โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอเปิด 5 อาหาร "ลดความอยากหวาน" ช่วยคุมน้ำตาล แบบไม่ต้องทรมาน

TNews

อัพเดต 14 มี.ค. เวลา 23.47 น. • เผยแพร่ 15 มี.ค. เวลา 06.47 น.

วันที่ 15 มี.ค. 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา โพสต์ให้ความรู้เรื่องสุขภาพผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด เผย 5 อาหาร "ลดความอยากหวาน" ช่วยคุมน้ำตาล แบบไม่ต้องทรมาน โดยระบุว่า

เคยเป็นไหม ตั้งใจมากว่า "จะเลิกกินหวาน" แต่พอช่วงบ่าย ๆ หรือดึก ๆ จะมีเสียงในหัวว่า แค่นิดเดียวเอง ชิ้นเล็ก ๆ ไม่น่ามีอะไรหรอก หลายคนโทษตัวเองว่าไม่มีวินัย แต่อยากบอกว่ามันเกิดได้จากหลายอย่างนะ ความอยากหวาน ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากใจอ่อน แต่มาจาก

  • น้ำตาลในเลือดแกว่ง
  • กินพลังงานไม่สมดุล
  • ร่างกายพยายามเอาตัวรอด
หมอเปิด 5 อาหาร ลดความอยากหวาน ช่วยคุมน้ำตาล แบบไม่ต้องทรมาน

วันนี้เลยอยากแนะนำ อาหาร 5 กลุ่ม ที่ช่วยลดความอยากของหวานได้จริง ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องหักดิบ แค่ "จัดมื้อให้เป็น" ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ

1. โปรตีน คือฐานของเรื่องนี้ทั้งหมด

ส่วนใหญ่เวลาที่อยากหวานหนัก ๆมักเจอว่า โปรตีนไม่พอ หรือมื้อก่อน คาร์บล้วน มื้อไหนที่

  • กินแป้งล้วน
  • กินเบา ๆ แต่ไม่มีโปรตีน
  • หรือมื้อเช้าเป็นกาแฟอย่างเดียว

ร่างกายจะได้พลังงานเร็วก็จริง แต่หมดเร็วมาก พอพลังงานตก สมองจะรีบหาทางลัด ซึ่งก็คือ "น้ำตาล" ซึ่งโปรตีนช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นช้าลง อินซูลินไม่พุ่ง และฮอร์โมนความอิ่ม (เช่น GLP-1, PYY) ทำงานดีขึ้น

อาหารโปรตีนที่แนะนำ

  • ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น
  • ปลา ไก่ หมูไม่ติดมัน
  • เต้าหู้ เทมเป้
  • กรีกโยเกิร์ต

2. ใยอาหาร = ทำให้น้ำตาลไม่แกว่ง

หลายคนคิดว่าใยอาหารมีไว้แค่ช่วยถ่าย แต่จริง ๆ มันคือตัวช่วยสำคัญ เพราะมันช่วยให้น้ำตาลค่อย ๆ เข้าเลือด ถ้าไม่มีใยอาหาร คาร์บจะดูดซึมเร็ว น้ำตาลขึ้นเร็ว แล้วก็ตกเร็ว พอน้ำตาลตก → อยากหวานทันที ใยอาหารช่วยให้ น้ำตาลค่อย ๆ เข้าเลือด
ไม่พุ่ง ไม่ร่วง สมองก็ไม่ต้องคิดถึงของหวานนะ

แหล่งใยอาหารที่แนะนำ

  • ผักใบเขียว
  • ผักหลากสี
  • ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี
  • เมล็ดเจีย เมล็ดแฟลกซ์

ทริกง่ายๆ คือ

  • กินผักก่อนคาร์บ
  • แค่เปลี่ยนลำดับการกิน
  • น้ำตาลหลังมื้อดีขึ้น
  • ความอยากหวานก็ลดลงตาม

3. ไขมันดี ไม่ได้ทำให้อ้วน แต่ช่วยไม่ให้ติดหวาน

หลายคนกลัวไขมัน พอหลีกเลี่ยงมาก ๆ มื้ออาหารจะ "เบาเกินไป" ผลคือ อิ่มไม่นาน พลังงานตกเร็ว แล้วสุดท้ายก็ไปจบที่ขนม

ไขมันดีช่วย

  • ทำให้อิ่มยาว
  • พลังงงานนิ่ง
  • ไม่หิวจุกจิก

ไขมันดีที่เลือกได้

  • อะโวคาโด
  • ถั่วอัลมอนด์ วอลนัต
  • เมล็ดพืช
  • น้ำมันมะกอก

มื้อไหนมีทั้ง โปรตีน + ไขมันดี มื้อนั้นแทบไม่คิดถึงของหวานเลย

4. บางทีเราไม่ได้อยาก “น้ำตาล” แต่อยาก "รสชาติ"
อันนี้หลายคนไม่เคยสังเกต บางทีเราอยากกินหวานๆ ไม่ได้มาจากหิว แต่มาจากความเบื่อ หรืออยากอะไรเข้าปาก ตรงนี้มีตัวช่วยที่ดีมาก คืออาหาร/เครื่องดื่ม ที่ "ไม่หวาน แต่รู้สึกได้รส"

ตัวอย่างที่ใช้แทนของหวานได้

  • อบเชย (ใส่กาแฟ ใส่กรีกโยเกิร์ต)
  • โกโก้ 100%
  • ชาไม่หวาน กลิ่นหอม ๆ
  • กาแฟดำ

อธิบายเข้าใจง่ายๆคือ สมองได้รส แต่ไม่ได้น้ำตาล ความอยากก็จะหายไปนะ

5. ถ้าอยากหวานจริง ๆ อย่าห้าม แค่ "เปลี่ยนวิธี"
การห้ามตัวเองแบบเด็ดขาด มักอยู่ได้ไม่นาน และสุดท้ายจะหลุดแรงกว่าเดิม วิธีที่ใช้ได้จริงกว่า คือ หวานได้ แต่ไม่หวานล้วน

หลักง่าย ๆ

  • อย่ากินหวานเดี่ยว ๆ
  • ให้มีโปรตีนหรือไขมันไปด้วยเสมอ

ตัวเลือกที่บาลานซ์กว่า

  • ดาร์กช็อกโกแลต 70–85%
  • ผลไม้ปริมาณพอเหมาะ + โปรตีน
  • โยเกิร์ตกรีกไม่หวาน + ถั่วเล็กน้อย

แบบนี้ น้ำตาลไม่พุ่ง อินซูลินไม่เหวี่ยง แล้วความอยากหวานจะค่อย ๆ ลดเอง

สรุป ถ้าเรารู้สึกว่า ทำไมเลิกหวานมันยากจัง อย่าเพิ่งโทษตัวเอง ลองถามใหม่ว่า เรากินพลังงานสมดุลพอหรือยัง

จำหลักง่าย ๆ

  • โปรตีนให้พอ
  • ใยอาหารให้ถึง
  • ไขมันดีอย่าขาด
  • ถ้าอยากหวาน เลือกให้เป็น

ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ คุณจะรู้ตัวอีกทีว่า ของหวานไม่ได้มีผลกับเราเหมือนเดิมแล้วจริง ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...