“ราคาน้ำมันดิบโลก” พุ่งต่ออีก 2% เบรนท์ทะลุ 110 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังเจรจาชะงัก
"ราคาน้ำมันดิบโลก" พุ่งต่ออีก 2% เบรนท์ทะลุ 110 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังเจรจาชะงัก นักวิเคราะห์ชี้อาจเป็นฐานราคาใหม่ของตลาดพลังงาน
วันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 14.17 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นเกือบ 2% ในวันอังคาร ต่อเนื่องจากการปรับขึ้นในวันก่อนหน้า ท่ามกลางความพยายามยุติสงครามระหว่าง United States และ Iran ที่ยังไม่คืบหน้า ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดเป็นส่วนใหญ่ ทำให้อุปทานพลังงานจากตะวันออกกลางเข้าสู่ตลาดโลกได้จำกัด
เจ้าหน้าที่สหรัฐ เปิดเผยว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่พอใจกับข้อเสนอล่าสุดของอิหร่านในการยุติสงคราม เนื่องจากยังไม่ครอบคลุมประเด็นโครงการนิวเคลียร์ โดยอิหร่านต้องการเลื่อนการเจรจาเรื่องดังกล่าวออกไปจนกว่าการสู้รบจะยุติลง
ความไม่พอใจของสหรัฐทำให้สถานการณ์ยังคงชะงักงัน โดยอิหร่านยังคงปิดเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปกติรองรับการขนส่งพลังงานคิดเป็นราว 20% ของการบริโภคโลก ขณะเดียวกันสหรัฐยังคงมาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน
ด้าน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับขึ้น 2.32 ดอลลาร์ หรือ 2.1% อยู่ที่ 110.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบหนึ่งเดือน และปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.80 ดอลลาร์ หรือ 1.9% แตะระดับ 98.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ก่อนหน้านี้ การเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านล้มเหลวหลังการพบกันโดยตรงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์จาก Phillip Nova ระบุว่า แม้จะมีการพูดถึงสันติภาพ แต่ยังไม่มีสัญญาณลดความตึงเครียดอย่างเป็นรูปธรรม และการที่การเดินเรือผ่านฮอร์มุซยังถูกจำกัด คือปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง
ข้อมูลการติดตามเรือยังพบว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านอย่างน้อย 6 ลำต้องกลับลำจากมาตรการปิดล้อมของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ยังมีเรือบรรทุกก๊าซ LNG ของ Abu Dhabi National Oil Co. ที่สามารถผ่านช่องแคบและมุ่งหน้าไปยังอินเดียได้
ก่อนเกิดสงครามในปลายเดือนกุมภาพันธ์ มีเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซวันละ 125–140 ลำ แต่ปัจจุบันลดลงอย่างมาก สะท้อนการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานพลังงาน
นักวิเคราะห์จาก DBS Bank มองว่า ราคาน้ำมันในปัจจุบันอาจกลายเป็นระดับปกติใหม่ โดยคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 100–125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากสถานการณ์ยังคงเป็นภาวะหยุดยิงแบบไม่แน่นอน
แม้ความผันผวนอาจลดลงในระยะยาวเมื่อตลาดเริ่มปรับตัว แต่ระดับราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากอุปทานจริงในตลาดยังคงตึงตัวและได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของสงครามอย่างต่อเนื่อง
อ้างอิง : www.reuters.com