำธุรกรรม เนื่องจากใช้ในการบันทึกรายได้ ขอเครดิตภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และทำให้การซื้อขายมีผลทางกฎหมาย อีกทั้งยังถูกใช้เป็นหลักฐานในการขอสินเชื่อระยะสั้นในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทางการจีนได้เดินหน้าปราบปรามการสร้างยอดขายเทียมและธุรกรรมที่ทำขึ้นเพียงเพื่อเข้าถึงเงินกู้ เนื่องจากไม่สะท้อนอุปสงค์จริงของตลาด และบิดเบือนการแข่งขัน มาตรการล่าสุดที่มุ่งเป้าไปยังเศรษฐกิจใบกำกับภาษีเริ่มเห็นผล โดยมูลค่าใบกำกับในธุรกิจถ่านหินลดลง 7.1% และในกลุ่มโลหะลดลง 5.7% ในไตรมาสแรก
ผู้ค้าคาดว่าโควตาใบกำกับภาษีจะยังคงถูกจำกัดต่อไปในช่วงเดือนข้างหน้า และอาจเริ่มผ่อนคลายในช่วงครึ่งหลังของปี ขณะที่การชะลอตัวของการซื้อขายอาจกระทบต่อการจัดซื้อของภาคอุตสาหกรรมจีน แม้ผู้ใช้งานจริง เช่น โรงงานแปรรูปโลหะ จะยังได้รับผลกระทบจำกัดในระยะแรกก็ตาม
อ้างอิง : www.bloomberg.com