โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เรื่องน่ารู้ : อะโวคาโด

เดลินิวส์

อัพเดต 13 พ.ค. เวลา 12.30 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 21.15 น. • เดลินิวส์
อะโวคาโด เป็นไม้ยืนต้นเนื้ออ่อน กิ่งเปราะ สูงประมาณ 6-18 เมตร เปลือกสีน้ำตาลอ่อน ผิวขรุขระเป็นร่องยาว ใบเดี่ยวเรียงสลับหนาแน่นที่ปลายกิ่ง รูปร่างยาวรีถึงรูปไข่

อะโวคาโด เป็นไม้ยืนต้นเนื้ออ่อน กิ่งเปราะ สูงประมาณ 6-18 เมตร เปลือกสีน้ำตาลอ่อน ผิวขรุขระเป็นร่องยาว ใบเดี่ยวเรียงสลับหนาแน่นที่ปลายกิ่ง รูปร่างยาวรีถึงรูปไข่ ปลายใบแหลม ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีจางกว่า ผล รูปร่างเหมือนสาลี่หรือไข่ ผิวมีทั้งเรียบและขรุขระ สีเขียวจนถึงม่วงดำเมื่อสุก เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนเป็นครีม มีรสชาติตามัน มีเมล็ดขนาดใหญ่ 1 เมล็ดอยู่ตรงกลางลักษณะการสุกที่สังเกตได้ อะโวคาโดที่สุกพร้อมทานจะนิ่มเล็กน้อยเมื่อบีบเบาๆ หากสุกมากเปลือกมักเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มหรือดำเนื้อภายใน เนื้อสุกที่ดีจะนุ่มเนียน ไม่เป็นเส้นใย และหลุดออกจากเปลือกได้

อะโวคาโดมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ที่สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) และเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ยังมีโพแทสเซียมสูงที่ช่วยควบคุมความดันโลหิตและลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ แม้ว่าอะโวคาโดจะมีไขมันสูง แต่เป็นไขมันที่ดีต่อร่างกายและมีไฟเบอร์สูง ทำให้รู้สึกอิ่มนานและลดความอยากอาหาร การบริโภคอะโวคาโดสามารถช่วยในการควบคุมน้ำหนักและลดไขมันในร่างกายได้

นอกจากนี้ อะโวคาโดมีวิตามินอีและกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ช่วยบำรุงผิวและเส้นผม ทำให้ผิวชุ่มชื้นและเส้นผมเงางาม นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดริ้วรอยและป้องกันการเกิดสิว วิตามินอีในอะโวคาโดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวและป้องกันการแห้งกร้าน การบริโภคอะโวคาโดเป็นประจำสามารถช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดี นอกจากนี้ อะโวคาโดยังมีสารอาหารที่ช่วยบำรุงเส้นผม ทำให้เส้นผมแข็งแรงและเงางาม

อะโวคาโดมีวิตามินซีและอีที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและลดการอักเสบในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ วิตามินซีในอะโวคาโดมีความสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน โดยช่วยกระตุ้นการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่ในการป้องกันการติดเชื้อ นอกจากนี้ วิตามินอียังช่วยลดการอักเสบและป้องกันการเกิดโรคเรื้อรัง การบริโภคอะโวคาโดเป็นประจำสามารถช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ

ไฟเบอร์ในอะโวคาโดช่วยในการย่อยอาหารและป้องกันอาการท้องผูก นอกจากนี้ยังช่วยในการดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ทั้งไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารและป้องกันอาการท้องผูก ไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำช่วยในการดูดซึมสารอาหารและลดระดับคอเลสเตอรอล ส่วนไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระและกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ การบริโภคอะโวคาโดเป็นประจำสามารถช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การบริโภคอะโวคาโดเป็นประจำสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากนี้ กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวในอะโวคาโดยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การบริโภคอะโวคาโดเป็นประจำสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อควรระวังในการบริโภค เนื่องจากอะโวคามีปริมาณแคลอรีสูง ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ถึงจะมีปริมาณไขมันดีสูง แต่การบริโภคไขมันมากเกินไปก็ไม่ดีต่อสุขภาพ หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรควรระมัดระวังการรับประทานหรือใช้อะโวคาโดเกินปริมาณที่รับประทานในชีวิตประจำวัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...